เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า
ศศิธรสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและดุดันเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเย็นชาประดับอยู่บนมุมปาก คริษฐ์ไม่ได้รีบร้อนเดินเข้ามาหา เขากลับค่อย ๆ ถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและร่องรอยกล้ามเนื้อที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสลัวของห้องประชุมที่ปิดตายจากโลกภายนอก
"คุณกำลังทำบ้าอะไร คริษฐ์... ปลดล็อกประตูเดี๋ยวนี้ ภากรอาจจะส่งคนมาตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมในอีกสิบนาทีข้างหน้า" เสียงของประธานสาวแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอำนาจ ทว่าลมหายใจที่กระชั้นชิดกลับทรยศความตื่นตระหนกที่ก่อตัวขึ้นข้างใน
"ปล่อยให้มันส่งมาสิครับ... ให้ไอ้สารเลวนั่นมันเห็นด้วยว่า ผู้หญิงที่มันพยายามจะเหยียบย่ำ แท้จริงแล้วอยู่ใต้ร่างของผมคนนี้"
คริษฐ์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของศศิธรแล้วรั้งเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างไร้ความปรานี แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง ดวงตาสีนิลคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังบางถูกดันจนแนบชิดกับกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนที่ไร้ซึ่งผู้คน
"ปล่อยนะ... คริษฐ์ คุณเสียสติไปแล้วหรือไง โปรเจกต์พันล้านกำลังจะหลุดมืออยู่แล้ว และคุณ..."
"ช่างหัวโปรเจกต์บ้าบอพวกนั้นสครับ" คริษฐ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก กลิ่นกายหอมกรุ่นผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมาตลอดทั้งวัน "ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมยอมทุ่มทุกอย่าง... เพื่อให้ได้คุณมาอยู่ในกำมือแบบนี้ไงครับ ศศิธร"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้การไตร่ตรอง มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครอง ศศิธรพยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบตีอกเขาด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่เรียวปากหนากลับบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้นจากแรงกดดันทางธุรกิจ และความปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกจุดชนวน หลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทั้งสองคนจนแทบมอดไหม้
เรียวลิ้นที่เกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อนทำให้เข่าของศศิธรอ่อนยวบลงไปถนัดตา สัญชาตญาณการป้องกันตัวพังทลายลงในพริบตา เมื่อมือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสลวยเพื่อล็อกท้ายทอยไม่ให้เธอหนีไปไหน ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกมน บีบเค้นเนื้อนุ่มผ่านเนื้อผ้าด้วยน้ำหนักมือที่หนักหน่วงจนเธอต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวาม
คริษฐ์ผริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศหายใจ ทว่าดวงตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกระหายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"คุณมันบ้า... คริษฐ์..." เธอกล่าวเสียงสั่น ลมหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
"ครับ... ผมบ้า เพราะคุณคนเดียว"
เขาไม่รอให้เธอได้ต่อว่าต่อขานอีกต่อไป นิ้วเรียวยาวจัดการปลดซิปชุดเดรสทำงานราคาแพงของเธอลงอย่างรวดเร็ว เนื้อผ้าชั้นดีร่วงหล่นลงมากองที่พื้น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟยามค่ำคืน ศศิธรสะấuกเฮือกด้วยความหนบหนับและวาบหวามเมื่ออากาศเย็นกระทบเข้ากับผิวเปลือยเปล่า ทว่ามันกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามลาดไหล่และแผ่นหลังอย่างหลงใหล
คริษฐ์ช้อนตัวเธอขึ้นด้วยพละกำลังอันมหาศาล ศศิธรกรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ เรียวขาเนียนเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เขาพาเธอก้าวไปที่โต๊ะประชุมตัวใหญ่ กวาดแฟ้มเอกสารและแล็ปท็อปร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังโครมครามอย่างไร้ความเสียดาย ก่อนจะวางร่างระหงให้นอนราบลงไปบนพื้นไม้ขัดมันเย็นเฉียบ
แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาอาไล้เรือนร่างเย้ายวน ศศิธรนอนหายใจหอบสะท้าน ดวงตาฉ่ำน้ำมองชายหนุ่มที่โน้มตัวลงมาคร่อมทับเธอไว้ทั้งหมด
"คริส... อย่า..." เสียงท้วงติงช่างเบาหวิวและไร้พลังเสียเหลือเกิน เมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลากไล้จากต้นขาอ่อน วาดผ่านสะโพกผายขึ้นมาหยุดอยู่ที่เนินเนื้อนุ่มที่สะท้อนไหวตามแรงหอบหายใจ
"สายเกินไปแล้วครับ ศศิ... คุณไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก"
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยสีสุมกุหลาบเด่นชัด มือหนาข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว ป้องกันไม่ให้เธอขัดขืน ขณะที่อีกมือปลดเปลื้องพันธนาการชิ้นสุดท้ายของตัวเองออกอย่างไร้ความปราณี ความดิบเถื่อนและดุดันที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้มาดสถาปนิกผู้สุภาพมาตลอดระเบิดออกมาอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ
เมื่อสราญรมย์แห่งสัมผัสเดินทางมาถึงจุดที่ความอดทนขาดผึ่ง คริษฐ์แทรกกายเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างมั่นคง ความแน่นคับและอุ่นซ่านทำให้ชายหนุ่มคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ ขณะที่ศศิธรแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยถูกตรึงไว้เปลี่ยนเป็นจิกทึบบ่ากว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ห้องประชุมปิดตายกลายเป็นสนามรบแห่งอารมณ์ เสียงหอบหายใจคละเคล้าไปกับเสียงเนื้อกระทบกันเบา ๆ และเสียงครางต่ำอย่างสุขสมที่ดังสะท้อนก้อง คริษฐ์เคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ทั้งเร่าร้อน ดุดัน และลึกซึ้ง ทุกการรุก
ไล่ต้อนสะท้อนถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ ศศิธรหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่เขาสร้างขึ้น ความหวาดกลัวต่ออำนาจภายนอกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซาบซ่านที่แผดเผาจนเธอกรีดร้องชื่อเขาออกมาสุดเสียง ท่ามกลางมหานครที่หลับใหลเบื้องล่าง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาสงบลง คริษฐ์ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของหญิงสาวที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่ใต้ร่าง เขาพรมจูบเบา ๆ ที่หัวไหล่เปลือยเปล่าอย่างทะนุถนอม ราวกับสัตว์ร้ายที่อิ่มหนำและยอมสยบแทบเท้าผู้หญิงคนนี้
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างเร่งรีบ จากภายนอกห้องประชุม ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว
"คุณศศิธรครับ... อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ? คุณภากรโทรมาตามตัวด่วนบอกว่ามีเอกสารสำคัญต้องให้เซ็นต์ตอนนี้เลยครับ!" เสียงของเลขาหน้าห้องตะโกนทะลุบานประตูกระจกเข้ามา
ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดันร่างของคริษฐ์ออกแล้วลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างลนลาน ทว่าสถาปนิกหนุ่มกลับคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิทและแววตากรุกริบที่แฝงไปด้วยความอันตราย
เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง เป็นเชิงสั่งให้เธอเงียบสนิท ก่อนจะโน้มใบกระซิบข้างใบหูที่ยังคงแดงก่ำด้วยพิษสวาทด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือก
"ปล่อยให้มันเรียกไปเถอะครับ... แต่บอกมันหน่อยดีไหม ว่าตอนนี้เมียมัน... กำลังอยู่ใต้ร่างของผมคนนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 7
ห้องประชุมปิดตาย
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!