ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของประธานบริหารสาวหนักอึ้งเสียจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าในมือของคริษฐ์ไม่ได้มีแค่ซองเอกสาร แต่ยังมีแฟ้มลับของภากรที่เธอเพิ่งถูกข่มขู่ไปเมื่อช่วงบ่ายปรากฏอยู่ด้วย!
ดวงตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มีความลังเลเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาวางแฟ้มสีดำสนิทนั้นลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวเรียบดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับหนักหน่วงราวน้ำหนักของค้อนที่ทุบลงกลางความรู้สึกหวาดหวั่นที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย่อหยิ่งมาตลอดทั้งวัน
"คุณ... ไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน คริษฐ์"
เสียงของศศิธรขาดหายไปในช่วงท้าย ประโยคคำถามที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยอำนาจและความเฉียบขาด บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เธอเองก็ไม่อาจควบคุมได้ ความลับที่เธอกลัวที่สุด ความพยายามที่จะปกป้องบริษัทและศักดิ์ศรีของตระกูลจากเงื้อมมือของไอ้สารเลวภากร บัดนี้มันกลับมานอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ โดยมีผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่น้ำผึ้งเคลือบยาพิษในโปรเจกต์สถาปัตยกรรม เป็นคนนำมันมาวางไว้
คริษฐ์ไม่ตอบในทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนหมดสิ้น
"คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวหรอกครับ ศศิ"
คริษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้น้ำตาที่ศศิธรพยายามกลั้นไว้แทบทะลักออกมา เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง พยายามดึงความแข็งกร้าวครั้งสุดท้ายขึ้นมาต้านทานแรงดึงดูดประหลาดนี้
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณ! ฉันจัดการเองได้..."
"จัดการด้วยการยอมให้มันเอาเปรียบและเหยียบย่ำคุณลับหลังอย่างนั้นหรือครับ?" คริษฐ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมจนคนฟังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ มือหนายื่นออกไปปลดกระดุมเสื้อสูทของตนเองออกอย่างใจเย็น ก่อนจะวางมือลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังนิ่มจนเธอไม่มีทางหนี
สายตาของคริษฐ์ในยามนี้ไม่ได้มีมาดสุภาพบุรุษผู้เจียมตัวอีกต่อไปแล้ว มันคือสายตาของนักล่าผู้หวงแหนอาณาจักรของตน และศศิธรก็คือสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาแตะต้อง
"คุณเก่ง ศศิ คุณบริหารคนนับร้อย คุณคุมเกมธุรกิจระดับพันล้านได้ แต่ในมุมมืดที่คุณต้องเผชิญกับพวกเดรัจฉาน... คุณไม่มีวันชนะมันได้ด้วยตัวคนเดียวหรอกครับ"
คำพูดของเขาบาดลึกเข้าไปในรอยแผลเป็นในใจของเธอ ปมปัญหาในอดีตที่เธอต้องดิ้นรนสร้างตัวขึ้นมาด้วยความโดดเดี่ยว ความหวาดระแวงที่ว่าทุกคนเข้ามาหาเพื่อผลประโยชน์ ถูกกะเทาะออกด้วยความจริงอันดิบเถื่อนที่เขากล้าพูดมันออกมาตรงๆ
ศศิธรเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบแก้มเนียนอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเย่อหยิ่งทลายลงในวินาทีนั้นเอง เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความอ่อนแอ แต่คริษฐ์ไวกว่า นิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการจับดินสอเขียนแบบและหน้างานก่อสร้าง ปาดเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มให้อย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้นช่างขัดแย้งกับแววตาดุดันเร่าร้อนของเขาเหลือเกิน มันคือความอ่อนโยนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับมาในชีวิต
"ผมบอกคุณแล้วไงครับ ว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นลูกน้องหรือคู่ค้า... แต่ผมมาเพื่อยืนข้างคุณ"
พูดจบ คริษฐ์ก็ไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธอีกต่อไป มือหนาช้อนร่างระหงของประธานสาวให้ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้อย่างง่ายดาย แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอดึงรั้งให้ร่างทั้งสองแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของศศิธรเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"คริษฐ์... ที่นี่ที่ทำงาน..." เธอกระซิบประท้วงด้วยน้ำเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน เมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน
"แล้วใครบอกว่าผมสนใจเรื่องสถานที่ล่ะครับ"
รสจูบที่ตามมาไม่ได้นุ่มนวลเหมือนคำพูดเมื่อครู่ แต่มันทั้งดุดัน เรียกร้อง และแผดเผาราวกับเปลวเพลิงที่ถูกกักเก็บไว้มานาน คริษฐ์บดเคล้าเรียวปากนุ่มของศศิธรด้วยความกระหายใคร่รู้ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนร่างบางแทบจะหลอมละลายรวมไปกับอ้อมแขนของเขา
ศศิธรครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตด้านหน้าของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว เธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและอบอุ่นนี้อย่างหมดรูป รสจูบที่ลึกซึ้งและยาวนานทำให้โลกทั้งใบภายนอกประตูห้องนั้นดับวูบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่และสัมผัสจากมือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานราคาแพง
แรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเครียดและความกดดันตลอดทั้งวันถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสอันเร่าร้อน คริษฐ์อุ้มร่างของเธอลอยขึ้นเล็กน้อยจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน ร่างกายของทั้งคู่แนบประสานกันทุกสัดส่วน ความรู้สึกวาบหวามวิ่งพล่านไปตามเส้นประสาทจนศศิธรต้องแอ่นอกรับสัมผัสจากริมฝีปากของเขาที่เลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่องอย่างอุกหาญ
"อื้ม... คริษฐ์... พอ... ก่อน..." เธอพยายามเปล่งเสียงห้าม แต่เสียงนั้นกลับฟังดูเหมือนการเชิญชวนในความรู้สึกของเขาเสียมากกว่า เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของเขากดจູບย้ำๆ ลงบนจุดชีพจรจนเกิดรอยแดงจางๆ
สถาปนิกหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาฉายประกายความเร่าร้อนดิบเถื่อนที่ผู้ใดเห็นเป็นต้องสั่นสะท้าน มือข้างหนึ่งของเขาจับมือเรียวของเธอมาแนบไว้ที่อกด้านซ้ายของตนเอง เพื่อให้เธอกลั่นกรองและรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังบ้าคลั่งเพราะเธอ
"คุณทำให้ผมคลั่ง ศศิ... และผมจะไม่มีวันยอมให้ไอ้เวรไหนมาทำให้ผู้หญิงของผมต้องหลั่งน้ำตาอีกเด็ดขาด" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากของเธอ เต็มไปด้วยคำสัญญาที่หนักแน่นและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดและร่างของทั้งคู่กำลังจะก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นระหว่างความสัมพันธ์ ทันใดนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิดจากด้านนอก ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังแกรก! โดยไม่มีการรอสัญญาณตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น!
ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าเปลี่ยนจากความเคลิบเคลิ้มเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที เมื่อเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจกฝ้ากำลังผลักประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 15
อ้อมกอดของสถาปนิก
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!