เสียงปรบมือระลอกสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางโครงสร้างเหล็กกล้าและคอนกรีตเปลือยเปล่าของชั้นบนสุด อาคารสูงตระหง่านที่เพิ่งเทพื้นคอนกรีตบล็อกสุดท้ายเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟสปอตไลท์ชั่วคราวสาดส่องสลับกับแสงนีออนจากไซต์ก่อสร้าง ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชัยชนะ หยาดเหงื่อ และฝุ่นปูนที่ยังคงลอยคลุ้งในอากาศ
ศศิธรยืนกอดอกนิ่งอยู่ในชุดสูทกางเกงขายาวสีขาวสะอาดที่ตัดกับความดิบเถื่อนของสถานที่ ใบหน้าคมคายฉายแววความเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจ โปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านที่ ภากร พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะเตะตัดขา บัดนี้โครงสร้างหลักได้ตั้งตระหง่านท้าทายสายตาผู้คนอย่างมั่นคงแล้ว...
ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้
"ยินดีด้วยครับท่านประธาน... งานโครงสร้างหลักผ่านพ้นไปด้วยดีอย่างที่ผมสัญญาไว้"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่แตะลงบนข้อศอกมน คริษฐ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยเปื้อนฝุ่นจางๆ จากการลงพื้นที่ตรวจงานด้วยตัวเองตลอดทั้งวัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ความสำเร็จตรงหน้า แต่มันกำลังจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มของเธอด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิง
ศศิธรหันกลับมาสบตา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อตอนบ่ายที่ลูกน้องของภากรพยายามพังประตูห้องพักคนงานเข้ามาเพื่อข่มขู่ ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ และภาพที่คริษฐ์เปลี่ยนสภาพจากสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกลายเป็นชายหนุ่มดิบเถื่อนผู้พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องเธอก็ยังคงกรีดลึกอยู่ในหัวใจ
"คุณเก่งมาก... คริษฐ์" ศศิธรเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามรักษามารกของประธานบริษัทไว้ แม้ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเขยิบเข้าใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ
"คำชมอย่างเดียวมันน้อยไปหน่อยนะครับ สำหรับความเสี่ยงที่ผมยอมเอาคอไป
แขวนไว้บนเส้นด้ายวันนี้"
คริษฐ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มือหนาเลื่อนจากข้อศอกขึ้นมาโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวร่างบางก็ปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ
"ที่นี่... ไซต์งานนะคริส คนยังอยู่เต็ม..." ศศิธรเอ่ยเตือนเสียงสั่น พยายามใช้มือดันลาดไหล่หนาเอาไว้ แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงปรารถนาที่กำลังแผดเผาอยู่ในตัวเขา
"แล้วใครบอกให้อยู่ข้างล่างล่ะครับ..."
รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกหนุ่มปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นแนบอกด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ท่ามกลางความตกใจของหญิงสาวที่เผลออุทานออกมาเบาๆ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปได้นานนัก เพราะคริษฐ์พาเธอเดินลัดเลาะขึ้นไปยังชั้นลอยส่วนต่อขยายที่เป็นห้องกระจกวีไอพีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งถูกล็อกกุญแจไว้อย่างมิดชิดและปลอดผู้คนโดยสิ้นเชิง
ประตูกระจกถูกปิดล็อกลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยมือข้างเดียว ขณะที่อีกข้างยังคงรวบเอวบางไว้แน่น ร่างของศศิธรถูกดันชิดติดกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง ราวกับโลกทั้งใบถูกยกมาไว้ใต้เท้าของพวกเขาสองคน
"คริส! คุณบ้าไปแล้วหรือไง..."
เสียงต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือความหิวกระหาย ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน และความต้องการครอบครองที่รุนแรงจนศศิธรต้องหายใจทางปาก
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ คริษฐ์ขบเม้มริมฝีปากเธอบดเคล้าสลับกับดูดดึงจนบวมเจ่อ มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลัง ปลดกระดุมสูทและเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปราณี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่ลุกชันด้วยความวาบหวาม
บรรยากาศในห้องกระจกแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสน่หาและเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ศศิธรยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบของกระจกด้านหลังตัดกับความร้อนระอุจากฝ่ามือและร่างกายของคริษฐ์ที่แนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องจนเธอแทบยืนไม่อยู่
"หวาน... คุณหวานเหลือเกินศศิ"
คริษฐ์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ แต่สายตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างอรชรที่ไร้การปกปิดอย่างหิวกระหาย นิ้วมือแข็งแรงลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจแกล้ง ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้มาดผู้ดีให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย
"อ๊ะ... คริส... พอ..." ศศิธรครางประท้วงเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากร้อนเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยรักสีจางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้เธอสะท้านเยือกไปทั้งร่าง
"ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าไม่มีใครแตะต้องคุณได้แม้แต่ปลายเล็บ... เพราะทุกตารางนิ้วบนตัวคุณ มันเป็นของผม... ตั้งแต่หัวจรดเท้า"
เสียงกระซิบพร่าต่ำที่ข้างใบหูมาพร้อมกับสัมผัสวาบหวามที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น คริษฐ์ช้อนสะโพกมนขึ้นแนบชิด แก่นกายที่ตื่นตัวเต็มที่แนบกดทับความเร่าร้อนเบื้องล่างจนศศิธรต้องหลับตาปี๋และแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและดุดันดำเนินไปท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของมหานคร ความตึงเครียดจากโลกภายนอกถูกหลอมละลายหายไปในรสสัมผัสอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
"คุณศศิครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ... ทางข้างล่างบอกว่ามีเรื่องด่วนจากคุณภากร!"
เสียงตะโกนเรียกของหัวหน้าคนงานดังทะลุเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกที่พยายามจะเปิดเข้ามาในห้องกระจกวีไอพี!
คริษฐ์หยุดชะงัก ดวงตาคมกริบหันไปมองประตูด้วยแววตาดิบเถื่อนที่วาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคว้าเสื้อผ้ามาคลุมร่างสั่นเทา ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใส...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้เสมอนะครับ
- วริศร์วิสกี้ -
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 20
ครึ่งทางสู่ความสำเร็จ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!