กลิ่นยางมะตอยไหม้เกรียมผสมปนเปไปกับไอความร้อนจากเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ คือออกซิเจนชนิดเดียวที่คริษฐ์ต้องการในยามที่เส้นเลือดขมับเต้นตุบด้วยความเดือดดาล
เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์สีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านโค้งหักศอกด้วยความเร็วเกินกว่าสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมถูกแผดเผาจนมอดไหม้ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประโยคยั่วประสาทของภากรที่ทิ้งไว้ก่อนเขาจะเหยียบมิดไมล์หนีออกมา มันไม่ใช่แค่เรื่องเกมธุรกิจ แต่มันคือการหยามเกียรติ และที่สำคัญที่สุด... มันคือการคุกคามผู้หญิงของเขา
"ให้ตายสิ..."
คริษฐ์สบถลอดไรฟัน มือหนากระชากเกียร์เปลี่ยนระดับความเร็วด้วยความดิบเถื่อน เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยแสงไฟนีออนสลัวจากรอบสนามแข่งรถเถื่อนนอกเมือง เขากำลังระบายความอัดอั้นตันใจผ่านความเร็วและความตายที่อยู่แค่เอื้อม ทุกโค้งที่เหวี่ยงตัวคือการท้าทายขีดจำกัด ราวกับต้องการลงทัณฑ์ตัวเองที่ปล่อยให้คนเลวๆ อย่างภากรเข้าใกล้ศศิธรได้แม้แต่ก้าวเดียว
เอี๊ยดดดด—!
เสียงล้อบด 4 ล้อครูดกับพื้นถนนจนเกิดควันโขมง คริษฐ์ดริฟท์รถเข้าจอดเทียบท่าพิตเล็งอย่างแม่นยำ ก่อนจะดับเครื่องยนต์ ความเงียบงันและไอความร้อนที่แผ่ออกจากฝากระโปรงรถคือสิ่งเดียวที่โอบล้อมเขาไว้ในเวลานี้
เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางปาก พลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนเบาะข้างคนขับเพื่อเตรียมต่อสายหาใครบางคน ทว่า... ก่อนที่นิ้วเรียวจะได้กดโทรออก ประตูฝั่งตรงข้ามก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
แสงไฟสาดส่องกระทบกับร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปที่ยังคงความสง่างามแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางสนามแข่งรถเถื่อน กลิ่นน้ำหอมแพงระยับที่คุ้นเคยปะปนมากับกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อน ศศิธรยืนหอบหายใจน้อยๆ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด ดวงตาคู่คมที่มักจะเฉียบขาดเสมอในยามประชุมบอร์ดบริหาร บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและ... โกรธจัด
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง คริษฐ์!"
เสียงหวานทรงอำนาจตวาดลั่นแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รอบข้าง เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัวความอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
คริษฐ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มหันกลับมามองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคาดไม่ถึงเลยว่า... ศศิธรจะตามเขามาถึงที่นี่ ที่สนามแข่งรถเถื่อนอันเปลี่ยวร้างและอันตรายแห่งนี้
"คุณมาทำไมที่นี่ ศศิ..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและต่ำทุ้ม บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ข้างใน "มันอันตราย คุณไม่ควรมาเหยียบสถานที่แบบนี้"
"แล้วคุณคิดว่าที่คุณทำอยู่มันปลอดภัยนักหรือไง!" ศศิธรสวนกลับทันควัน มือเรียวบางสั่นระริกด้วยความโกรธ เธอเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง "คุณเป็นบ้าอะไร ถึงได้ขับรถหนีออกมาแบบนั้น แถมยังขับด้วยความเร็วบ้าๆ นั่น... ถ้าคุณเกิดแหกโค้งตายขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงฮึ!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มด้วยความพลั้งปาก พร้อมกับเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและมาดประธานสาวผู้เย็นชาพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวที่จะสูญเสียผู้ชายที่กุมหัวใจเธอไว้จนหมดสิ้น
คริษฐ์นิ่งงันไปอึดใจใหญ่ หัวใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยเพลิงโทสะ กลับถูกความรู้สึกอุ่นวาบเข้าโอบกอดจนสงบลงอย่างน่าประหลาด เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด มันชัดเจนเสียจนเขาปฏิเสธไม่ได้เลย
มือหนายื่นออกไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงเบาๆ ดึงให้ร่างบางปลิวมากระแทกลงบนตักแกร่งของเขาโดยไม่ต้องรอให้เธออนุญาต ศศิธรหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างรีบดันแผงอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
"ปล่อยนะ คริษฐ์! ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ..."
