กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 12

ม่านหมอกแห่งเล่ห์เหลี่ยม

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานดารากลืนนภาลอยอวลอยู่เบื้องหน้า เจือจางและเย็นเยียบดั่งหยาดน้ำค้างบนกลีบเหมันต์ เสนาบดีเหวินไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติมอีกหลังจากโยนแผ่นป้ายทองคำสลักลายพยัคฆ์ลงบนโต๊ะไม้ฮวาหลี เสียงกระทบหนักหน่วงนั้นดังก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงบของห้องหนังสือลับ หลินเซียนอี๋มิได้ก้มลงมองวัตถุชิ้นนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึกยามไร้ลมไหว ปลายนิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆาซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ นางเพียงแต่ตวัดสายตาขึ้นเล็กน้อย ปะทะกับแววตาเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มพ Zิ้มพรายของขุนนางเฒ่าผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก "ใต้เท้าเหวินช่างใจร้อนยิ่งนัก..." เสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งสลายดังขึ้น ทำลายความเงียบงัดข้อที่ดำเนินมาเนิ่นนาน นางเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "หมากกระดานนี้เพิ่งเดินไปได้เพียงครึ่งทาง เหตุใดท่านจึงรีบเปิดไพ่ตายบนมือเสียแล้วเล่า เจ้าค่ะ" เสนาบดีเหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาฉายแววหยามเหยียด "กุนซือหลิน... หรือควรเรียกว่าคุณหนูหลินแห่งสกุลหลินผู้ล่มสลายดีเล่า? เจ้าคิดจริงหรือว่าการซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเงาของฉินอ๋อง จะทำให้เจ้าพ้นจากเงื้อมมือของความตายได้? แผ่นป้ายนี้คือหลักฐานการติดต่อระหว่างเจ้ากับกองกำลังนอกด่าน หากฮ่องเต้ทรงทราบ... เกรงว่าหัวบนบ่าของเจ้าคงอยู่ได้ไม่พ้นรุ่งอรุณพรุ่งนี้เป็นแน่" คำขู่คุกคามแฝงจิตสังหารนี้ไม่ได้ทำให้นางหวั่นไหวแม้แต่น้อย ภาพความทรงจำอันมืดมนเมื่อสิบปีก่อน—วันที่เพลิงเผาผลาญจวนสกุลหลินจนกลายเป็นจุล เสียงกรีดร้องของบิดามารดา และคราบน้ำตาของตนเองในวัยเยาว์—ไหลย้อนกลับมาดั่งสายธารโลหิต แต่มันไม่ได้ทำให้หลินเซียนอี๋อ่อนแอลง ตรงกันข้าม... เปลวเพลิงแห่งความแค้นในใจกลับหล่อหลอมให้สติปัญญาของนางแหลมคมดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร "ท่านพ่อของข้าเคยกล่าวไว้ว่า สุนัขที่เห่าเสียงดังมักไม่ใช่สุนัขที่จะกัดคน..." นางเอ่ยตอบอย่างใจเย็น พร้อมกับยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ ชารสขมฝาดบาดคอ "แต่สุนัขที่ซ่อนเขี้ยวเล็บและรอจังหวะขย้ำต่างหากที่น่ากลัว... น่าเสียดายที่ใต้เท้าเหวินเลือกเป็นอย่างแรก" รอยยิ้มบนใบหน้าของเสนาบดีเหวินแข็งค้างไปชั่วขณะ แววตาดุร้ายฉายวาบขึ้น "ปากกล้าดีนี่! แต่ข้าอยากรู้นักว่า เมื่อฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ของเจ้า ได้รู้ว่าสตรีที่เขาคอยปกป้องแท้จริงแล้วคือหมากตัวหนึ่งที่ใช้หลอกใช้เขา เจ้าคิดว่าเขาจะยังเก็บเจ้าไว้ข้างกายอีกหรือไม่?" ในขณะเดียวกัน ณ ค่ายทหารหลวงที่ตั้งอยู่ห่างออกไปหลายลี้ บรรยากาศภายในกระโจมใหญ่กลับตึงเครียดไม่แพ้กัน ฉินอ๋องเฟยหลงประทับนั่งนิ่งบนเก้าอี้พนักสูงสลักลายมังกรดำ พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดพระเนตรแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่บนโต๊ะยาว เบื้องหน้าของพระองค์คือรายงานลับจากหน่วยสอดแนมที่ระบุความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกองกำลังฝ่ายองค์ชายสาม พระพักตร์หล่อเหลาดุดันไร้ความรู้สึกใดๆ ทว่ากลิ่นอายกดดันรอบกายกลับแผ่ซ่านจนรองแม่ทัพที่ยืนอยู่เบื้องล่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ท่านอ๋อง... มีรายงานด่วนจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารม้าเร็วผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ สองมือชูห่อผ้าไหมสีชาดที่ประทับตราครั่งลับเฉพาะขึ้นถวาย เฟยหลงทรงรับห่อผ้านั้นมาด้วยพระหัตถ์หนา ทรงแกะผนึกออกอย่างรวดเร็ว สายพระเนตรกวาดผ่านตัวอักษรพู่กันที่เขียนด้วยความรีบร้อน ทันใดนั้น... แววตาดุดราวดั่งพยัคฆ์ร้ายก็วาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบพระกายเย็นเยียบลงจนคล้ายน้ำแข็งเกาะกุม ในรายงานระบุชัดเจนว่า