กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 21

การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหยุดยั้ง

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะถือว่าพวกเจ้าบุกรุกเคหสถานยามวิกาล... และกฎหมายหมู่บ้านช่วงนี้ ค่อนข้างต้อนรับคนแปลกหน้าด้วยลูกตุ้มเหล็กฟาดกบาลพอดี!" น้ำเสียงของหลินฟางไม่ได้ดังตะโกน แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูก ปลายกระบอกไฟฉายในมือเธอไม่ได้ส่องไปที่ใบหน้าของป้าสะใภ้ผู้โลภมาก แต่กลับหันตรงไปสะท้อนกับคมมีดอีโต้เล่มโตที่อยู่ในมือของชายฉกรรจ์ร่างหนาด้านหลัง—เงาร่างที่ทำให้ลมหายใจของจางเหว่ยสะดุดกะทันหันเมื่อครู่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและกลิ่นอายดินชื้นหลังฝนตกที่ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของใบชาคั่วจากห้องครัว จางเหว่ยขยับตัวก้าวขึ้นมาบังภรรยาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แววตาของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนป้าสะใภ้ที่ยืนทำหน้าอวดดีอยู่เมื่อครู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เหว่ย... เหว่ยหลาน แม่เองนะ ลูกจะทำท่าทางแบบนั้นใส่ผู้มีพระคุณที่เคยอุ้มชูมาได้ยังไง!" ป้าสะใภ้เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาของจางเหว่ย นางบีบน้ำตา สวมบทบาทญาติผู้แสนดีที่น่าสงสารทันที พร้อมกับดันชายฉกรรจ์ด้านหลังให้ออกมาข้างหน้า "นี่คือเฒ่าเฉิน... นายทุนใหญ่จากตัวอำเภอ เขาได้ยินมาว่าผักในสวนของพวกเจ้ากรอบอร่อยและมีรสชาติแปลกไม่เหมือนใคร เลยอยากมาเจรจาธุรกิจด้วยในยามค่ำคืน เพราะกลางวันพวกเจ้าคงจะยุ่ง..." "เจรจาธุรกิจหรือพกมีดมาปล้นทรัพย์?" หลินฟางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอเดินก้าวพ้นแผ่นหลังกว้างของสามีออกมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนตรงๆ ดวงตากลมโตฉายแวววาววับราวกับลูกแก้วที่ซ่อนคมดาบไว้ภายใน "คนจริงใจที่อยากทำธุรกิจ เขาไม่มาเคาะประตูบ้านคนอื่นตอนสามทุ่มครึ่ง พร้อมกับพกลูกน้องนักเลงถืออาวุธยาวเป็นศอกหรอกนะ เพิ่งจะพ้นคุกตารางหรือไงถึงยังไม่ลืมสันดานโจรเก่า?" ประโยคแทงใจดำนั้นทำให้เฒ่าเฉิน นายทุนท้องถิ่นผู้มีพุงพลุ้ยและใบหน้ามีรอยแผลเป็นที่หางคิ้วถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินและคุกคามในเวลาเดียวกัน "ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ แม่สาวน้อยหลินฟาง" เฒ่าเฉินหัวเราะในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าและน่าขนลุก "ข้าชอบคนตรงไปตรงมานะ... สวนผักข้างรั้วของเจ้าในตอนนี้ กำลังเป็นที่พูดถึงไปทั่วทั้งอำเภอ ผักกาดขาวที่กรอบหวานจนแทบละลายในปาก มะเขือเทศที่หอมหวานเข้มข้นราวกับผลไม้ป่าชั้นดี... เจ้าเอาปุ๋ยวิเศษอะไรมาปลูกรึ? ถ้าเจ้าขายสิทธิ์การเพาะปลูกทั้งหมดให้ข้า รับรองว่าตัวเลขในสัญญาจะทำให้เจ้าและสามีทหารคนนี้ใช้ชีวิตสุขสบายไปได้อีกสิบชาติโดยไม่ต้องหลังข้าขดหลังแข็งเก็บผักขายอีกเลย" ข้อเสนอที่เย้ายวนใจ... หากแต่มันแฝงไปด้วยกลิ่นอายของการฮุบกิจการและการผูกขาดที่ไร้ความปรานี จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้จักเฒ่าเฉินคนนี้ดี สมัยก่อนไอ้อ้วนคนนี้เคยใช้อิทธิพลมืดกว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านในราคาถูกและบีบบังคับให้พวกเขาต้องกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยมานักต่อนักแล้ว "ไสหัวไปซะ" จางเหว่ยเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกรามแน่น "ภรรยาของข้าไม่ขาย และสวนผักนี่ก็ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะมาเหยียบยกได้ตามอำเภอใจ" เฒ่าเฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าอันน่าเกลียดหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์และอำมหิต "ตระกูลจาง... เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เป็นแค่นายทหารปลดประจำการที่เมียถูกชาวบ้านนินทาทั้งหมู่บ้านว่าเลี้ยงไม่โตไม่ใช่รึไง? อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ ผักของพวกเจ้าโตเร็วผิดปกติแบบนี้ ทางการหรือหน่วยงานตรวจสอบถ้าได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมา... สวนผักแปลงนี้อาจจะมอดไหม้กลายเป็นจุลโดยที่พวกเจ้าไม่ทันได้ตั้งตัวก็ได้นะ!" นั่นคือการขู่กรรโชกอย่างเปิดเผย! ป้าสะใภ้ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ นางแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ คิดว่าหลินฟางจะต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นและคุกเข่าขอร้องให้ช่วยเจรจากับเฒ่าเฉินอย่างแน่นอน ทว่า... หลินฟางกลับไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากสวยช่างเยnชาและเต็มไปด้วยความท้าทาย จนเฒ่าเฉินรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด "ขู่เก่งนี่ครับ... เฒ่าเฉิน" หลินฟางจงใจใช้คำสรรพนามที่ฟังดูแปลกหูแต่เฉียบคม "แต่คุณคงลืมไปอย่างหนึ่ง... ผักที่เติบโตในสวนของฉัน ไม่ใช่แค่ผักธรรมดา แต่เบื้องหลังมันมี 'เบื้องบน' คอยคุ้มครองอยู่... อยากลองเสี่ยงดวงดูไหมล่ะว่า ระหว่างสวนผักของฉันกับอนาคตทางการเมืองของคนที่หนุนหลังคุณอยู่ในตัวอำเภอ... อันไหนจะพังเร็วกว่ากัน?" คำพูดของหลินฟางไม่ใช่การขู่ลอยๆ แม้กระทั่งจางเหว่ยยังหันมามองภรรยาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขารู้ดีว่าภรรยาของเขาแม้จะเก่งกาจเรื่องค้าขาย แต่เรื่องอำนาจมืดในเมืองหลวงหรือตัวอำเภอนั้น นางเอามาจากไหนมามั่นใจขนาดนี้? แต่สำหรับเฒ่าเฉิน คำพูดนั้นกลับไปจี้จุดดำมืดบางอย่างที่เขาพยายามปกปิดไว้ สีหน้าของนายทุนใหญ่เปลี่ยนสีทันที รอยแผลเป็นที่หางคิ้วกระตุกเกร็ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง "เจ้า... หมายความว่ายังไง?" เฒ่าเฉินเสียงสั่นไปเล็กน้อย "ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละครับ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากความมืดนอกรั้วบ้านอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าหนังขัดเงาที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้กับแสงไฟฉาย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับภาพวาดแต่แฝงด้วยกลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจ ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เฒ่าเฉินถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นดิน "ท่าน... ท่านสารวัตรทหาร..." เฒ่าเฉินละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว หลินฟางหันไปมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มิติลับในห้วงความคิดของเธอส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงยอดเงินสะสมจากการแปรรูปชาสมุนไพรและผักออร์แกนิกที่ทะยานพุ่งสูงจนแตะหลักหมื่นหยวนในชั่วข้ามคืน และในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูรั้วด้านหลังบ้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ปัง! ปัง! ปัง! ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านผู้ดูแลโกดังสินค้าในตลาดมืด: "คุณหลิน! แย่แล้วครับ! พ่อค้ารายใหญ่จากมณฑลข้างเคียง... พวกเขายกขบวนรถบรรทุกมาหน้าตลาดมืดแล้ว! พวกเขาต้องการเหมาซื้อ 'ชาหอมหมื่นลี้' และผักล็อตสุดท้ายทั้งหมดในราคาสามเท่า! แต่... แต่ตอนนี้สินค้าในคลังของเราเหลือไม่พอส่งมอบแล้วครับ!" ดวงตาของจางเหว่ยและหลินฟางสบกันในเสี้ยววินาทีนั้น... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเกมการค้าครั้งใหญ่ที่กำลังจะพลิกโฉมชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล! (โปรดติดตามตอนต่อไป) - ใบชาหอมหมื่นลี้ -
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%