สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 8

กฎเหล็กที่ไม่เคยมี

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของคริษฐ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของศศิธร ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงบนผิวน้ำนิ่งสนิท แรงกระแทกจากการสอดประสานเมื่อครู่ยังทิ้งร่องรอยความระอุไว้บนผิวเนื้อ ทุกตารางนิ้วในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมอีกต่อไป แต่มันคือสนามรบที่ถูกแผดเผาด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีวันมอดดับ หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยยังคงสั่นระรัว ชื่อของภากรปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกเข้าที่ถูกปล่อยให้ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้การตอบรับ คริษฐ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูของหญิงสาว ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบจางๆ "ปล่อยให้มันเรียกไปเถอะครับ... แต่บอกมันหน่อยดีไหม ว่าตอนนี้เมียมัน... กำลังอยู่ใต้ร่างของผมคนนี้" ศศิธรสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดลงชั่วขณะเพื่อซ่อนประกายไฟแห่งความสับสนที่พรั่งพรูขึ้นในอก เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและทรงอำนาจต่อหน้าบอร์ดบริหาร กลับอ่อนปวกเปียกอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่ออยู่ภายใต้เงื้อมมือของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ เธอเกลียดความพ่ายแพ้ เกลียดการสูญเสียการควบคุม แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เธอกำลังเสพติดมัน "คุณมันบ้า... คริษฐ์" ศศิธรเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเรียวพยายามเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดตัดสาย แต่ถูกมือหนาคว้าข้อมือไว้เสียก่อน รวบมันขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "ครับ ผมบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียว" คริษฐ์กดน้ำหนักลงมาแนบชิด แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศ "เรามาตกลงกันให้ชัดเจนดีกว่าครับคุณศศิ ในเมื่อเกมนี้คุณเป็นคนเปิดฉากเอง... คุณก็ต้องรับมือกับกติกาดิบๆ ของผมให้ไหวด้วย" "เกมบ้าอะไรของคุณ ฉันแค่ต้องการโปรเจกต์นั้น..." "โปรเจกต์เหรอครับ?" คริษฐ์ยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกขึ้นอย่างทรงเสน่ห์และอันตราย "คุณใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อแลกกับตึกสำนักงานใหญ่... หรือจริงๆ แล้ว คุณแค่ใช้โปรเจกต์นั้นเป็นข้ออ้าง เพื่อเข้าหาผมกันแน่ครับ?" คำพูดนั้นจี้ใจดำจนศศิธรชะงัก เธอมองหน้าเขาด้วยความโกรธกรำ แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เธอไม่เคยยอมรับความอ่อนแอให้ใครเห็น และไม่มีวันยอมรับว่าเธอพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกพบ "อย่าหลงตัวเองให้มากนัก คริษฐ์!" เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขา "เราเป็นแค่คู่นอน... แค่คนที่ใช้ประโยชน์จากกันและกันเท่านั้น!" "หึ... คู่นอนงั้นเหรอครับ?" คริษฐ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนน่ากลัว ร่างกายหนาขยับเข้าประชิดจนไม่เหลือช่องว่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "ถ้าเป็นแค่คู่นอน... ทำไมเสียงครางของคุณเมื่อกี้ถึงเรียกชื่อผมคนเดียวล่ะครับ หืม?" ปลายนิ้วแข็งแรงลูบไล้ไปตามแนวสันกระดูกสันหลังของเธออย่างช้าๆ สร้างความรู้สึกวาบหวามจนศศิธรต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่คือสงครามจิตวิทยาที่ต่างฝ่ายต่างต้องการครอบครองและบดขยี้อีกฝ่ายให้ราบคาบ "ถ้าคุณคิดว่าเราเป็นแค่เรื่องบนเตียง... งั้นเรามาทำสัญญากันไหมครับ" คริษฐ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการ "กฎเหล็กข้อแรก... ไม่มีข้อผูกมัดทางใจ กฎข้อที่สอง... ห้ามพูดถึงไอ้ภากรต่อหน้าผมอีก และกฎข้อที่สาม... ทุกครั้งที่คุณต้องการผม คุณต้องมาหาผมด้วยตัวเอง... ห้ามปฏิเสธ" ศศิธรจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของเธอเอง เธอรู้ดีว่านี่คือหลุมพรางที่ลึกที่สุดในชีวิตนักธุรกิจของเธอ การตกลงตามเกมของคริษฐ์เท่ากับการเอาอิสรภาพและหัวใจเข้าแลก แต่ความเร่าร้อนและแรงดึงดูดระหว่างพวกเขากำลังผลักดันให้เธอก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้นไปอย่างไม่สนใจอนาคต "ถ้าฉันไม่ทำล่ะ?" เธอยังคงดึงดัน สู้สายตากลับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณก็จะเสียทั้งโปรเจกต์... เสียทั้งบริษัท... และที่สำคัญที่สุด..." คริษฐ์ก้มลงกระซิบชิดใบหู รดลมหายใจร้อนผ้าร้อนรุ่มจนขนลุกซู่ "...คุณจะลงแดงตายเพราะไม่ได้สัมผัสจากผม" สิ้นคำพูดนั้น คริษฐ์ก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้งอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงบนริมฝีปากอิ่ม บดขยี้ด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเอาแต่ใจ รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันดึงสติสัมปชัญญะของศศิธรให้หลุดลอยไปอีกครั้ง มือหนาเลื่อนลงกอบกุมความงดงามภายใต้เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ปลุกเร้าทุกอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นมาในความมืดมิดของค่ำคืน ร่างทั้งสองร่างหลอมรวมเข้าหากันอีกครั้งท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด แรงกระแทกที่หนักหน่วงและเร่าร้อนทำลายล้างทุกกฎเกณฑ์และเหตุผลที่มี ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์กำลังแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงพิศวาสที่ร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุม เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจและหยาดเหงื่อที่ซึมตามผิวเนื้อ ศศิธรนอนซบอยู่บนแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่ม ปล่อยให้ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกให้อย่างอ่อนโยน—ภาพความดิบเถื่อนเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความอบอุ่นอันตรายที่ชวนให้หลงใหล ทว่า... ความเงียบงันนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงก๊อกเบาๆ ที่ประตูกระจกด้านนอก ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ศศิธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผุดลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยความตื่นตระหนก คริษฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่แววตากลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบเมื่อมองไปยังประตูห้องที่กำลังเปิดอ้าออก ร่างของภากรยืนอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าเจ้าเล่ห์เปื้อนรอยยิ้มเยาะขณะกวาดสายตามองสภาพห้องที่ยับเยินและเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้น ก่อนที่สายตาคมกริบของอีกฝ่ายจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของทั้งคู่บนโซฟาตัวใหญ่ "อ้าว... ศศิ ผมโทรหาคุณตั้งนานทำไมไม่รับสาย..." ภากรชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความเหยียดยิ้มเยาะ "ที่แท้... ประธานบริษัทคนเก่ง กำลังตรวจงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอก... อยู่ใต้ร่างไอ้สถาปนิกจนมุมคนนี้นี่เอง" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%