สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 6

เงาตามตัว

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยชั้นหกสิบของอาคารสำนักงานใหญ่ดังขึ้นเบาหวิว ทว่าหนักหน่วงพอจะทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ศศิธรไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารงบประมาณโครงการรีสอร์ทริมผา เธอยังคงจรดปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษด้วยลายเส้นเฉียบคม แม้จะรู้ดีว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาด้วยมิตรภาพ "ประตูห้องทำงานของประธานบริหารมีไว้ให้เคาะนะครับ คุณภากร ไม่ใช่ถือวิสาสะผลักเข้ามาตามอำเภอใจ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจที่สั่งสมมาจากการฟาดฟันในโลกธุรกิจที่ไร้ความปรานี ภากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบสงบลงอย่างจงใจ เขาสวมสูทตัดเย็บพิเศษราคาแพงระยับ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทอดสายตามองหญิงสาวด้วยแววตาที่ซ่อนความกระหายใคร่ครอบงำบางอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มการค้า "โลกธุรกิจมันหมุนเร็วกว่ามารยาททางสังคมเยอะครับคุณศศิ... โดยเฉพาะเวลาที่เรากำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่างไปอย่างไร้ความหมาย" ภากรดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทิ้งตัวลงนั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต เขาวางแฟ้มสีดำสนิทลงบนโต๊ะ เลื่อนมันเข้ามาใกล้เธอ "ผมมีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้มาแลกกับการที่คุณจะรักษาสเกลโปรเจกต์นั้นไว้... ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งของคุณจะทำมันพังคามือ" ศศิธรวางปากกาลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตคู่คมแข็งกร้าวราวกับแก้วเจียระไนที่ไม่มีวันยอมสยบให้ใคร "คุณหมายถึงอะไร" "หมายถึงว่า คริษฐ์ไม่ได้สะอาดอย่างที่คุณคิด" ภากรยิ้มมุมปาก เคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร "เบื้องหลังความเนี๊ยบและมาดสุภาพบุรุษจอมปลอมนั่น มีทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและบริษัทนอมินีที่ถือหุ้นลับๆ ในฝั่งคู่แข่งของผม... และแน่นอน มันรวมถึงคุณด้วย ศศิ คุณกำลังเอาอนาคตของบริษัทไปฝากไว้กับผู้ชายที่พร้อมจะแทงข้างหลังคุณได้ทุกเมื่อเพื่อผลกำไรมหาศาล" หัวใจของศศิธรกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที แต่สีหน้าของเธอกลับนิ่งสนิทไร้รอยร้าว เธอรู้ดีว่าเกมการเมืองในบอร์ดบริหารกำลังเล่นงานเธอ และภากรก็เป็นเพียงสุนัขป่าที่รอจังหวะขย้ำยามที่เธอเผลอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องไม่ใช่คำขู่ของภากร หากแต่เป็นภาพสัมผัสอันเร่าร้อนของคริษฐ์เมื่อคืนก่อน... สัมผัสที่ดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่บอกเธอชัดเจนว่าผู้ชายคนนั้นปรารถนาเธอทุกลมหายใจ ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ "หลักฐานที่คุณเอามามันก็แค่เศษกระดาษที่สร้างขึ้นเพื่อดิสเครดิต" ศศิธรแค่นยิ้มหยัน ไว้วางใจในอำนาจของตนเอง "ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปแบบไม่สวย" ภากรหรี่ตาลง รอยยิ้มจอมปลอมจางหายไปแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะศศิ... ความเชื่อใจโง่ๆ ที่คุณมีให้มัน จะเป็นหลุมฝังศพของคุณเอง" ทันทีที่ร่างของภากรร่างนั้นลับตาไป ประตูห้องทำงานก็เปิดผางขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงเคาะ แต่มันเป็นการเปิดเข้ามาด้วยความคุ้นเคยและเป็นเจ้าของ คริษฐ์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแกร่ง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดุดันแผ่ซ่านจนอากาศในห้องร้อนระอุขึ้นทันตาเห็น "ดูท่าทางคุณจะต้อนรับแขกไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่เลยนะครับ" คริษฐ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเธอที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร ศศิธรแหงนหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันอยู่ในอก ทั้งความเครียดจากเกมการเมืองและแรงดึงดูดทางกายที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ "คุณมาทำอะไรที่นี่ คริส... แล้วเรื่องที่ภากรพูด..." คริษฐ์ไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ มือหนาเอื้อมลงกุมพนักเก้าอี้ทั้งสองข้างแล้วออกแรงหมุนมันเข้าหาตัวเขา