กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 11

เล่ห์กลในจวนอ๋อง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานดอกเหมยพันปีที่ลอยอวลอยู่ในห้องรับรองเรือนปีกตะวันตกไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่กดทับลงมากลับทำให้เสียงฝีเท้าของนางกำนัลที่เดินเรียงแถวเข้ามาดูราวกับเสียงค้อนเหล็กที่กำลังทุบลงบนแผ่นอก "กุนซือหลิน... ช่างดูสำราญใจยิ่งนัก อยู่ในจวนของฉินอ๋องได้ไม่ทันไร ก็ทำตัวเสมือนเป็นนายหญิงผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเสียแล้ว" น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะดังขึ้นทำลายความเงียบ สนมเอกหลิวซูฮวา ก้าวเข้ามาด้วยชุดผ้าต่วนปักดิ้นทองลายหงส์เหิน ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพื้นไม้ขัดมันอย่างน่ารำคาญ นางย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของหลินเซียนอี๋ ดวงตาเรียวรีที่กรีดอายไลเนอร์สีชาหรี่ลงพินิจพิจารณากองฎีกาและแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะราวกับกำลังมองหาหลักฐานความผิด หลินเซียนอี๋มิได้ลุกขึ้นต้อนรับทันที นางยังคงจรดพู่กันขนหมาป่าลงบนกระดาษซวนจื่ออย่างใจเย็น ปลายพู่กันตวัดเป็นตัวอักษรจีนที่ทรงพลังและงดงามราวกับลายเส้นของมังกร ก่อนจะวางพู่กันลงบนแท่นหินอิ้งเจ๋ออย่างแผ่วเบา แล้วจึงค่อยเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "สนมเอกหลิวเสด็จเยือนเรือนพักอันต่ำต้อยของผู้น้อยเช่นนี้ ย่อมต้องมีเรื่องสำคัญยิ่งกระมังเพคะ" หลินเซียนอี๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจน "หากเป็นเรื่องการจัดเตรียมเสบียงกองทัพที่ท่านอ๋องทรงมีรับสั่ง ผู้น้อยได้ถวายรายงานต่อหน้าพระพักตร์ไปหมดสิ้นแล้ว เกรงว่าอาจไม่มีสิ่งใดให้สนมเอกต้องทรงกังวลพระทัยอีก" หลิวซูฮวาแค่น A เสียงในลำคอ ดวงตาคู่นั้นฉายแววดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทว่ามีรสนิยม ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วใช้ปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวแหลมเคาะลงบนแผ่นกระดาษแผนที่ทัพ "เจ้ากล้าดียังไงถึงใช้คำว่า 'ทูลรายงานต่อหน้าพระพักตร์' กับเรื่องในจวนอ๋อง? หลินเซียนอี๋ เจ้าเป็นเพียงกุนซือรับจ้างที่ฉินอ๋องทรงเก็บมาจากสนามรบ หรือว่า... เจ้าใช้มารยาหญิงอันใดสะกดจิตท่านอ๋อง จนถึงกับยอมให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาบงการเรื่องในห้องหับเช่นนี้!" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น เหล่านางกำนัลและขันทีที่ติดตามมาต่างก้มหน้าต่ำ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจของสนมเอกผู้เป็นที่โปรดปรานในวังหลวง ทว่าหลินเซียนอี๋กลับยังคงนิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงลึกยามไร้สายลมพัดผ่าน "ผู้น้อยเป็นผู้ใด ย่อมกระจ่างแก่ใจของท่านอ๋องและตัวผู้น้อยเองดีเพคะ" หลินเซียนอี๋กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทุกคำพูดกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม "ส่วนมารยาหญิงอันใดที่สนมเอกตรัสถึง... เกรงว่าผู้น้อยคงไม่มีวาสนาและไร้ซึ่งความสามารถที่จะเทียบชั้นกับสนมเอกผู้ทรงเกียรติ ผู้ซึ่งมักใช้เวลาว่างจากการถวายงาน มาใส่ใจกับเรื่องราวในเรือนของแม่ทัพชายแดนเช่นนี้หรอกเพคะ" "เจ้า! สามหาม!" หลิวซูฮวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางไม่คาดคิดว่ากุนซือหญิงผู้นี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาเชือดเฉือนถึงเพียงนี้ "คิดว่ามีฉินอ๋องคอยหนุนหลังแล้วจะไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้าอย่างนั้นรึ? วันนี้ข้ามาในนามตัวแทนของพระสนมเอกฝ่ายใน มีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของจวนอ๋อง