กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 5

แกงเผ็ดเห็ดป่ารสเด็ด

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
กระดาษแผ่นบางที่ประทับตราสีแดงชาดชิ้นนั้น ยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ ราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ใต้เงาหมึก ทว่าในบ้านหลังเล็กของหลินฟาง เวลานี้กลับไม่มีพื้นที่เหลือพอให้ความหวาดกลัวเข้ามาแทรกแซง ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย นางใช้นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา “ประกาศสงครามอย่างนั้นหรือ... ช่างใจร้อนเสียจริง ตระกูลจางฝั่งโน้นคงคิดว่าข้าเป็นลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอดสินะครับ” จางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ มือใหญ่หนาเอื้อมไปกุมมือบางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือหนาช่วยขับไล่ไอเย็นยะเยือกของจดหมายฉบับนั้นให้มลายหายไปในพริบตา ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มบึ้งตึง ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไอสังหารที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ “ฟางฟาง... น้องไม่ต้องกังวล หากพวกมันกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียว พี่จะจัดการเองครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นราวกับภูเขาผา ทำให้หัวใจที่ตึงเครียดของหลินฟางผ่อนคลายลง นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ก่อนจะแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ใครบอกว่าเราจะต้องไปกลัวพวกมันเล่าพี่เหว่ย ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญมาหาเรื่องถึงที่ มีหรือที่ภรรยาของนายทหารจางอย่างฉันจะไม่จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ” หลินฟางสะบัดมือเบาๆ มิติเกษตรกรรมในจิตสำนึกสั่นไหววูบ วัตถุดิบชั้นเลิศมากมายถูกเตรียมพร้อมอยู่ภายใน เย็นวันนี้ หมู่บ้านหง Hsing (หงซิง) จะต้องจารึกภาพจำที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มสาดส่องกระทบกับหลังคากระเบื้องเก่าๆ ของบ้านเรือนในหมู่บ้าน กลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ไม่อาจหาได้จากครัวเรือนทั่วไป ก็เริ่มลอยละลิ่วไปตามสายลมยามเย็น กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศคั่วแห้ง ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของพริกป่นคั่วใหม่ๆ และความหอมมันของกะทิสดที่ถูกเคี่ยวจนแตกมัน ลอยอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย ชาวบ้านที่กำลังเดินถือเครื่องมือทำนาผ่านหน้าบ้านของหลินฟาง ต่างพากันชะฝีเท้าลงโดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนต่างสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง “กลิ่นอะไรน่ะ... หอมชวนน้ำลายสอขนาดนี้ มาจากบ้านไหนกัน?” ป้าเฉิน หญิงช่าจอมสอดรู้สอดเห็นประจำหมู่บ้าน เอ่ยขึ้นพรางชะโองคอมองข้ามรั้วไม้ไผ่ “นั่นสิ หอมเหมือนกลิ่นเครื่องเทศชั้นดี แต่มันมีความเผ็ดร้อนเตะจมูกจนแสบจมูกนิดๆ ชวนหิวยิ่งนัก บ้านใครทำอาหารเหลภัตตาคารกันล่ะเนี่ย?” เสียงซุบซิบดังขึ้นจากชาวบ้านอีกหลายคนที่เริ่มมารวมตัวกันบริเวณหน้าบ้านของสองสามีภรรยาตระกูลจาง ณ พื้นที่ครัวหลังบ้าน หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการปรุงอาหารด้วยความคล่องแคล่ว นางสวมผ้ากันเปื้อนเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน บนเตาไฟถ่านแดงฉาน หม้อดินขนาดกลางกำลังเดือดปุดๆ เสียงน้ำแกงส่งเสียงคำรามเบาๆ พร้อมกับควันสีขาวพวยพุ่ง วัตถุดิบหลักในหม้อวันนี้คือ “เห็ดป่า” นานาชนิดที่หลินฟางแอบคัดสรรมาจากมิติลับ ทั้งเห็ดโคนดอกอวบอ้วน เห็ดระโงกสีสด และเห็ดป่าเนื้อกรุบกรอบ ที่นางนำมาลวกสะเด็ดน้ำจนสะอาด ก่อนจะผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงเผ็ดสูตรลับเฉพาะที่ตำเองกับมือจนเครื่องแกงซึมซาบเข้าสู่เนื้อเห็ดทุกอณู “พี่เหว่ย ช่วยยกถาดพริกไทยอ่อนนั่นมาให้หน่อยครับ” หลินฟางเอ่ยปากบอกสามี ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังตักใบมะกรูดฉีกและใบโหระพาสดๆ ลงไปในหม้อ เสียงใบไม้กระทบกับน้ำแกงเดือดพล่านส่งเสียงซู่ซ่า กลิ่นหอมฟุ้งทะลุทะลวงออกไปนอกรั้วบ้านจนแทบจะเรียกน้ำย่อยของคนทั้งหมู่บ้านให้หลั่งออกมาพร้อมกัน จางเหว่ยรับคำด้วยรอยยิ้มคลั่งรัก แม้ภายนอกเขาจะดูดุดันน่าเกรงขามต่อหน้าคนอื่น แต่ยามที่อยู่กับภรรยา เขากลับกลายเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งที่เชื่อฟังคำสั่งยิ่งกว่าทหารเกณฑ์ในค่ายเสียอีก ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความหลงใหล