กลิ่นอายเลือดและควันดินปืนยังไม่ทันจางหายไปจากทุ่งราบเป่ยจิง ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมกระโจมบัญชาการหลักเสียแล้ว
บนโต๊ะแผนที่ทำจากไม้จันทน์หอม แผนผังค่ายกลแปดทิศที่ถูกขีดเขียนด้วยหมึกดำสนิทบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบโลหิตสีคล้ำ หลินเซียนอี๋ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผนที่นั้น ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมปลอกเล็บทองคำขาวสลักลายดอกบัวเหมันต์ค่อยๆ ไล้ผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ชายผ้าคลุมสีเทาเข้มปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลไหววูบตามจังหวะการหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอ นางไม่ได้บาดเจ็บทางกาย ทว่าจิตใจกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าตอนที่กองทัพม้าเหล็กของศัตรูบุกประชิดค่าย
"เจ้าคำนวณพลาดไปสามเค่อ..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนน้ำแข็งที่บดเบียดกันดังขึ้นจากมุมมืดของกระโจม ฉินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาสลัว อาภรณ์เกราะอ่อนสีนิลกาฬส่งประกายวาววับรับกับแสงตะเกียงสำริด รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วข้างขวาไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันและเยียบเย็นจนน่าขนลุก
เซียนอี๋ไม่หันกลับไปทันที นางยังคงทอดสายตามองตำแหน่งที่กองกำลังเสริมของข้าศึกถูกตัดขาดอย่างแนบเนียน ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นฉิน
"หากข้าคำนวณพลาดตามที่ท่านอ๋องตรัส ป่านนี้ค่ายกลที่สามคงแตกพ่ายไปตั้งแต่ยามอู่แล้วเพคะ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของกุนซือสาว ราวกับดอกบัวขาวที่แย้มกลีบกลางพายุทอนซัด ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใด "ทว่า... สิ่งที่ทำให้ท่านอ๋องทรงกังวลมิใช่กลยุทธ์ของข้ากระมังเพคะ"
เฟยหลงสาวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเซียนอี๋ได้กลิ่นอายสงครามและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ จากกายแกร่ง สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการชำแหละชั้นผิวหนังเพื่อค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม
"เป่ยจิงสงบลงแล้ว แต่ความสงสัยในใจเรากลับเพิ่มเป็นเท่าตัว" มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่ปลายพู่กันขนหมาป่าบนโต๊ะ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบสัมผัสกับด้ามพู่กันเบาๆ "คนเหล่านั้น... ศัตรูที่ถอยทัพไปอย่างรวดเร็วดั่งปาฏิหาริย์ ราวกับพวกมันรู้กระบวนท่าของเจ้าล่วงหน้าทุกก้าว ทว่าในขณะเดียวกัน เจ้ากลับวางหมากตลบหลังพวกมันได้อย่างแม่นยำราวกับล่วงรู้แผนการล่วงหน้า... หลินเซียนอี๋ เจ้าเป็นใครกันแน่?"
บรรยากาศภายในกระโจมพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหนาวนอกกระโจมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณสนามรบ เซียนอี๋นิ่งงันไปชั่วลมหายใจ นางรู้ดีว่าความปราดเปรื่องของตนเองในยามนี้ไม่ได้สร้างความชื่นชมเพียงอย่างเดียว หากแต่มันกำลังชักนำความเคลือบแคลงสงสัยอันตรายมาสู่ชีวิตที่เหลืออยู่
"ข้าเป็นเพียงกุนซือตกยากผู้หนึ่ง ที่มารับใช้เบื้องพระบาทของท่านอ๋องก็เพื่อปกป้องแผ่นดิน... เหตุใดท่านจึงต้องสงสัยในเจตนาที่บริสุทธิ์ดั่งหินผานี้ด้วยเล่าเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นทุกถ้อยคำ
"บริสุทธิ์หรือ?" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนใสของนาง "คนที่มีดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองเช่นเจ้า ไม่มีวันเป็นเพียงกุนซือธรรมดา... และความลับที่เจ้าซ่อนไว้ใต้พู่กันด้ามนั้น วันหนึ่งมันจะต้องถูกเปิดเผยด้วยมือของเราเอง"
ก่อนที่เซียนอี๋จะทันได้เอ่ยคำใดแก้ต่าง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำค่าย
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มีม้าเร็วจากเมืองหลวง... นำพระราชโองการลับส่งตรงถึงท่านกุนซือหลิน!"
เฟยหลงชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย เขายืดตัวตรงขึ้น ปล่อยให้เซียนอี๋ยืนหอบหายใจเบาๆ ด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
องครักษ์หนุ่มก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมกับประคองกล่องไม้สนหอมสลักลายมังกรห้าเล็บด้วยมือทั้งสองข้าง ตัวล็อคทองคำประทับตราประทับสีชาดของสำนักพระราชวังอย่างชัดเจน
เซียนอี๋มองกล่องไม้นั้นด้วยความรู้สึกที่กระหน่ำซัดในอกราวกับคลื่นลมในมหาสมุทร พระราชโองการลับส่งตรงถึงนางผู้เป็นกุนซือในยามที่สงครามเพิ่งสงบลงเช่นนี้ มีเพียงสองความเป็นไปได้เท่านั้น... ไม่ใช่การเลื่อนขั้นตบรางวัล ก็คือราชโองการประหารชีวิตเพื่อปิดปากพยานปากเอกแห่งสนามรบเป่ยจิง
เฟยหลงยื่นมือไปรับกล่องไม้นั้นมาถือไว้เอง สายตาคมกวาดมองตราประทับอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองเซียนอี๋ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความหมาย
"ดูท่า... ความลับของเจ้า จะไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวเสียแล้ว" อ๋องหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงประกายอันตราย ก่อนจะค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วงัดกล่องไม้สนหอมนั้นออกช้าๆ เผยให้เห็นม้วนกระดาษสีเหลืองทองที่นอนนิ่งอยู่ภายใน ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจคนทั้งค่ายให้หยุดเต้นลงทีละน้อย...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับเกมการเมืองและกลยุทธ์พลิกแผ่นดินในบทนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 5
ชัยชนะที่แลกมาด้วยความเคลือบแคลง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!