กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เออร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่ามันมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของตระกูลหลินได้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้ากล้าดึงดันรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีกกระนั้นหรือ เซียนอี๋... รู้หรือไม่ว่าการขุดคุ้ยหีบสมบัติที่ปิดตายด้วยยันต์อาคมแห่งราชสำนัก มีแต่จะนำพาความวิบัติมาสู่ผู้เปิดมันเอง"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของฉินอ๋องเฟยหลงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือลับใต้ตำหนักอ๋อง แสงตะเกียงน้ำมันพรรณรายสะท้อนเงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดทับลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดง บนโต๊ะนั้นเกลื่อนกลาดไปด้วยม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่า เอกสารราชการลับจากกรมอาญาเมื่อสิบหี่ปีก่อน และป้ายวิญญาณจำลองที่ทำจากไม้เนื้อหอมซึ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
หลินเซียนอี๋ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายกิ่งเหมยสีเงิน มิได้สะท้านสะเทือนต่อคำเตือนอันหวังดีแกมข่มขู่ของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นแม้แต่น้อย ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือเรียวระหงยังคงจรดลงบนกระดาษเซวียนจื่ออย่างมั่นคง หมึกสีดำสนิทซึมซาบลงบนเนื้อกระดาษ ดั่งรอยด่างพร้อยแห่งประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน ซึ่งนางกำลังจะเขียนมันขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง
"หม่อมฉันหาได้กลัวความตายไม่เพคะ ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคู่หงส์จดจ้องอยู่เพียงตัวอักษรจีนโบราณที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคย "สิ่งที่หม่อมฉันกลัวที่สุด หาใช่การดับสูญของชีวิต... แต่เป็นการที่ความอยุติธรรมถูกฝังกลบจนเน่าเฟยน외กลายเป็นความชอบธรรมของโจรหลอกลวงแผ่นดินต่างหาก"
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา เขาขยับกายเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็วดั่งพยัฆณ์ตะครุบเหยื่อ ปลายคางมนถูกปลายนิ้วแข็งกระด้างของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามเชยขึ้นบังคับให้สบตา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นนี้
"เจ้าคิดว่าเสนาบดีเหวินและองค์ชายสามโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? เอกสารเหล่านี้ที่เจ้าอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปลักลอบนำมาจากหอจดหมายเหตุหลวง แท้จริงแล้วอาจเป็นเหยื่อล่อให้แมลงเม่าอย่างเจ้าบินเข้ากองไฟก็เป็นได้"
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม แม้สถานการณ์จะตึงเครียดจนแทบขาดใจ แต่ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้กลิ่นกายบุรุษอันคุ้นเคยกลับทำให้หัวใจของหลินเซียนอี๋ไหววูบไปชั่วขณะ นางเม้มริมฝีปากแน่น ปล่อยให้ความเจ็บปวดจากอดีตเข้ามาหล่อเลี้ยงความแค้น
"ท่านอ๋องทรงกังวลว่าหม่อมฉันจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตระกูลฉิน... หรือทรงหวาดกลัวว่า ความจริงเรื่องคดีทุจริตเสบียงชายแดนเมื่อสิบหี่ปีก่อน จะสาวไปถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังตระกูลอ๋องกันแน่เพคะ?"
คำถามทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้แววตาของเฟยหลงไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันล้ำลึก เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูบอบบาง กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ปากคอเราะร้ายนักนะกุนซือตัวน้อย... จำไว้ว่าใต้หล้านี้ ไม่มีผู้ใดกล้าต่อรองกับเป่ยชิงเฟยหลง นอกจากเจ้าผู้เดียว แต่อย่าลืมว่าไฟที่เจ้ากำลังจุดขึ้น มันใหญ่เกินกว่าที่มือเล็กๆ คู่นี้จะดับมันลงได้ หากตระกูลหลินต้องลุกเป็นไฟอีกครั้ง เจ้ามั่นใจหรือว่าจะมีชีวิตรอดเพื่อดูความพินาศของพวกมัน?"
"หม่อมฉันเดิมพันด้วยวิญญาณของบิดาและพี่ชายทั้งสามแล้วเพคะ..." เซียนอี๋กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางค่อยๆ เอื้อมมือไปจับข้อมือหนาที่บีบคางตนเองไว้อย่างแผ่วเบา "สิบหปีที่ผ่านมา หม่อมฉันใช้ชีวิตราวกับผีไร้เงา หลบซ่อนอยู่ในความมืดเพื่อรอวันนี้ วันที่ความจริงที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมา จะกลายเป็นคมมีดกรีดแทะหัวใจของพวกมันทีละน้อย"
ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยกระแสคลั่งไคล้และแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เข้มข้นดุจสนามรบ เฟยหลงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชื่นชมในความกล้าหาญชาญชัย และหวาดหวั่นแทนชะตากรรมที่นางกำลังเลือกเดิน สตรีผู้นี้ช่างงดงามและอันตรายยิ่งนัก งดงามราวกับดอกไม้พิษที่ผลิบานท่ามกลางหุบเหวแห่งความตาย
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องแตกดังขึ้นจากด้านนอกหน้าต่างกระดาษสา เงาร่างหนึ่งพาดผ่านแสงจันทร์อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ฉินอ๋องเฟยหลงเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาในพริบตา ร่างสูงดีดตัวออกจากเก้าอี้ พุ่งทะยานทะลุกรอบหน้าต่างออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง ทิ้งให้หลินเซียนอี๋ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางกองเอกสารประวัติศาสตร์ที่ถูกรื้อฟื้น
เซียนอี๋กวาดตามองรอบห้องอย่างระแวดระวัง นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเพื่อเก็บรวบรวมม้วนคัมภีร์สำคัญ ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกสอดไว้ใต้แท่นหมึก มันไม่ใช่เอกสารที่นางเป็นคนนำมา แต่มันคือจดหมายฉบับใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องลับที่ปิดตายนี้ได้อย่างไร้ร่องรอย
มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออก กลิ่นหอมประหลาดของดอกอวี้หลานโชยแตะจมูก และเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาอย่างประหลาด หัวใจของนางก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ
*‘ลูกสาวตระกูลหลิน... คนที่ฆ่าล้างโคตรพวกเจ้า มิใช่เสนาบดีเหวินผู้พ่อ แต่คือคนรักที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้าในยามนี้ต่างหาก’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในหมากเกมอำนาจอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 8
ความจริงที่ถูกปัดฝุ่น
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!