และข้าสงสัยว่า... เจ้าอาจจะเป็นสายลับจากแคว้นอริที่แฝงตัวเข้ามา! จงถอดเสื้อคลุมออกแล้วให้คนของข้าตรวจค้นตัวเดี๋ยวนี้!" สิ้นคำสั่งของหลิวซูฮวา ขันทีร่างใหญ่สองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาหมายจะตรงเข้าฉุดกระชากตัวหลินเซียนอี๋ ดวงตาคู่สวยของหลินเซียนอี๋ไหววูบไปชั่วขณะ มือเรียวบางใต้แขนเสื้อกิโมโนกำเข้าหากันแน่นจนข้อ้วนิ้วขาวซีด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ หากนางยอมให้พวกมันตรวจค้น สิ่งของลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้เรือนนี้อาจถูกพบ และนั่นหมายถึงหายนะทั้งเก้าชั่วโคตร แต่หากนางขัดขืนด้วยกำลัง... ในจวนนี้ย่อมเกิดการนองเลือด และนางจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านของขันทีจะทันได้แตะต้องชายเสื้อของหลินเซียนอี๋ *โครม!* ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรของห้องรับรองถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังอันมหาศาลเศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ แรงลมกรรโชกกระชากวูบใหญ่พัดเอาควันกำยานกระจายหายไปในพริบตา ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายมังกรเงินทะยานเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหลินเซียนอี๋ราวกับเทพสงครามผู้ลงมาจุติ แววตาของฉินอ๋องเฟยหลงดุดัน เยือกเย็น และเปล่งประกายสังหารอย่างน่าสะพรึงกลัว อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ "ใครหน้าไหน... มันบังอาจสั่งตรวจค้นคนของเปิ่นหวาง (อ๋องเช่นข้า)?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับกดทับหัวใจของทุกคนในห้องให้แทบหยุดเต้น สนมเอกหลิวซูฮวาหน้าถอดสีทันที เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น นางอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยแก้ตัว แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดออกมา ฉินอ๋องก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองอย่างเหยียดหยาม "สนมเอกหลิว... ดูท่าทางฝ่าบาทคงจะทรงตามใจเจ้ามากเกินไป จนลืมไปแล้วกระมังว่าที่นี่คือจวนของใคร และคนของใครที่เจ้ากำลังจะแตะต้อง" เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ชำเลืองมองหลินเซียนอี๋แวบหนึ่งเพื่อประเมินความปลอดภัยของนาง ก่อนจะหันกลับมาจ้องสนมเอกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว "ไสหัวออกไป! ก่อนที่เปิ่นหวางจะสั่งให้คนหิ้วร่างไร้หัวของพวกเจ้าโยนออกนอกจวน!" หลิวซูฮวารีบพยักหน้ารับด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคืองและอับอาย ก่อนจะกุลีกุจอพานางกำนัลและขันทีถอยร่นออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อความวุ่นวายสงบลง ห้องทั้งห้องกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง หลินเซียนอี๋ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับฉินอ๋องผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขายังคงมีความกังวลเจืออยู่ลึกๆ มือหนาเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ไหล่บางของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของนางค่อยๆ สงบลง ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าฝีหน้ารีบร้อนขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ฉินอ๋องขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองหน้าประตู "มีเรื่องอันใดอีก?" องครักษ์คุกเข่าลงด้วยสีหน้าซีดเผือด ยื่นม้วนสาส์นประทับตราลับสีแดงฉานส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา "ม้าเร็วเพิ่งควบมาส่งสาส์นด่วนจากชายแดนเหนือ... กองทัพขององค์ชายสามแปรพักตร์ และบุกเข้ายึดคลังเสบียงหลวงที่สำคัญที่สุดของเราไว้ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์และหัวใจที่เดิมพันด้วยบัลลังก์นี้ด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%