สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 16

ประกาศิตจากบอส

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงก้าวเดินที่กระทบกับพื้นหินอ่อนอย่างเป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของความตื่นตระหนก หากแต่เป็นเสียงแห่งประกาศิตที่ทรงพลังพอจะทำให้ห้องประชุมใหญ่ของอาณาจักร ‘ธนากุล กรุ๊ป’ ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง ศศิธรยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายที่เมื่อครู่ยังสั่นสะเทือนไปด้วยคลื่นความเร่าร้อนจากสัมผัสของคริษฐ์ กลับถูกความเย็นยะเยือกของความเป็นจริงเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอกวาดสายตาผ่านกระจกฝ้าที่สะท้อนเงาร่างอันคุ้นเคย เงาร่างที่ทุกคนในที่นี้คิดว่าไม่มีวันได้เห็นอีกแล้วในรอบสามเดือนเต็ม ประตูห้องทำงานส่วนตัวถูกผลักให้เปิดออกกว้างอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสูงวัยแต่ทว่ายังคงความสง่างามเฉียบคมก้าวเข้ามา ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มที่สามารถแผดเผาคนให้เป็นจุลได้ภายในพริบตา "ตกใจอะไรกันขนาดนั้นครับ... หรือว่าการที่ฉันกลับมาเร็วกว่ากำหนด มันทำให้แผนการสกปรกของบางคนต้องพังทลายลง" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่าคนที่สะارتสะเทือนมากที่สุดในห้องนี้หาใช่ศศิธรไม่ แต่เป็นภากร—รองประธานผู้ทะเยอทะยานที่กำลังหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมจนเห็นได้ชัด เมื่อผู้หญิงที่เขากลบฝังชื่อไว้ในกองเอกสารลับ กำลังยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตานักล่า ศศิธรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอยืดตัวตรงขึ้นอย่างสง่างาม แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณของการเป็นผู้บริหารระดับสูงทำให้เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกได้ในเสี้ยววินาที "คุณแม่..." เสียงของศศิธรหลุดลอดริมฝีปากออกมาแผ่วเบา คุณหญิงศจี ผู้เป็นมารดาและอดีตประธานกรรมการผู้ทรงอิทธิพล กวาดสายตามองสภาพห้องทำงานที่ข้าวของกระจัดกระจายเล็กน้อยจากการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คริษฐ์ สถาปนิกหนุ่มหน้านิ่งผู้ยืนบังร่างของศศิธรไว้ครึ่งหนึ่งราวกับต้องการปกป้อง คริษฐ์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาส่งยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาสีเข้มคมปลาบสบตากับคุณหญิงศจีอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีใดๆ ความนิ่งขรึมและสุขุมของเขายิ่งขับเน้นบรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น "ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อฟังคำว่าแม่ลูกซาบซึ้งใจหรอกนะศศิธร" คุณหญิงศจีเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ วางเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนทุกคนสะดุ้ง "สามเดือนที่ฉันไปรักษาตัวต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกสาวคนเก่งได้บริหารงานด้วยตัวเอง... แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นในรายงานย้อนหลัง มันคือความเน่าเฟะที่พวกแกพยายามร่วมมือกันฮุบสมบัติของตระกูล!" ภากรลนลานจนแทบควบคุมอาการไม่อยู่ เขารีบก้าวเท้าเข้ามาหมายจะแก้ตัว "คุณหญิงครับ เรื่องนี้มันมีความเข้าใจผิด... เอกสารพวกนั้นอาจจะถูกปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายผมกับคุณศศิธร..." "หุบปาก!" คุณหญิงศจีตวาดกร้าว สายตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปเชือดเฉือนภากร "แกคิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกเลยสินะ ว่าบริษัทลูกที่แกพยายามเซ็นสัญญาขายให้บริษัทของครอบครัวแกเองในราคาถูก มันคือการยักยอกทรัพย์สินในรูปแบบไหน เอกสารทุกแผ่น ลายเซ็นทุกบรรทัด ฉันถือมันไว้ในมือหมดแล้ว... ภากร!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ภากรหน้าถอดสี ขาเริ่มสั่นเทาจนต้องหาที่พิง ความทะเยอทะยานทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเจอกับอำนาจที่แท้จริงของตระกูลธนากุล ในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือด ศศิธรกลับรู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงบนหลังมือของเธอ คริษฐ์ขยับเข้ามาประชิดร่างเธอจากด้านหลังอย่างแนบเนียน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดร่วงอยู่ตรงกกหู ทำให้ขนลุกซู้ดท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน "นิ่งไว้ครับ..." เสียงกระซิบต่ำทุบกระแทกเข้าโสตประสาทของเธอ มันเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอำนาจเร้นลับที่พร้อมจะโอบอุ้มเธอไว้ "ปล่อยให้หมากตัวนี้มันดิ้นรนไป... ส่วนคุณ มีหน้าที่แค่ยืนอยู่ข้างผมก็พอ" ศศิธรเหลือบสายตาขึ้นมองสถาปนิกหนุ่ม แม้สถานการณ์รอบตัวจะกำลังลุกเป็นไฟ แต่แววตาของคริษฐ์กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจและความเร่าร้อนที่ส่งผ่านมาถึงเธอ รสสัมผัสจากจูบก่อนหน้ายังคงหลงเหลืออยู่บนริมฝีปาก สร้างแรงดึงดูดทางกายที่รุนแรงจนเธอแทบจะลืมไปเลยว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าแม่ของเธอเอง คุณหญิงศจีหันกลับมามองคนทั้งคู่ สายตาของผู้สูงอายุพิจารณาคริษฐ์ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าของอดีตประธาน "ส่วนคุณ... สถาปนิกคริษฐ์" คุณหญิงศจีเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน "โปรเจกต์ใหญ่ที่ออกแบบไว้ ฉันได้ตรวจสอบดูแล้ว ฝีมือดีสมคำร่ำลือ... แต่ดูเหมือนว่าคุณจะล้ำเส้นเกินหน้าที่ของสถาปนิกไปหน่อยนะ" คริษฐ์ไม่สะทกสะท้าน เขายังคงยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ แต่ดวงตากลับคมกลาบราวกับเสือดาวที่พร้อมกระโจนใส่เหยื่อ "หน้าที่ของสถาปนิกที่ดี คือการปกป้องโครงสร้างทั้งหมดไม่ให้พังทลายลงมาครับคุณหญิง..." คริษฐ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม "และโครงสร้างชิ้นนี้... ผมเป็นคนลงมือสร้างมันขึ้นมากับมือ ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันลงง่ายๆ แน่นอนครับ" คำพูดของคริษฐ์มีความหมายสองแง่สองง่ามที่รู้กันเพียงแค่คนสองคน ศศิธรใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นและความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้า คุณหญิงศจีหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างพิจารณา ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "ปากกล้าดีนี่... งั้นก็ดี ในเมื่อคุณมั่นใจในผลงานนัก งั้นเรามาดูกันว่า ฝีมืออย่างคุณจะรักษาเก้าอี้ตัวนี้ไว้ได้นานแค่ไหน เมื่อเจอ 'ของจริง' ที่ฉันกำลังจะดึงเข้ามาบริหารแทน" สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมใหญ่ก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยเลขานุการส่วนตัว พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคน—ผู้ชายที่ทำให้ศศิธรต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม! รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตากรุ้มกริ่มของ 'ภาคิน' อดีตคู่หมั้นเก่าที่หนีคดีฉ้อโกงไปต่างประเทศ ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่ประกาศศักดาการกลับมาทวงทุกอย่างคืน! "สวัสดีครับทุกคน... คิดถึงผมกันไหมครับ?" ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%