“เป็นไปไม่ได้...”
ศศิธรพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่หักหลังเธอ ร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ราวกับพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้ากำลังพังทลายลงในพริบตา แววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมของประธานบริหารสาวไหวระริกด้วยความเจ็บปวด
ไม่ใช่เพราะเสียดายโปรเจกต์ร้อยล้าน... แต่เพราะมันคือการหักหลังอย่างเลือดเย็นจากคนที่เธอมอบความไว้วางใจให้มากที่สุด
ท่ามกลางความชุลมุนของเหตุการณ์วินาศในไซต์งานก่อสร้าง เสียงโลหะหนักหน่วงที่หล่นลงมากระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงใหญ่ของคริษฐ์ที่พุ่งเข้ามารับแรงกระแทกแทนเธอเมื่อครู่ ทำให้ตอนนี้แผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลถลอกและคราบเลือดที่ซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมา
“คริส!” ศศิธรหวีดร้องสุดเสียง ความเย็นชาทั้งหมดในตัวมลายหายไปในอากาศ เธอย่อตัวลงประคองร่างของเขาด้วยมือที่สั่นเทา หัวใจของหญิงสาวบีบอัดเข้าหากันจนแทบหยุดเต้น ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตที่เคยสูญเสียคนที่รักผุดวาบขึ้นมาในหัว ซ้ำเติมความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเขาไป... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้หญิงซึ่งไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเธอ ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับคนดี...”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้แหบพร่าและเจือด้วยรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากที่ซีดเซียว คริษฐ์กัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวดที่หัวไหล่ขวา เขายื่นมือหนาที่เปื้อนฝุ่นควันมาแตะแก้มเนียนของเธอเบาๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม แม้ในยามที่ลมหายใจของตัวเองติดขัด “ผมยังไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ... ผมยังต้องอยู่ทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของจากคุณอีกนาน”
“คุณบ้าหรือไง! ทำไมต้องเอาตัวมารับแทนฉัน ทำไมไม่หลบไป!” ศศิธรเอ็ดเสียงสั่น หยดน้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ความเย่อหยิ่งทลายลงสิ้นเชิง เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวกับการสูญเสีย
“เพราะถ้าเป็นคุณที่เจ็บ... ผมคงทนอยู่ดูไม่ได้หรอคัรบ” คริษฐ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุดันแต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งบาดใจ “พาผมไปจากตรงนี้ทีครับ... ผมเริ่มจะหมดแรงเท่ต่อหน้าคุณแล้วนะ”
ไม่รอช้า ศศิธรใช้วีรกรรมความเด็ดขาดที่เหลืออยู่สั่งการให้บอดี้การ์ดส่วนตัวเคลียร์พื้นที่และนำรถลีมูซีนมารับทันที โดยมุ่งตรงไปยังห้องพยาบาลพิเศษส่วนตัวในอาคารสำนักงานใหญ่ของเธอ ซึ่งปลอดภัยและปลอดคนที่สุดในยามวิกาลนี้
บรรยากาศภายในห้องพยาบาลเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟหัวเตียง กลิ่นอายความสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษเพศอันคุ้นเคย คริษฐ์นอนถอดเสื้ออยู่บนเตียงพยาบาลสีขาว แผ่นหลังแกร่งมีรอยฟกช้ำและแผลถลอกยาวน่ากลัว
ศศิธรยืนถือกล่องปฐมพยาบาลด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา เธอนั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดรอบบาดแผลให้เขาอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บปวดซ้ำรอย
“เบาหน่อยก็ได้ครับ... ถึงผมจะชอบความรุนแรง แต่ไม่ใช่กับแผลสดแบบนี้นะครับ” คริษฐ์ส่งเสียงหยอกล้อ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากการอดกลั้นความเจ็บปวด
“ยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกนะคริส! ถ้าแผลติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง ทำไมถึงบ้าบิ่นขนาดนี้!” ศศิธรดุเสียงเครือ ดวงตากลมโตแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอก้มหน้าลงเป่าลมเบาๆ ที่แผลของเขาเพื่อบรรเทาความแสบร้อน ลมหายใจอุ่นๆ และสัมผัสอ่อนโยนจากหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพล ทำให้คริษฐ์ใจกระตุกวูบ
มือหนาเอื้อมขึ้นคว้ามือเรียวที่กำลังถือสำลีไว้ ก่อนจะดึงรั้งร่างระหงให้โน้มลงมาหาอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่อาจขัดขืนทำให้ศศิธรเสียหลักล้มลงไปทาบทับอยู่บนอกแกร่งของเขาโดยอัตโนมัติ
“โอ๊ย...” คริษฐ์แกล้งครางต่ำด้วยความเจ็บเล็กน้อย ทำให้ศศิธรชะงักด้วยความตกใจ “ระ... ไวรัสบาดแผลผมกำลังกำเริบครับ... ต้องการการรักษาที่เร่งด่วน”
“คุณเจ็บตรงไหน เพิ่มตรงไหน บอกฉันสิ ฉันจะตามหมอ...”
