สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 13

ค่ำคืนแห่งการเปิดเปลือย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกับพื้นหินอ่อนจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนสองคนที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวของศศิธร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอยังคงอบอวล แต่ตอนนี้มันถูกกลบด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และไอความร้อนที่พุ่งออกจากร่างของคริษฐ์ เขาไม่ได้มาในมาดสถาปนิกผู้ใจเย็นเหมือนทุกวันที่เคยเห็น แต่เขากำลังปลดเนกไทสีเข้มออกด้วยมือเพียงข้างเดียว ในขณะที่อีกข้างล็อกข้อมือเรียวของหญิงสาวเอาไว้กับผนังห้อง “ภากรรู้เรื่องแปลนโครงการใหม่แล้ว” ศศิธรเค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้แววตาจะสั่นไหวด้วยความโกรธแค้น แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีดุดัน “แกส่งให้เขาใช่ไหม คริษฐ์?” คริษฐ์แค่นยิ้ม มุมปากของเขาเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่อันตรายเกินกว่าจะเป็นสถาปนิกธรรมดา เขาก้มลงจนใบหน้าห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ไออุ่นจากลมหายใจของเขาปะทะกับพวงแก้มของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านพ้นความเครียดมาทั้งวัน “ถ้าผมจะทำ ผมคงไม่มาอยู่ที่นี่ให้คุณด่าหรอกครับศศิ” เขาโน้มตัวเข้าหาจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับกำแพง “แต่ดูเหมือนคุณกำลังใช้ผมเป็นที่รองรับอารมณ์เพราะคุณเริ่มคุมสถานการณ์ไม่ได้... จริงไหมครับ?” ศศิธรพยายามจะขยับตัวหนี แต่ท่อนแขนแข็งแรงของเขากลับกักขังเธอไว้ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบข้างเริ่มเบาบางลง ความเหนื่อยล้าจากการถูกหักหลังและกลเกมทางธุรกิจเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่ยากจะควบคุม “อย่าสำคัญตัวผิดไป” เธอโต้กลับ ทว่าเสียงที่เคยเข้มแข็งกลับสั่นพร่าเมื่อนิ้วหัวแม่มือของคริษฐ์เริ่มลูบไล้ไปตามแนวสันกรามของเธอ “ฉันจ้างคุณมาออกแบบตึก ไม่ได้จ้างมาให้สอนงานบริหาร” “งั้นลองดูไหมครับ ว่าผมจะ ‘ออกแบบ’ ให้คุณหายเครียดได้ยังไง” คริษฐ์ไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ เขาประทับริมฝีปากลงบนซอกคอขาวระหงอย่างรุนแรงและเร่าร้อน มันไม่ใช่สัมผัสที่ทะนุถนอม แต่เป็นความดิบเถื่อนที่เรียกร้องสิทธิ์ในการครอบครอง ศศิธรหลุดเสียงครางในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยแต่ชวนให้มัวเมา เขาสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมสลวย บังคับให้เธอแหงนหน้าขึ้นเพื่อรับจูบที่หนักหน่วงและยาวนาน ลิ้นร้อนรุ่มสำรวจโพรงปากของเธออย่างถือดี รสชาติของความปรารถนาและกลิ่นอายของอันตรายผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก หญิงสาวมือไม้สั่นเทาขณะขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับย่น สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวคริษฐ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มรูปแบบ เขาอุ้มร่างเพรียวบางขึ้นจนเท้าของเธอไม่แตะพื้น ก่อนจะพาก้าวยาวๆ ไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ร่างของศศิธรถูกวางลงบนนั้นอย่างไม่เบามือนัก แต่ละสัมผัสของคริษฐ์เปรียบเสมือนการจารึกอาณาเขต เสื้อผ้าชุดทำงานราคาแพงถูกปลดออกด้วยความเร่งรีบ ความอดทนที่เขามีต่อความเย็นชาของเธอมันสิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงความหิวกระหายที่สั่งให้เขาทำลายกำแพงของเธอให้สิ้นซาก “คริส... อื้อ...” เขาไม่ปล่อยให้เธอได้เอ่ยชื่อเขาจนจบประโยค นิ้วมือหนาแทรกซึมเข้าสู่จุดกึ่งกลางของอารมณ์ ความนุ่มหยุ่นที่สั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของเขาทำให้ความอดทนของคริษฐ์ขาดผึง เขาแทรกตัวเข้าหาเธออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น การสอดประสานที่เป็นดั่งจังหวะดนตรีเร่าร้อนในความมืดมิดของห้องทำงาน เสียงลมหายใจสอดประสานกับเสียงครางกระเส่าที่ถูกกลืนหายไปในความเงียบ ศศิธรที่เคยดุดันและแข็งกร้าว บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงผู้หญิงที่ยอมจำนนต่อแรงอารมณ์ เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาเพื่อระบายความหวามไหวที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง คริษฐ์รุกเร้าเธออย่างบ้าคลั่งราวกับต้องการลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นออกไปจากสมองของเธอให้หมดสิ้น ทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนไหวคือการตอกย้ำว่าเธอเป็นของใคร และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะครอบครองเธอได้เท่ากับเขา “มองหน้าผม...” คริษฐ์กระซิบข้างใบหูขณะที่แรงอารมณ์พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด “ศศิ... ไม่ว่าภากรจะพยายามแค่ไหน แต่มันไม่มีวันได้แตะต้องสิ่งที่ผมตีตราไว้แล้ว” ความสุขสมระเบิดออกในห้วงอารมณ์ที่บีบคั้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบจะเป็นร่างเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันหลังพายุผ่านพ้น คริษฐ์ยังคงกอดรัดร่างบางไว้ไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวว่าหากคลายมือออก เธอจะกลายเป็นเพียงภาพฝันที่เลือนหายไป ทว่า ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง บรรยากาศเร่าร้อนในห้องพลันเย็นเยียบลงทันที “คุณศศิครับ! ผมได้รับรายงานว่าโปรเจกต์คุณมีปัญหาใหญ่ที่ไซต์งาน... ผมต้องเข้าไปคุยกับคุณเดี๋ยวนี้!” เสียงของภากรดังลอดเข้ามาจากฝั่งตรงข้ามของประตู ศศิธรเบิกตากว้าง สติที่เพิ่งเตลิดไปกลับมาแล่นพล่านอีกครั้ง เธอพยายามจะผละออกจากอกของคริษฐ์ แต่ชายหนุ่มกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาก้มลงกระซิบถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “ถ้าคุณไม่อยากให้มันเห็นสภาพที่ผม ‘ทิ้งรอย’ ไว้บนตัวคุณ... ก็อย่าขยับไปไหน” เขาเว้นจังหวะ พลางโน้มหน้าไปกระซิบชิดริมฝีปากที่ยังบวมเจ่อของเธอ “เพราะถ้าผมเปิดประตูออกไปตอนนี้... สิ่งที่ภากรจะเห็น ไม่ใช่ประธานบริหารที่เก่งกาจ แต่เป็นผู้หญิงที่กำลังครางชื่อผมอยู่ใต้ร่างตอนที่มันพยายามจะพังประตูเข้ามา” มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสที่เอวคอดอีกครั้งเป็นการข่มขู่ในที พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ศศิธรรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะร่วงหล่นลงสู่ความหายนะ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสความเร่าร้อนไปพร้อมกันนะครับ วริศร์วิสกี้ขอขอบคุณครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%