สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 17

กลิ่นอายความพ่ายแพ้

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงปรบมือประชดประชันของภากรดังขึ้นในความมืดของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบห้า ท่ามกลางเอกสารแปลนโครงสร้างที่ถูกฉีกทิ้งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ห้องทำงานส่วนตัวของศศิธรยามนี้ไม่ต่างอะไรจากสนามรบย่อมๆ ที่กลิ่นอายความพ่ายแพ้กำลังคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง "สวัสดีครับทุกคน... คิดถึงผมกันไหมครับ?" ประโยคทักทายกวนประสาทนั้นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของภากรที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่บรรจุคลิปวิดีโอตัดต่อบิดเบือนความจริง ซึ่งเขากำลังเตรียมจะส่งต่อไปยังสำนักข่าวเศรษฐกิจและบอร์ดบริหาร เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้านที่ศศิธรทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดทั้งปี ศศิธรยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ มือเรียว2ข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด แต่ใบหน้ายังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ไอ้สารเลวคนนี้ได้เห็น "แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่ ภากร ไสหัวออกไปซะ" เสียงหวานดุเดือดตวาดก้อง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ "ไม่มีสิทธิ์เหรอครับศศิ?" ภากรหัวسเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา "อีกไม่ถึงสิบนาที ชื่อเสียงที่คุณสร้างมาทั้งหมดจะพังทลาย โปรเจกต์นี้จะกลายเป็นแค่เศษขยะ และบริษัทของคุณก็จะตกเป็นของผม... ทางออกเดียวที่คุณเหลืออยู่ตอนนี้ คือการก้มลงกราบขอร้องผมซะ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันมหาศาลบีบคั้นหัวใจคนฟังจนแทบระเบิด ทว่า ก่อนที่ภากรจะได้กดปุ่มส่งข้อมูลทำลายล้างนั้น ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของใครบางคน คริษฐ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และทรงพลังราวกับพญาอินทรีที่กำลังก้าวเข้าสู่เขตล่าเหยื่อ สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักรางเลือนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อย สายตาคมกริบของคริษฐ์กวาดมองเอกสารที่กระจัดกระจาย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ภากรด้วยแววตาดิบเถื่อนที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว "คุณภากรครับ..." คริษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่ากลัวจนสันหลังวาบ "คนที่กำลังจะจนมุม... ดูเหมือนจะไม่ใช่คุณศศิหรอกนะครับ" ภากรหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อถูกขัดจังหวะ แต่ยังฝืนยิ้มเยาะ "แกเป็นใครวะ แค่ไอ้สถาปนิกรับจ้าง อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย คริษฐ์!" คริษฐ์ไม่ตอบคำถามนั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวภากรอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำให้ภากรสำลักอากาศ หน้าตาเหเกด้วยความเจ็บปวด แท็บเล็ตในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย "จำไว้นะครับ..." คริษฐ์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณ "ของๆ ศศิ... ผมเป็นคนสร้าง และถ้าใครหน้าไหนกล้าแตะต้องมันแม้แต่ปลายนิ้ว ผมจะทำให้มันไม่มีแผ่นดินจะยืน" ศศิธรยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรำรัว ความรู้สึกหวาดกลัวและเคว้งคว้างเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความเร่าร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย สายตาที่คริษฐ์ใช้มองเธอมันเต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ความหวงแหน และแรงปรารถนาอันดิบดิถีที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้มาดสุภาพบุรุษ เมื่อภากรถูกลูกน้องของคริษฐ์ลากตัวออกไปจากห้องอย่างไร้ความปรานี ประตูกระจกถูกล็อกสนิท ปิดตายจากโลกภายนอก ห้องทำงานกว้างขวางเหลือเพียงแค่คนทั้งสอง ความเงียบงันเข้าปกคลุม แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางกายที่รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าว ศศิธรยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน หายใจหอบถี่ หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ เสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวที่กำลังพ่ายแพ้ต่อสถานการณ์ กำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวสถาปนิกหนุ่มให้ออกมาอาละวาด คริษฐ์ถอดสูทสีดำออกโยนทิ้งอย่างไร้ความใยดี ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาศศิธรทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "คุณคริส..." ศศิธรพยายามจะเอ่ยปราด แต่เสียงของเธอกลับสั่นพร่าเมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่คางคางเรียว บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา "คุณเก่งมากแล้วครับศศิ..." คริษฐ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก "แต่ตอนนี้... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะนะครับ" มือใหญ่อีกข้างสอดเข้าที่เอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางเข้ามาชิดแนบกายอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผ่านเนื้อผ้าสูทเข้ามาจนศศิธรสะท้านเฮือก เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างไว้ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขากลับเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย "ที่นี่... ห้องทำงานฉันนะ..." เธอท้วงเสียงแผ่วเบา ร่างกายอ่อนยวบยาบเมื่อจมูกโด่งคมก้มลงซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสเปียกชื้นและร้อนผ่าวของริมฝีปากเขาที่กดจูบลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิงไปหมด "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ... เพราะผมสั่งห้ามไว้แล้ว" คริษฐ์กระซิบข้างใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบาๆ เรียกเสียงครางหวานหลุดรอดริมฝีปากของศศิธรออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลและปลอบประโลม ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความดุเดือดและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน คริษฐ์บดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานจากโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม มือหนาลูบไล้สะโพกผาย บีบเคล้นเนื้อนุ่มผ่านร่มผ้าจนศศิธรต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ความกดดันและความพ่ายแพ้เมื่อครู่ถูกเผาลาญจนมลายหายสิ้น เหลือเพียงเพลิงสวาทที่โหมกระหน่ำเผาผลาญคนทั้งคู่ท่ามกลางความมืดของค่ำคืน ศศิธรแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามอย่างยินยอมพร้อมใจ ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านเมื่อมือหนาสอดแทรกปลายนิ้วเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบไปทั่วสรรพางค์กาย ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยอำนาจและเสน่หาครั้งนี้ ดำดิ่งลึกลงไปในห้วงอารมณ์ที่มืดมนและเย้ายวนเกินกว่าจะถอนตัว คริษฐ์อุ้มร่างบางขึ้นนั่งพาดบนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความปรานี กระโปรงทรงเอถูกเลิกขึ้นสูงเผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่สั่นระริก ดวงตาคมกราบมองเรือนร่างอรชรด้วยความกระหายหิว ราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว "คุณมันบ้า... คริษฐ์..." ศศิธรหอบหายใจกระเส่า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและปรารถนาที่พุ่งสูงปรี๊ด "ผมบ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละครับ..." เขาหัวسเราะต่ำในลำคอ ก่อนจะประกบจูบลงมาอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ทว่า ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังจะก้าวไปถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆๆ" สามครั้งอย่างเร่งรีบก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงของเลขาคนสนิทที่หน้าประตูห้อง "คุณศศิคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโปรเจกต์ถูกแฮก และตอนนี้ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดกำลังถูกลบ!" ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สติที่เคยล่องลอยกลับคืนมาทันที เธอดันอกคริษฐ์ออกอย่างแรง แต่สถาปนิกหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อย เขายังคงกักตัวเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาดำมืดที่ฉายแววอันตรายยิ่งกว่าเดิม คริษฐ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบจนน่าขนลุก "อย่าเพิ่งตกใจไปเลยครับคนสวย... ดูเหมือนว่า 'หนู' ตัวนี้ จะไม่ได้มาแค่คนเดียวซะแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความเร่าร้อนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%