กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ ชั้น 45 ไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความเดือดดาลที่กำลังแผดเผาอยู่ในอากาศแม้แต่น้อย หน้าจอทัชสกรีนขนาดมหาสลักแผนผังโครงสร้างของโครงการ 'The Titan' โครงการมิกซ์ยูสหมื่นล้านกำลังแสดงผลเส้น3D ที่บิดเบี้ยวไปจากเจตนารมณ์ของนักลงทุนอย่างสิ้นเชิง
ศศิธรนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบตึงจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใส เธอกำลังใช้ปลายเลี้ยวของปากกาโลหะเคาะลงบนโต๊ะประชุมเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง
"คุณคริษฐ์... คุณช่วยอธิบายเหตุผลที่ 'วิศวกรรมโครงสร้าง' ในโซนเพนต์เฮาส์ถูกปรับเปลี่ยนองศาการรับน้ำหนักโดยไม่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารหน่อยครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง 'โดยไม่ปรึกษาผม' ในฐานะประธาน" ศศิธรจงใจเน้นเสียงคำว่าประธาน พร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่พร้อมจะแผดเผาคนตรงหน้าให้เป็นจุล
คริษฐ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางเบาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลไร้ที่ติขยับตัวเข้าหาโต๊ะประชุมช้าๆ เขายื่นมือหนาลงไปทาบกับขอบโต๊ะ โน้มตัวลงไปหาหญิงสาวจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายหรูหราผสมฟีโรโมนความเป็นชายชาตรีพุ่งปะทะจมูกเธออย่างจงใจ
"เพราะถ้าผมทำตามพิมพ์เขียวเดิมที่คุณยัดเยียดมา... เสาหลักต้นนั้นจะรับแรงกดทับจากสระว่ายน้ำลอยฟ้าไม่ไหว และภายในสามปี ตึกของคุณจะพังครืนลงมาฝังร่างคนนับพัน" คริษฐ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เฉียบคม บดขยี้ทุกข้อโต้แย้งด้วยความมั่นใจระดับมืออาชีพ "ผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่คนรับใช้ที่จะพยักหน้ารับคำสั่งโง่ๆ แค่เพราะอยากประหยัดงบประมาณสิบล้านบาทหรอกนะครับ, คุณศศิธร"
คำพูดนั้นทำให้ศศิธรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด ความสูงของเธอที่แม้จะสวมรองเท้าส้นสูงก็ยังอยู่ในระดับไหล่ของเขาไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อต่อความกดดันแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาปัดหน้าจอเพื่อโชว์สัญญาจ้าง
"ในสัญญาข้อที่เก้า ระบุชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่กระทบต่อต้นทุนและดีไซน์หลัก ต้องได้รับอนุมัติจากทางบริษัทก่อน! คุณกำลังละเมิดข้อตกลง และถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่พอจะเล่นนอกเกม ผมก็พร้อมจะฉีกสัญญาฉบับนี้ทิ้งแล้วฟ้องเรียกค่าเสียหายคุณจนหมดตัวเหมือนกัน"
คริษฐ์ไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่ เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ายวนและความดุดันไว้ในเวลาเดียวกัน มือใหญ่อีกข้างเอื้อมออกไปคว้าข้อมือบางของเธอไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะหันหลังเดินหนี แรงบีบที่พอเหมาะไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะตรึงร่างของเธอไว้กับที่
"ปล่อยนะ!" ศศิธรตวัดสายตาดุร้ายใส่ พร้อมกับพยายามสะบัดข้อมือออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของสถาปนิกหนุ่มผู้เคยผ่านงานก่อสร้างหนักหน่วงมาได้
"ดื้อด้านเสียจริงนะครับ..." คริษฐ์กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของศศิธรลุกชันขึ้นพร้อมกันอย่างควบคุมไม่ได้ "ปากบอกว่าเกลียดผม แต่ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงจนผมได้ยินมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะครับ"
"คุณมัน..." ศศิธรหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกจับจุดอ่อนได้ เธอเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าเขาให้สาสม แต่ทว่าริมฝีปากหยักลึกของคริษฐ์กลับเคลื่อนเข้ามาฉกฉวยความเงียบงันทั้งหมดไปต่อหน้าต่อตา
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน... แต่มันคือการประกาศสงครามผ่านรสสัมผัสที่เร่าร้อนและเอาแต่ใจ คริษฐ์บดขยิมริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างอุกอาจ ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือที่ว่างพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ฝ่ามือใหญ่กลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดร่างบางให้แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งอย่างไร้ทางหนี
สัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและช่ำชองทำให้สติอันแข็งแกร่งของประธานสาวเริ่มหลุดลอย ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกค่อยๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด รสจูบที่ลึกล้ำและดุดันดึงดูดเอาลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน
เมื่อคริษฐ์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ศศิธรก็หอบหายใจจนตัวโยก ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนต้องพึ่งพาแผ่นอกของเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านเกินกว่าจะควบคุม เธอกัดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อด้วยความแค้นใจและตื่นกลัวในเสน่หาอันตรายนี้
"จำไว้นะครับศศิธร..." คริษฐ์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริกของเธอ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างเบามือแต่นัยน์ตากลับดุดันราวกับนักล่า "ไม่ว่าคุณจะพยายามขีดเส้นกั้นผมไว้แค่ไหน... สุดท้ายแล้ว คุณก็ไม่มีวันหนีพ้นพิมพ์เขียวที่ผมเป็นคนร่างขึ้นมาหรอก"
ยังไม่ทันที่ศศิธรจะได้ตอบโต้ประโยคยโสเหล่านั้น เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต
"ขอโทษที่รบกวนเวลาสวีทหวานกันนะครับท่านประธาน... แต่ดูเหมือนว่าบอร์ดบริหารกำลังรอฟังคำชี้แจงเรื่องงบประมาณที่ถูกแฮกไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วอยู่นะครับ"
ร่างสูงโปรดของ 'ภากร' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน สายตาคมกริบกวาดมองสภาพที่ชวนคิดลึกของคนทั้งคู่ด้วยแววตาสمสมเพชแกมสมรู้ร่วมคิด บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งเดือดระอุด้วยไฟสวาท พลราบเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บและตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อบุคคลที่สามก้าวเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของผมเสมอนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 2
รอยร้าวบนพิมพ์เขียว
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!