บังคับให้เธอลุกขึ้นยืนประชิดแผงอกกว้าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ความสูงของเขาทำให้ศศิธรต้องแหงนเงยขึ้นมอง ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนนุ่มของเธอนิ่งนาน ก่อนจะโน้มใบลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม "อย่าไปฟังเสียงเห่าหอนของพวกสุนัขข้างถนนเลยครับ..." น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงกดดันอันตราย "สนใจแต่เรื่องของเราตอนนี้ดีกว่า... คุณกำลังทำให้ผมเสียสมาธิ และผมไม่ชอบให้ใครมาพรากเวลาที่ควรจะเป็นของผมไป" ปลายนิ้วอุ่นจัดของคริษฐ์ลากไล้ผ่านกรอบหน้าคมคายลงมาที่คอระหง ไล่ต่ำลงจนถึงกระดุมเม็ดบนของเสื้อสูททำงาน ก่อนจะใช้น้ำหนักปลายนิ้วกดปลดมันออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์รอบตัว สัมผัสของเขากลับจุดไฟปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ศศิธรสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูกเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนมาโอบเอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าหาจนแนบแน่น "คริส... ที่นี่บริษัท..." เธอท้วงเสียงแผ่วเบา ยามที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเริ่มซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นกายหอมหวานของเธออย่างหิวกระหาย "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ... ถ้าผมยังไม่อนุญาต" เขาพกระซิบชิดผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "และต่อให้ใครเข้ามา... ผมก็ไม่สนหรอกว่าพวกเขาจะเห็นอะไรบ้าง" แรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จากความเครียดเรื่องงานถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนยิ่งกว่าทุกครั้ง คริษฐ์ดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบเบื้องหลังโต๊ะทำงาน ทิวทัศน์เมืองหลวงเบื้องล่างกลายเป็นเพียงภาพเบลอ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดประทับจูบลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ รสชาติหวานล้ำที่ผสมผสานกับความดุดันทำให้ศศิธรต้องเผยอริมฝีปากออกรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นโดยปริยาย มือเรียวเล็กจิกกำเข้าที่บ่ากว้างของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่สั่นสะท้านจากความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ เสียงครางแผ่วเบาในลำคอของหญิงสาวปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวสถาปนิกหนุ่มให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด มือหนาสอดเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มอย่างจาบจ้วงและเร่าร้อน จนเธอแทบยืนหยัดด้วยตัวเองไม่ไหว ท่ามกลางความเร่าร้อนที่กำลังแผดเผาทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นแหลมสูง ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที ศศิธรสะดุ้งสุดตัว พยายามรวบรวมสติที่กระเจิงหายไปกลับคืนมา เธอดันอกแกร่งของเขาออกเบาๆ แม้ว่าลมหายใจจะยังคงหอบสะท้านไม่เป็นจังหวะ คริษฐ์ผละใบหน้าออกอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดชัดเจนที่ถูกขัดจังหวะ เขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงชื่อเลขานุการหน้าห้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ปล่อยให้มันดังไปสิครับ..." เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับก้มลงซุกไซร้ลำคอเธออีกครั้งอย่างไม่ยอมหยุด "ปล่อยให้คนทั้งบริษัทรู้ไปเลยว่า... ประธานบริหารคนเก่ง กำลังตกเป็นของผมทั้งตัวและหัวใจ" ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะได้ทาบทับลงมาอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนจากเลขานุการหน้าห้องที่ดังทะลุกระจกเข้ามา "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทในเครือร่วงลงอย่างกะทันหัน และมีหมายศาลอายัดโปรเจกต์ส่งตรงมาถึงห้องท่านแล้วค่ะ!" ศศิธรหน้าถอดสีทันที เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เธอดันร่างของคริษฐ์ออกเต็มแรง สติทั้งหมดกลับคืนมาพร้อมกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่กำลังถล่มเข้าใส่ คริษฐ์หรี่ตามองประตูห้องสลับกับใบซีดเผือดของหญิงสาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งขรึมและดุดันที่ซ่อนประกายอันตรายบางอย่างไว้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ — วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%