กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์เกรดบรรณาการลอยกรุ่นเคล้าอยู่กับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากร่างไร้ลมหายใจของนางกำนัลขั้นต่ำผู้หนึ่ง ซึ่งบัดนี้ทอดกายแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบเบื้องหน้าพระแท่นบรรทมในตำหนักใน
หลินเซียนอี๋ก้าวฝ่าความมืดสลัวของราตรีนี้เข้าไปโดยไร้ซุ่มเสียง อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีนวลปักลายดอกเหมยสีเงินขยับไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังร่วงหล่นลงบนผืนน้ำนิ่งสงบ นางไม่ได้ก้มลงมองศพนั้นในทันที ทว่าดวงตาดอกบัวคู่งามกลับกวาดมองคราบหยดหมึกบนโต๊ะทรงอักษรและรอยขีดข่วนบนขอบหน้าต่างไม้จันทน์หอมอย่างพินิจพิจารณา
"เจ้าช้าไปก้าวหนึ่งนะ, เสียนอี๋"
เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นจากเงาดำเบื้องเสาต้นใหญ่ ฉินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากมุมมืด อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้ากรงเล็บกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับส่องประกายวาวโรจน์ ทรงโน้มพระวรกายลงมาเล็กน้อย พระนาสิกคลอเคลียอยู่ใกล้กลุ่มเส้นผมหอมกรุ่นของนางโดยสัญชาตญาณ แม้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ความปรารถนาอันลึกล้ำที่ทรงมีต่อสตรีผู้ปราดเปรื่องนางนี้ก็ยังมิเคยจางหาย
"หม่อมฉันมิได้มาช้าเพคะ... แต่จงใจมาให้ทันดูละครฉากสุดท้ายที่คนเบื้องหลังจงใจจัดฉากต่างหาก" เซียนอี๋เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมปลาบ นางหยิบปิ่นปักผมหยกขาวที่ตกอยู่ข้างกายศพขึ้นมาพิจารณา "ปิ่นเล่มนี้... เป็นของห้องเครื่องสำอางตำหนักบูรพา และหากหม่อมฉันตาไม่ฝาด ลายสลักดอกโบตั๋นนี้เป็นฝีมือของช่างหลวงประจำตัวเสนาบดีเหวิน"
ฉินอ๋องเฟยหลงแค่นพระสรวลในลำพระ오น พระani (พระหัตถ์) แกร่งเอื้อมไปโอบกระชับเอวคิ้วคราดของนางเข้าหาพระวรกายอย่างถือสิทธิ์ "ตาแก่เหวินผู้นี้ช่างบังอาจนัก คิดใช้ศพนางกำนัลเบี้ยตัวนี้โยนความผิดให้ฝ่ายใน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการยักยอกเสบียงค่ายทหารแดนเหนืออย่างนั้นหรือ? หึ ช่างเป็นการเดินหมากที่ตื้นเขินสิ้นดี"
"ตื้นเขินภายนอก... แต่ลึกลงไปในเนื้อผ้ากลับมีพิษร้ายเพคะ" เซียนอี๋เอียงศีรษะหลบพระพักตร์ที่โน้มเข้ามาใกล้เล็กน้อยอย่างนุ่มนวล แต่นิ้วมือเรียวดั่งลำหญ้าคาของนางกลับแตะลงบนรอยช้ำบริเวณลำคอของศพ "พระองค์ทรงทอดพระเนตรนี่สิเพคะ รอยนิ้วมือนี้มิใช่ของบุรุษผู้ฝึกยุทธ์ แต่เป็นร่องรอยการบีบด้วยพลังปราณสายหยิน... เป็นฝีมือของมือสังหารเงาจากตำหนักองค์ชายสามต่างหาก"
บรรยากาศในตำหนักพลันเยียบเย็นลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับเกมการเมืองอันเชือดเฉือน
ฉินอ๋องจ้องมองสตรีในอ้อมพระกรด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น ความฉลาดล้ำเลิศและความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่สะทกสะท้านนี้เอง ที่ทำให้หัวใจเหล็กกล้าของแม่ทัพผู้พิชิตยอมสยบแทบเท้า
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, เซียนอี๋" กระแสเสียงของพระองค์เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนนวลของนาง "หากเสนาบดีเหวินรู้ว่าเจ้ากำลังสาวไส้เรื่องนี้ เขาไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่"
"หม่อมฉันเกิดมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลิน... ไฟแค้นแค่นี้ ย่อมเผาผลาญพวกมันได้ไม่หมดสิ้นหรอกเพคะ" เซียนอี๋เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกล้าอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของนางสะท้อนประกายความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งดั่งหินผา "อีกอย่าง... มีท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่คอยคุ้มครองอยู่เบื้องหลัง เหตุใดหม่อมฉันต้องเกรงกลัวสุนัขจนตรอกเช่นนั้นเล่าเพคะ?"
คำเยินยอที่มาพร้อมกับความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ ทำให้มุมพระโอษฐ์ของฉินอ๋องยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหายาก พระองค์รวบเอวบางเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนามรบอบอวลอยู่รอบตัวนาง สร้างความปั่นป่วนในหัวใจของกุนซือสาวผู้มักมีสติสุขุมอยู่เสมอ
ทว่า—
*แกร็ก!*
เสียงฝ่าเท้าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วงดังขึ้นที่เบื้องนอกหน้าต่างกระดาษสา เซียนอี๋และฉินอ๋องสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องก็ทะยานออกไปดุจสายพญาอินทรี ทว่ากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียง... ขนนกสีดำสนิทปักดิ้นทองคำขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำหน่วยองครักษ์เงาขององค์ชายสาม ที่ถูกเสียบคาไว้ที่กรอบหน้าต่าง
ฉินอ๋องเฟยหลงหยิบขนนกนั้นขึ้นมาพลิกดู แววตาดุดันฉายแววสังหารอย่างรุนแรง ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังเพ่งพินิจหลักฐานชิ้นใหม่นั้นเอง ประตูตำหนักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงขันทีหน้าหอที่ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
"10 อักษรโลหิต... พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! มีราชองการให้ท่านอ๋องและคุณหลิน... เข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน ณ ตำหนักโถงมังกรทองพ่ะย่ะค่ะ!"
ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ชูราชองการม้วนสีเหลืองทองอร่ามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำสีแดงเข้มข้นคล้ายโลหิต ขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือ
เซียนอี๋ก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว ดวงตาดอกบัวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นรอยประทับตราหยกจักรพรรดิที่บิดเบี้ยวผิดรูป รางสังหรณ์บอกนางว่า... นี่ไม่ใช่พระราชโองการจากพระโอษฐ์ของโอรสสวรรค์ หากแต่เป็นกับดักมรณะที่ถูกขุดรอไว้แล้ว!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหมากและลุ้นระทึกไปกับกลยุทธ์อันเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ไป๋เหลียนฮวา
กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 17
ปมปริศนาในวังหลวง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงร่ายกลยุทธ์ อ๋องผู้พิชิตสยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!