ความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจไม่ได้หมายถึงความสงบ แต่มันคือแรงอัดอากาศมหาศาลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่ม เอกสารรายงานความเป็นไปได้ของโปรเจกต์ "เดอะ ฟีนิกซ์ เอย์" มูลค่าหมื่นล้านบาทถูกกางแผ่หรี่อยู่บนโต๊ะประชุมหินอ่อนสีดำสนิท สายตาทุกคู่ในห้องต่างพากันก้มมองต่ำ ราวกับเกรงว่าหากสบตากับประธานบริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลเข้า พวกเขาอาจกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปที่ถูกเขี่ยพ้นทาง
"ฉันให้เวลาพวกคุณไปทบทวนตัวเลขต้นทุนโครงสร้างมาใหม่สามวัน ไม่ใช่สามเดือน... และผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงความน่าสมเพชเหมือนเดิม"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนดังขึ้น ศศิธรนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ เรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลขับเน้นทรวดทรงองเอวที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเสน่ห์อันเย้ายวน ดวงตาคู่คมดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบหน้าคมคายกวาดมองผู้บริหารฝ่ายต่างๆ ด้วยความเย็นชา เธอดุดัน เด็ดขาด และไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะในเรื่องธุรกิจที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงของตระกูล
ภากร ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของโปรเจกต์นี้คืออะไร และเขากำลังรอจังหวะที่จะเหยียบศศิธรให้จมดิน เพื่อฮุบเอาโครงการนี้ไปไว้ในมือ
"บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ทีมงานของศศิหรอกครับ... แต่อาจเป็นเพราะเรากำลังใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมที่ล้าสมัย และไม่มีจิตวิญญาณมากพอที่จะดึงดูดนักลงทุนระดับโลกต่างหาก"
เสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้า ทุกสายตาหันขวับไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงศศิธรที่หรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ
คริษฐ์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นความสง่างามและความดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใน
เส้นผมสีเข้มถูกจัดทรงอย่างลวกๆ แต่กลับดูเซ็กซี่เกินต้าน ดวงตาคมกริบคู่นั้นนิ่งสนิท ราวกับผืนน้ำลึกที่ไม่มีใครหยั่งถึง แต่กลับแฝงประกายไฟปรารถนาร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาคือสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน และเป็นผู้ชนะการประมูลแบบร่างของโปรเจกต์นี้ที่ศศิธรจำใจต้องเซ็นสัญญาจ้าง แม้เธอจะเกลียดความถือดีของเขาเข้ากระดูกดำก็ตาม
"คุณมาช้าไปยี่สิบนาที คุณคริษฐ์" ศศิธรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "จำไม่ได้หรือไงว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเมื่อไหร่ก็ได้"
คริษฐ์หยุดยืนอยู่ตรงข้ามเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงโต๊ะประชุมยาวกั้นขวาง แต่รัศมีอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุราวกับมีไฟสุม
"ผมไม่ได้มาช้าครับ... ผมแค่ให้เวลาคุณได้จัดการกับความล้มเหลวของคนพวกนี้ให้เสร็จเสียก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งฟังข้อแก้ตัวซ้ำซาก" คริษฐ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แต่เฉียบขาดจนคนฟังต้องขบกรามแน่น
ศศิธรแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเกลียดรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเย่อหยิ่งและท้าทายนั้นเสียเหลือเกิน มันเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาใช้ตอนที่บังคับให้เธอยอมรับเงื่อนไขบ้าๆ ในคืนที่พวกเขาเซ็นสัญญากันเมื่อเดือนก่อน
"มั่นใจนักนะ... หวังว่าแบบร่างที่คุณภูมิใจนักหนา จะไม่ทำให้ฉันต้องผิดหวังจนต้องฉีกมันทิ้งต่อหน้าคุณ" ศศิธรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะน้อยกว่าเขาอยู่ช่วงตัว แต่พลังกดดันจากเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
"คุณไม่มีวันได้ฉีกมันหรอกครับศศิ..." คริษฐ์โน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงพัดเข้าปะทะจมูกเธอจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "เพราะสิ่งเดียวที่คุณจะอยากฉีกในตอนท้าย... ไม่ใช่กระดาษพวกนี้... แต่เป็นเสื้อผ้าของผมต่างหาก"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุมเมื่อประโยคคุกคามทางความรู้สึกนั้นหลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่ม ภากรหน้าตึงขึ้นด้วยความโกรธ ขณะที่ศศิธรนิ่งอึ้ง เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอโกรธจนพูดไม่ออก แต่นัยน์ตากลับไหวระริกด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดชังนัก
"ออกไปให้พ้นจากห้องประชุมของฉัน... คริษฐ์!" เธอกัดฟันกรอด สั่งเสียงสั่น
คริษฐ์ไม่สะทกสะท้าน เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงช้าๆ ส่งสายตาคมปลาบที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งมาให้เธอก่อนจะหันไปหยิบแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ เสียงวัตถุกระทบพื้นผิวหินอ่อนเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ
"ผมจะรอคุณที่ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบน... หวังว่าคุณจะตามขึ้นมาดู 'งานศิลป์' ของผมด้วยตัวเองนะฃศศิ... เพราะถ้าคุณให้คนอื่นดูแทน คุณอาจจะพลาดรายละเอียดที่สำคัญที่สุดไป"
พูดจบ คริษฐ์ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่ใส่ใจ ทิ้งให้ศศิธรยืนหายใจติดขัดอยู่ท่ามกลางสายตาของลูกน้องและคู่แข่งทางธุรกิจที่มองมาอย่างอึ้งระคนหวาดหวั่น
ความโกรธ ความอับอาย และแรงกระตุ้นบางอย่างที่ปะทุขึ้นในอกทำให้มือเรียวบางกำแฟลชไดร์ฟนั้นแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ศศิธรสะบัดหน้าหนีสายตาของทุกคน ก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้องประชุมตามหลังร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งลับหายไปทันที โดยไม่รู้เลยว่าประตูห้องทำงานชั้นบนที่เธอกำลังจะเปิดเข้าไปในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านั้น จะไม่ได้มีไว้เพื่อคุยเรื่องงาน... แต่มันคือกับดักซาตานที่คริษฐ์จงใจสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งเพลิงสวาทที่ไม่มีวันหลุดพ้น
และในวินาทีที่เธอผลักบานประตูห้องทำงานหรูหราเข้าไปจนสุด แสงไฟสลัวภายในห้องก็ถูกปิดลงเหลือเพียงเงาสลัวของชายหนุ่มที่ยืนรอพิงขอบกระจกใส เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าทอ ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว ล็อกเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
"มาช้าจังนะครับที่รัก... รู้ไหมว่าผมรอลงโทษคนดื้ออย่างคุณจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้นและเร่าร้อนไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 1
ศิลากับเปลวไฟ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!