หลินเซียนอี๋กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการถูกซ้อนแผนของเสนาบดีเหวิน และเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ตัวนาง แต่เป็นการใช้ชีวิตของนางเพื่อล่อให้พระองค์ก้าวเข้าสู่ "ค่ายกลมรณะ" ที่เตรียมไว้ ณ ตำหนักร้างทางทิศตะวันตก "บังอาจ..." สุรเสียงต่ำทุมเปล่งออกมาจากพระโอษฐ์ดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในพงไพร แผ่ซ่านรังสีอำมหิตที่ทำให้ผู้คนในกระโจมแทบเข่าทรุด "กล้าดียังไงมาแตะต้องคนของเปิ่นหวาง!" พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองไหววูบตามการเคลื่อนไหว มือหนาคว้ากระบี่ประจำพระกาย "หลงเฝิง! เตรียมม้าศึก! เราจะกลับเมืองหลวงเดี๋ยวนี้!" "แต่ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! อีกหนึ่งชั่วยามกองกำลังขององค์ชายสามอาจจะเข้าตีชายแดน..." รองแม่ทัพพยายามทักท้วงด้วยความตกใจ "ต่อให้แผ่นดินจะล่มสลายตรงหน้า เปิ่นหวางก็ต้องไปเอาตัวนางคืนมาก่อน!" พระองค์ตรัสตัดบทด้วยน้ำเด็ดขาด ทรงก้าวพระบาทออกไปเบื้องนอกอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน กลับมาที่ห้องหนังสือลับของเสนาบดีเหวิน หลินเซียนอี๋ยังคงนั่งเผชิญหน้ากับขุนนางเฒ่าอย่างไม่สะทกสะทกสะท้าน แม้บรรยากาศรอบกายจะกดดันจนน่าอึดอัดเพียงใด แววตาของนางยังคงฉายประกายความเฉลียวฉลาดและมั่นอกมั่นใจในแผนการที่วางไว้ทุกย่างก้าว "ใต้เท้าเหวินคิดว่าท่านกุมชัยชนะไว้ในมือแล้วสินะเจ้าคะ?" หลินเซียนอี๋เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอีกครั้ง พร้อมกับรินน้ำชาใส่ถ้วยของตนเองอย่างเชื่องช้า "หึ เจ้ายังมีแก่ใจมาดื่มชาอีกหรือ? อีกไม่นานคนของข้าก็จะ..." เสนาบดีเหวินยังไม่ทันกล่าวจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องจากภาระกิจเรือน เสียงเหล็กกระทบกันระงมบ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังติดอาวุธ ทว่า... เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนจากเสนาบดีเหวิน! ประตูห้องหนังสือถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง เศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น ฝุ่นควันตลบอบอวล ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทและผ้าคลุมยาวปลิวไสวตามแรงลมปราณปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฟยหลงเสด็จเข้ามาด้วยพระพักตร์ถมึงทึง พระเนตรคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องทันที ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของกุนซือหญิงผู้ยังคงนั่งจิบชาอยู่อย่างสงบ เสนาบดีเหวินหน้าถอดสี ทรุดฮวบลงคุกเข่าด้วยความตกใจกลัว "ทะ...ท่านอ๋อง! เหตุใดพระองค์จึง..." เฟยหลงมิได้ชายตาแลขุนนางเฒ่าแม้แต่น้อย พระบาทก้าวตรงเข้าไปหาหลินเซียนอี๋ด้วยความร้อนรน พระหัตถ์หนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวบางของนางให้ลุกขึ้นยืนโดยไม่ทันตั้งตัว แรงบิดนั้นสะท้อนถึงความห่วง and ความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นอยู่ในอก "เจ้ากล้าดียังไงเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับแผนการบ้าๆ นี่ หลินเซียนอี๋!" สสุรเสียงทุ้มต่ำดุดันตวาดก้อง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน หลินเซียนอี๋เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคายนั้น นัยน์ตางามไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราด ทว่าริมฝีปากบางกลับแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่งดงามและเศร้าสร้อยที่สุดในรอบสิบปี "ถ้าหม่อมฉันไม่ทำเช่นนี้... ท่านอ๋องจะทรงยอมถอดหน้ากากความเยือกเย็น แล้วเสด็จมาหาหม่อมฉันด้วยพระองค์เองหรือเพคะ?" ยังไม่ทันที่เฟยหลงจะตรัสตอบสิ่งใด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ล้อมกรอบเรือนหลังนั้นไว้รอบด้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากภายนอกที่ทำให้บรรยากาศหยุดชะงักงัน "ปิดล้อมเรือนไว้! ฮ่องเต้มีพระราชโองการด่วน! ควบคุมตัวฉินอ๋องและกุนซือหลินฐานสมคบคิดกับกบฏนอกด่าน!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์และหัวใจที่เดิมพันด้วยบัลลังก์นี้ด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%