แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวจนเกิดเสียงดังสนั่น ศศิธรนั่งนิ่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของบอร์ดบริหารแต่ละคนที่จงใจหลบเลี่ยงการสบตา ความเงียบงันในห้องประชุมกดดันราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมดสิ้น กลิ่นอายของความพ่ายแพ้และความกระหายในอำนาจคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
"แบบแปลนโครงสร้างหลักรั่วไหลออกไปก่อนการประมูลถึงสองสัปดาห์... ใครเป็นคนอนุญาตให้แฟ้มลับนี้เข้าถึงมือคู่แข่ง?" ศศิธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทว่าทรงพลังอำนาจที่สั่งสมมานานทำให้คนในห้องต้องเกร็งไหล่
"คุณศศิธรครับ... ข่าวลือมันไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มันคือหายนะ" เสียงของภากรดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ เขาขยับแว่นสายตาพลางยิ้มเยาะที่มุมปาก "แบบที่รั่วออกไปมีลายเซ็นดิจิทัลของคุณ และที่สำคัญกว่านั้น... คือชื่อของ 'ไอ้สถาปนิกคนสนิท' ของคุณที่รับผิดชอบโปรเจกต์นี้โดยตรง"
ศศิธรกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ไม่ใช่เพราะกลัวความผิด แต่เพราะความรู้สึกหักหลังที่ถาโถมเข้ามา หากคริษฐ์เป็นคนทำ... หากคนที่เป็นเหมือนอากาศหายใจของเธอในยามนี้กลายเป็นหนอนบ่อนไส้ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในตระกูล
"ผมว่าถึงเวลาแล้วนะครับที่ประธานบริหารควรจะลดระดับความสัมพันธ์ส่วนตัวลง เพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทเอาไว้" ภากรทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ศศิธรนั่งอยู่ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาอย่างสมเพชและเคลือบแคลง
***
ในความเงียบสงัดของห้องทำงานชั้นบนสุด ศศิธรยืนมองทิวทัศน์เมืองผ่านกระจกบานยักษ์ เธอเหนื่อยล้า... เหนื่อยกับการแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง ทันใดนั้น ความอบอุ่นที่คุ้นเคยก็โอบล้อมจากด้านหลัง สัมผัสแผ่วเบาที่ไหล่ปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์
"ผมรู้ว่าคุณกำลังเจอกับอะไร" เสียงทุ้มแหบพร่าของคริษฐ์กระซิบข้างใบหู มือหนาที่เปื้อนหมึกสถาปัตยกรรมค่อยๆ ลูบไล้ต้นคอของเธออย่างทะนุถนอม "อย่าให้คำพูดของคนพวกนั้นมาเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่คุณมีต่อผม ศศิ"
ศศิธรหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเล็กของเธอคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น เธอต้องการจะเชื่อใจเขา แต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้ากลับบีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่ง สูดกลิ่นกายที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นไม้สนและบุหรี่จางๆ ของเขา
"ถ้าไม่ใช่คุณ... แล้วใครล่ะคริส? ใครที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลพวกนั้นได้นอกจากเราสองคน" เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นรินไหลออกมา "พ่อจ้องจะเขี่ยฉันทิ้งอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้ถึงมือตำรวจ ฉันไม่ได้แค่เสียตำแหน่ง แต่ฉันจะเสียทุกอย่าง... รวมถึงคุณด้วย"
คริษฐ์เชยคางเธอขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมของเขามีประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าผมบอกว่าผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้คุณปลอดภัย คุณจะเชื่อไหม?"
เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้ซึ่งแรงตัณหา หากแต่เต็มไปด้วยความหวงแหนและมั่นคง ศศิธรหลับตาลงรับสัมผัส ในห้วงเวลาที่พายุรอบด้านกำลังโหมกระหน่ำ อ้อมกอดนี้คือที่พึ่งพิงเดียวที่เหลืออยู่ แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั้น... ไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก แต่มันซ่อนอยู่ในดวงตาของคนที่เธอกำลังกอดอยู่นี้เอง
***
ขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย ความเงียบในห้องทำงานก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่น ศศิธรผละออกจากคริษฐ์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยส่วนตัวที่หน้าตาตื่นตระหนก
"คุณศศิธรครับ... แย่แล้วครับ" ผู้ช่วยเว้นจังหวะหายใจอย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของศศิธรหยุดหมุน "มีการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีส่วนตัวของคุณเข้าสู่บริษัทคู่แข่งเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา... และหลักฐานดิจิทัลทั้งหมดระบุว่า... คุณเป็นคนทำรายการด้วยตัวเองจากเครื่องของสถาปนิกคริษฐ์ครับ"
ศศิธรชะงักงัน ร่างกายชาวาบ เธอหันไปมองคริษฐ์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้น
คริษฐ์ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง "เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะ... ศศิธร"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของทั้งคู่นะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 10
พายุลูกใหม่
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!