"ผมก็กำลังจริงจังเหมือนกันครับ ศศิ"
คริษฐ์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความโกรธเกรี้ยว เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"คุณเป็นห่วงผม... ใช่ไหมครับคนสวย"
"ฉัน..." ศศิธรเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายและโกรธปปนกัน พยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่พ้นอุ้งมือที่ทรงพลังของสถาปนิกหนุ่ม "ฉันไม่ได้ห่วง... ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายไป ใครจะรับผิดชอบโปรเจกต์ที่เราตกลงกันไว้"
"ปากแข็งจังนะครับ..." คริษฐ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย "แต่หัวใจคุณเต้นแรงจนผมได้ยินมันชัดเจนเลยนะ ศศิ"
นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกอย่างแผ่วเบา แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอบัดนี้รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะหมดสิ้น ภายใต้บรรยากาศสลัวของสนามแข่งรถยามวิกาล กลิ่นอายความอันตรายรอบตัวกลับกลายเป็นฉากหลังที่ขับเน้นความเร่าร้อนระหว่างคนทั้งคู่ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ศศิธรหายใจติดขัด เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปากทำให้สติของเธอเริ่มกระเจิดกระิง แววตาดุดันของประธานสาวแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนโดยไม่รู้ตัว ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้นเมื่อริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างนุ่มนวลแต่ทว่าเร่าร้อนและลึกล้ำ
มันไม่ใช่จูบแห่งการปลอบโยน... แต่มันคือจูบแห่งการแสดงความเป็นเจ้าของ จูบที่บดขยี้ความถือดีและทลายกำแพงทั้งหมดของเธอลงอย่างราบคาบ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยรั้งเอวเริ่มเลื่อนต่ำลงสัมผัสส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้น
เสียงครางประท้วงในลำคอของศศิธรถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความตึงเครียดจากเรื่องภากรถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน
ทว่า... ในจังหวะที่สติปัญญาของทั้งคู่กำลังจะหลุดลอยไปกับห้วงอารมณ์เสน่หา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังรถซูเปอร์คาร์ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องวาบเข้ามาทางพวกเขา
"โอ๊ะ ดูเหมือนพวกเราจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาสวีทหวานซะแล้วสิครับ..."
เสียงทุ้มต่ำกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏร่างของภากรที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ โดยมีชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกสี่คนยืนประกบซ้ายขวาในมือถืออาวุธครบมือ
ศศิธรสะดุ้งสุดตัว เธอผละออกจากริมฝีปากของคริษฐ์ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า
คริษฐ์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเบาะรถโดยมีศศิธรอยู่บนตัก ดวงตาคมกริบหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความดุดันระดับอันตรายไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็น
"แกมาทำอะไรที่นี่ ภากร" ศศิธรเค้นเสียงถามด้วยความโกรธ พยายามจะขยับตัวลุกขึ้นแต่คริษฐ์กลับกระชับวงแขนกอดเอวเธอไว้แน่นกว่าเดิม
ภากรยกยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาใกล้รถเรื่อยๆ สายตาคมกริบมองสำรวจศศิธรและคริษฐ์ด้วยแววตาสมเพชแกมเยาะเย้ย ก่อนจะหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
"ผมก็แค่เป็นห่วงประธานศศิธรน่ะสิครับ กลัวว่าจะหลงกลผู้ชายปากหวานแต่สันดานดิบเถื่อนแถวนี้..." ภากรปรายตามองคริษฐ์ด้วยรอยยิ้มเยาะ "แต่ดูเหมือนว่าผมจะมาเสียเวลาเปล่า เพราะดูท่าทางแล้ว... คุณสองคนคงจะสนุกกันจนลืมโลกไปเลยสินะครับ"
คริษฐ์ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยมีศศิธรยืนอยู่เคียงข้าง มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของเธอไว้ราวกับจะปกป้อง แววตาของสถาปนิกหนุ่มในยามนี้ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
"รู้ไหมครับ... ว่าการที่คุณเดินเข้ามาหาเรื่องผมถึงที่นี่ มันไม่ได้แปลว่าคุณฉลาดเลยสักนิด" คริษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทุ้มต่ำ แต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังต้องขนลุก
"หรอครับ?" ภากรหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว "งั้นลองบอกผมหน่อยสิครับคุณสถาปนิก ว่าถ้าผมกดปุ่มส่งคลิปวิดีโอเด็ดๆ ระหว่างคุณกับศศิธรเมื่อครู่ ไปให้กับบอร์ดบริหารและสื่อมวลชนพร้อมกันในตอนนี้... หน้าตาของคุณสองคนจะออกมาเป็นยังไง?"
สิ้นคำพูดนั้น ศศิธรก็หน้าถอดสีทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหันไปมองภากรด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่คริษฐ์... นัยน์ตาสีเข้มกลับหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบและกดดันถึงขีดสุด
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 18
สนามแข่งรถยามวิกาล
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!