กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 15

รอยร้าวที่ยากจะประสาน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษสมุดบัญชีลับแผ่นเก่าคละคลุ้งไปทั่วห้องหนังสือส่วนตัว ภายใต้แสงสว่างอันริบหรี่ของตะเกียงน้ำมันสำริดรูปหงส์คาบแก้ว หลินเซียนอี๋มิได้เงยหน้าขึ้นจากกองฎีกาที่นางกำลังคัดลอกด้วยลายมืออักษรตัวบรรจงอันงดงามราวกับลายเส้นของหงส์ร่ายรำ แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งจะหยุดนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสงมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม “เจ้ากำลังตรวจสอบรายชื่อคลังเสบียงของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ หรือกำลังขุดหลุมฝังศพให้ข้ากันแน่, เซียนอี๋” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดลงอย่างสิ้นเชิง หลินเซียนอี๋ชะงักปลายพู่กันในมือ หยดหมึกสีดำสนิทหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนกระดาษสาเนื้อดีจนเกิดเป็นรอยด่างพร้อย นางมิได้สะดุ้งสะเทือน แต่วางพู่กันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหมุนกายกลับมาประสานมือคำนับบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ฉินอ๋องเฟยหลงในยามนี้มิได้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่ส่งเสียงกระทบกันยามเคลื่อนไหว หากแต่สวมอาภรณ์คลุมยาวสีดำปักดิ้นลายมหาราชสีทองเข้ม ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยกขาวฉายแววเหนื่อยล้าอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นมิได้ดุดันดังเช่นยามออกศึก แต่กลับมีความเปราะบางบางประการซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าคมดาบในมือเขาเสียอีก “หม่อมฉันเพียงแต่วิเคราะห์ความผิดปกติของตัวเลขเบิกจ่ายในมณฑลทางใต้เพคะ, ท่านอ๋อง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนุ่มนวลตามธรรมเนียมสตรีผู้รู้ความ “ดูเหมือนว่าเสบียงสามในห้าส่วนที่ควรจะส่งถึงมือทหารแนวหน้า กลับถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังคลังสินค้าส่วนตัวของขุนนางท้องถิ่นผู้หนึ่ง... และหากหม่อมฉันเดาไม่ผิด ลายมือชื่อในการอนุมัติคำสั่งนี้ คงมิใช่ใครอื่นไกล นอกจากเสนาบดีเหวิน” ฉินอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยันตนเอง เขาเดินเข้ามาใกล้ร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นจางๆ ของสุราหมักชั้นดีโชยปะทะนาสิกของนาง “เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, หลินเซียนอี๋... บางครั้ง ความรอบรู้เช่นนี้อาจเป็นภัยแก่ตัวเจ้าเอง” “ภัยหรือเพคะ?” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง “หม่อมฉันสูญเสียทุกสิ่งไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ตระกูลหลินถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ของหม่อมฉัน ล้วนถวายไว้แด่แผนกลยุทธ์เพื่อทวงคืนความยุติธรรม... หากท่านอ๋องทรงรู้สึกว่าอำนาจที่อยู่ในพระหัตถ์เริ่มสั่นคลอน ก็ควรตระหนักตั้งแต่แรกแล้วว่า บัลลังก์มังกรมิได้ปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่ปูด้วยซากศพของผู้ที่ไว้ใจผิดคนต่างหากเพคะ” คำพูดอันเฉียบคมบาดลึกราวกับคมมีดเล่มเล็ก ทำให้ฉินอ๋องชะงักไปชั่วขณะ มือหนาเอื้อมออกไปควاข้อมือเรียวของนางไว้อย่างรวดเร็ว แรงบีบนั้นมิได้รุนแรงจนเจ็บปวด หากแต่เต็มไปด้วยความสับสนและอารมณ์อันหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ภายในอก “เจ้าไม่เข้าใจ...” เขาพึมพำชิดริมฝีปาก ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวทอดมองนางด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง “อำนาจที่ข้าเคยคิดว่ากำเอาไว้แน่นหนา