กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นระคนกลิ่นสุราหมักร้อยปีลอยอวลอยู่ภายใต้หลังคาตำหนักบูรพา ค่ำคืนนี้งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพพิทักษ์ทักษิณหาได้มีความสำราญดังที่ควรจะเป็นไม่ ภายใต้รอยยิ้มและการยกจอกคารวะสรรเสริญซ่อนไว้ซึ่งสายตาคมปลาบของเหล่าขุนนางฝ่ายเสนาบดีเหวินและพรรคพวกขององค์ชายสามที่คอยสอดส่องทุกความเคลื่อนไหว
หลินเซียนอี๋นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะเตี้ยไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคล อาภรณ์ปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นสีเหมยแดงขับเน้นให้ร่างระหงดูโดดเด่น ทว่าสง่างามเยือกเย็น ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของนางเพิ่งลากเส้นแผนที่ยุทธศาสตร์ลงบนกระดาษสาแผ่นสุดท้ายเสร็จสิ้น เพื่ออำพรางสายตาสอดแนม นางแสร้งทำเป็นตวัดพู่กันบันทึกบทกวีชมจันทร์ ทว่าสมองกลับคำนวณหมากกลการเมืองในราชสำนักอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
"กุนซือหลิน... ดูท่านจะใส่ใจกับตัวอักษรบนกระดาษเสียยิ่งกว่าจอกสุราตรงหน้า"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉินอ๋องเฟยหลงก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวปักลายมหาราชสีดำสนิทแผ่ไอเย็นเยือกและกลิ่นอายสนามรบอันเป็นเอกลักษณ์ พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองตัวอักษรพู่กันของนาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาคู่สวยที่เงยขึ้นสู้ตรงๆ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง ในระยะประชิดเพียงคืบเช่นนี้ หลินเซียนอี๋ได้กลิ่นสนธยาและเหงื่อจางๆ จากวรกายของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยที่มักเต้นเป็นจังหวะมั่นคงยามเผชิญหน้ากับความตาย กลับสะดุดวูบอย่างควบคุมไม่ได้ นางขยับตัวถอยเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการระวังภัย ทว่าพระหัตถ์ใหญ่กลับเอื้อมมาแตะที่พนักเก้าอี้ไม้ ปิดกั้นทางหนีของนางไว้โดยสมบูรณ์
"ท่านอ๋องทรงล้อเล่นแล้ว หม่อมฉันเป็นเพียงกุนซือต่ำต้อย ย่อมต้องระมัดระวังหน้าที่ มิให้เกิดความผิดพลาดในงานสำคัญของกองทัพเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษาระยะห่างและความสำรวมไว้อย่างไรที่ติ แม้ว่าปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"ต่ำต้อยกระนั้นหรือ..." เฟยหลงโน้มพระพักตร์ลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน สุ้มเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนมีเพียงคนทั้งสองที่ได้ยิน "คนต่ำต้อยที่ใด จะสามารถอ่านเกมกลยุทธ์ของเสนาบดีเหวินทะลุปรุโปร่ง และวางหมากซ้อนหมากจนทำให้ตาแก่ผู้นั้นนั่งไม่ติดเบาะในท้องพระโรงได้ถึงเพียงนี้"
ดวงตาคมกริบของอ๋องผู้พิชิตไม่ได้มีความดุดันดังเช่นยามบัญชาการรบ ทว่ากลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินสตรีตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินงามทำให้ความร้อนระอุแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า Silk ชั้นดีที่สัมผัสกัน แม้ว่าภายนอกทั้งสองจะยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็น แต่จังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเล็กน้อยต่างหากที่ทรยศความนิ่งงันนั้น
หลินเซียนอี๋เม้มริมฝีปากบางเบา นางรู้ดีว่าฉินอ๋องผู้นี้มีความสามารถในการอ่านคนทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าผู้ใด ใต้หล้าต่างร่ำลือว่าเขาคือเทพสงครามไร้หัวใจผู้เหี้ยมโหด แต่ยามที่สายคู่นั้นทอดมองมาที่นาง กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่นางไม่กล้าแม้แต่จะตีความ ความอบอุ่นจากวรกายที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้กำแพงในใจที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องอดีตอันเจ็บปวดเริ่มสั่นคลอน
"หม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย..." นางพยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น ทว่าปลายคางมนกลับถูกปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง บังคับให้ดวงตาทั้งสองประสานกันอีกครั้ง
"หน้าที่... งั้นหรือ" เฟยหลงทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้าหยวนระคนจริงจังอย่างหาได้ยาก "เปิ่นหวางไม่เคยมีความจำเป็นต้องใช้กุนซือเพื่อการนั้น แต่สิ่งที่เปิ่นหวางต้องการในยามนี้... กลับไม่ใช่คำปรึกษาเรื่องศึกสงคราม"
คำพูดนั้นแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงและเสียงหัวเราะสำราญของเหล่าขุนนางที่อยู่ไกลออกไป แต่ในพื้นที่ส่วนตัวจำกัดแคบๆ ระหว่างเขากandนาง กลับเงียบงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยผ่านสนามรบและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในราชสำนัก บัดนี้ได้หลอมรวมกลายเป็นสายใยที่มองไม่เห็น ถักทอพันธนาการหัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นและกุนซือหญิงผู้ปราดเปรื่องเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา
ฉินอ๋องโน้มพระพักตร์ลงมาอีกคืบ ปลายพระโอษฐ์เกือบจะสัมผัสกับหน้าผากมน หลินเซียนอี๋หลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกที่ถาโถมเข้าใส่ นางยอมปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบกอดหัวใจที่เคยเหน็บหนาว ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกันตามแรงดึงดูดแห่งเสน่หา...
*เพล้ง!*
เสียงถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงแตกกระจายดังสนั่นมาจากโต๊ะประธานฝั่งตรงข้าม ตามด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของนางรำและเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวขององค์ชายสามที่ลุกพรวดขึ้นจนโต๊ะล้มคว่ำ
"บังaniด! สุรานี้มีพิษ!"
เฟยหลงชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาและดุดันดั่งเดิมในพริบตา พระหัตถ์ที่ประคองคางของหลินเซียนอี๋ผละออกอย่างรวดเร็ว วรกายสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วตำหนักในทันที
หลินเซียนอี๋ลืมตาขึ้น สติสัมปชัญญะกลับคืนสู่ความเฉียบคมดั่งเดิม นางก้มมองคราบสุราที่กำลังกัดกร่อนพื้นศิลาจนเกิดควันสีดำพวยพุ่ง ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของเสนาบดีเหวินที่ส่งมาจากมุมมืดของตำหนัก พร้อมกับทหารองครักษ์หลวงกลุ่มใหม่ที่ก้าวเท้าเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างพร้อมเพรียง
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหมากและลุ้นระทึกไปกับกลยุทธ์อันเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ไป๋เหลียนฮวา
กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 16
สายใยที่พันธนาการ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!