พลางคิดในใจว่า ไม่ว่าตระกูลฝั่งโน้นจะส่งจดหมายบ้าบออะไรมา แต่ถ้าได้เห็นฝีมือปลายจวักของภรรยาในตอนนี้ รับรองว่าต่อให้เป็นแม่มดใจร้ายก็ต้องยอมสยบให้กับความอร่อย เมื่อแกงเผ็ดเห็ดป่ารสเด็ดถูกตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายคราม ควันร้อนๆ สีขาวลอยขึ้นพร้อมกับน้ำแกงสีแดงฉานที่มีน้ำมันสีส้มสวยลอยหน้า โรยด้วยใบโหระพาสดเขียวขจีและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง ตัดกับสีสันของเห็ดป่าชิ้นโตที่อัดแน่นเต็มชาม กลิ่นหอมของสมุนไพร เครื่องแกง และความหวานธรรมชาติจากเห็ดป่า ฟุ้งกระจายไปไกลโข จนกระทั่งกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่ง เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วพอดี เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้น “นี่มันกลิ่นอะไรกันวะ เหม็นฉุนแสบจมูกชะมัด! บ้านนังตัวดีนี่มันทำอะไรกินกัน ถึงได้กลิ่นฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้!” นั่นคือเสียงของ หลินเฉียง ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของหลินฟาง ที่ได้รับมอบหมายจากญาติผู้ใหญ่ให้มา “ทวงถาม” เรื่องจดหมายประทับตรานั้นโดยเฉพาะ ข้างกายเขามีภรรยาจอมตระหนี่ถี่เหนียวที่เดินหน้าบึ้งตามมาติดๆ หลินฟางชะงักมือเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับจางเหว่ย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น นางค่อยๆ วางทัพพีลงบนโต๊ะ ชายตามองไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งกำลังทำจมูกฟุดฟิดด้วยความหิวโหยที่ถูกกลิ่นอาหารยั่วยวนจนลืมตัว แขกผู้มาเยือนทั้งสองคนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว เมื่อกลิ่นหอมของแกงเผ็ดเห็ดป่าลอยเข้าปะทะจมูกเต็มๆ จนท้องไส้ที่ว่างเปล่าส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย จางเหว่ยแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก้าวเท้าออกไปยืนขวางที่ประตูรั้วด้วยท่าทีคุกคาม “พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เรือนตระกูลจางไม่ต้อนรับโจรย่องเบา” หลินเฉียงหน้าซีดเผือดด้วยความกลัวอำนาจของนายทหารหนุ่ม แต่ความหิวและความโลภที่มีต่อกลิ่นอาหารกลับมีมากกว่า เขาจึงฝืนเชิดหน้าขึ้นแล้วตะโกนโหวตเหวก “ใครเป็นโจรกันวะ! พวกฉันมาตามคำสั่งของท่านผู้ใหญ่บ้านและญาติผู้ใหญ่ต่างหากเล่า! อีกอย่าง... กลิ่นอะไรในบ้านแกวะ ทำไมมันถึงได้หอมรุนแรงขนาดนี้? อาหารนี่... แกทำอะไรกินกันวะหลินฟาง!” หลินฟางค่อยๆ เดินออกมาจากห้องครัว ชายผ้ากันเปื้อนถูกถอดออกเผยให้เห็นชุดลำลองสะอาดตา นางเดินมาหยุดเคียงข้างสามี ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนฟันแทบหัก “อ๋อ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ญาติผู้ดีที่อุตਸ่าห์ส่งจดหมายขู่ขวัญมานั่นเองนะครับ” หลินฟางจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพื่อเหน็บแนม “สนใจหรือครับว่าฉันทำอะไรกิน? น่าเสียดายจริงๆ แกงเผ็ดเห็ดป่าหม้อนี้ ฉันตั้งใจทำให้สามีสุดที่รักของฉันทานเพื่อบำรุงกำลัง... มันไม่มีเหลือเดนพอจะแจกทานให้หมาข้างถนนหรอกนะครับ” คำว่า 'หมาข้างถนน' หลินฟางพูดเน้นชัดถ้อยชัดคำ จนหลินเฉียงและภรรยาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด แต่ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะได้อ้าปากด่าทอ หลินฟางก็ก้าวเข้าไปใกล้รั้วไม้ พร้อมกับตักน้ำแกงร้อนๆ ราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ในชามที่นางถือติดมือมาด้วย ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว นางตักเห็ดโคนชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของคนตระกูลหลิน “อืม... รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมกำลังดี เห็ดกรุบกรอบเคี้ยวเพลินลิ้น ช่างเป็นมื้อค่ำที่วิเศษเสียจริงนะครับพี่เหว่ย” หลินฟางแกล้งทำเป็นชมเปาะพลางหันไปสบตากับสามี จางเหว่ยลอบยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เขาเอื้อมมือไปรับชามแกงอีกชามที่ภรรยาตักเตรียมไว้ให้ ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับความเย้ายวนของอาหารตรงหน้า สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับร่างหนึ่ง สวมชุดคลุมสีดำสนิท กำลังแอบย่องเข้ามาทางหลังบ้านอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเงาวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟวาววับในมือ! หลินฟางหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความตื่นตัว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับรสชาติชีวิตและมิติลับของหลินฟางด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%