“ไม่ต้องตามหมอหรอครับ...” คริษฐ์ใช้มืออีกข้างโอบกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ล็อกร่างของเธอให้แนบชิดติดกับแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขา “คนที่จะรักษาหัวใจและร่างกายของผมตอนนี้... มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น ศศิ”
แววตาดุดันและเร่าร้อนของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนเป็นความหิวกระหายในชั่วพริบตา แรงดึงดูดทางเพศที่อัดแน่นอยู่ภายใต้สถานการณ์อันตึงเครียดระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ศศิธรหายใจติดขัดเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับจูบลงมาที่ขมับ ลามเลียลงมาตามแนวคราบน้ำตาที่ยังแห้งไม่สนิท ก่อนจะครอบครองเรียวปากอิ่มด้วยความโหยหา
“อื้อ...” เสียงครางประท้วงในลำคอของศศิธรถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อลิ้นร้อนของคริษฐ์รุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดัน ดิบเถื่อน และเปี่ยมด้วยความหวงแหน ทำให้สติปัญญาอันเฉียบคมของประธานสาวหลุดลอยไปไกล ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเขาเมื่อครู่ แปลเปลี่ยนเป็นไฟปรารถนาที่โหมกระหน่ำเผาผลาญทุกลมหายใจ
มือหนาของคริษฐ์ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูทรัดรูป ปลายนิ้วซุกซนปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตด้านในของเธอออกทีละเม็ดอย่างชำนาญ ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสกับแผ่นอกเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลสด สร้างความเสียวซ่านจนศศิธรต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ
“คริส... แผลของคุณ...” เธอยังคงพยายามท้วงติงด้วยความกังวล แม้เสียงของเธอจะเบาหวิวและขาดห้วง
“ปล่อยให้มันเจ็บไปเถอะครับ... เพราะตอนนี้ ความรู้สึกที่มีต่อคุณมันรุนแรงจนผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว”
คริษฐ์พลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายค่อมร่างของเธอไว้ใต้ร่างอย่างรวดเร็ว โดยระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนแผลที่หลัง ดวงตาสีเข้มคมกริบมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่อยู่ใต้ร่มเงาของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในห้องพยาบาลที่มืดสลัว บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเสน่หาและหยาดเหงื่อ
ริมฝีปากร้อนรุกไล่จูบซับตั้งแต่ซอกคอขาวผ่อง ลงมาถึงไหปลาร้าและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ศศิธรจิกมือลงบนแผ่นหลังและไหล่กว้างของเขาอย่างไร้การควบคุม เสียงครางหวานหูหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากสีเชอร์รี่ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันลึกซึ้ง บาดลึก และดึงดูดเธอดิ่งจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสุขสมจนแทบขาดใจ
ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความปรารถนากำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกห้องพยาบาลก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หุ้นของบริษัทกำลังร่วงดิ่งเหว และคนที่ปล่อยข่าววงในไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคุณภากรที่เพิ่งเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่กับ...”
คริษฐ์ชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากเรือนร่างของศศิธรช้าๆ แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา ในขณะที่ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินชื่อของคนที่หักหลังเธออย่างแท้จริง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้นะครับ
— วริศร์วิสกี้
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 22
ห้องพยาบาลกับความห่วงใย
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!