บัดนี้กลับหลุดร่วงราวกับสายน้ำ... ฮ่องเต้ทรงระแวงสงสัยในกองกำลังของข้า ขุนนางในราชสำนักต่างพากันแปรพักตร์ไปเข้าข้างองค์ชายสาม และแม้กระทั่งคนสนิทที่ร่วมรบเคบ่าเคียงไหล่กันมานับสิบปี... ก็ยังหันปลายดาบเข้าหาข้าในยามที่ข้าเพลี่ยงพล้ำ” หลินเซียนอี๋นิ่งงันไป นางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทราระริกที่ปลายนิ้วของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ นี่คือฉินอ๋องผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า ผู้ที่เคยนำทัพหกหมื่นนายบุกทะลวงค่ายกลนับพันโดยไม่กะพริบตา แต่วินาทีนี้ เขากลับรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและความเปราะบางของอำนาจที่กำลังพังทลายลงรอบกายอย่างช้าๆ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ท่ามกลางเสียงไส้ตะเกียงปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะ หลินเซียนอี๋มิได้สะบัดข้อมือออก นางค่อยๆพลิกฝ่ามือกลับมา แล้วใช้นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหลังมือของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอันอบอุ่นและมั่นคงจากสตรีผู้ปราดเปรื่องส่งผ่านไปยังหัวใจที่เหนื่อยล้าของแม่ทัพหนุ่ม “อำนาจที่แท้จริง... หาใช่กองกำลังทหารนับแสน หรือราชโองการจากโอรสสวรรค์ไม่เพคะ” นางเอ่ยกระซิบ เสียงของนางนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดั่งหินผา “หากแต่คือหัวใจของผู้คน และความเด็ดเดี่ยวที่จะตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของแผ่นดิน... หากท่านอ๋องทรงสูญเสียความเชื่อมั่นในยามนี้ ก็เท่ากับท่านทรงยอมจำนนต่อหมากตานี้ตั้งยังไม่ทันได้เดิน” ฉินอ๋องจ้องมองใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดระแวง กลายเป็นประกายไฟแห่งความปรารถนาอันร้อนแรงและลึกซึ้ง เขาโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง “ถ้าเช่นนั้น... จงบอกข้าที, กุนซือตัวน้อยของข้า... ข้าควรจะเดินหมากตาต่อไปอย่างไร เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ต่อเกมนี้” ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นระส่ำเข้าหากันท่ามกลางบรรยากาศอันน่าลุ่มหลง ประตูไม้แกะสลักลายวิจิตรของห้องหนังสือก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการให้สัญญาณล่วงหน้า! “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงร้องตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำตัวดังลั่น พร้อมกับร่างของเขาล้มคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเร่งรีบ เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝน “หน่วยสืบราชการลับรายงานด่วน... ขบวนเสบียงหลวงที่มณฑลประจิมถูกกองโจรปริศนาปล้นสะดมจนหมดสิ้น และ... และตราประทับหยกประจำกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ถูกพบตกอยู่ในที่เกิดเหตุพ่ะย่ะค่ะ!” ฉินอ๋องผละออกจากหลินเซียนอี๋ในทันที ดวงเนตรคมกริบหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว บรรยากาศรอบกายกลับคืนสู่ความหนתเหน็บและดุดันดั่งพายุหิมะในฤดูหนาวอีกครั้ง หลินเซียนอี๋ถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้านิ่งสงบแต่ในใจกลับประหวັດไปถึงแผนการอันล้ำลึกที่ถูกซ้อนไว้หลายชั้น ตราประทับหยกที่ควรจะอยู่ในห้องนิรภัยของจวนอ๋อง... กลับไปปรากฏในที่เกิดเหตุปล้นสะดมได้อย่างไร? นี่มิใช่แค่การท้าทายอำนาจ... แต่มันคือกับดักมรณะที่ถูกขุดรอไว้ เพื่อลากฉินอ๋องลงสู่ข้อหากบฏอย่างสมบูรณ์แบบ! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหมากและลุ้นระทึกไปกับกลยุทธ์อันเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%