กลิ่นอายความชื้นของดินหลังฝนยังไม่ทันจางหาย เสียงตบโต๊ะสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังขึ้นในห้องโถงบ้านสกุลจางเสียก่อน "หลินฟางเซียน! เจ้าอย่าคิดว่ารักษาคนไข้หายแล้วจะทำตัวเหนือกว่าคนในบ้านคู่นี้ได้นะ! ถางหญ้าในแปลงหลังบ้านสามหมู่ให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น!"
แม่สามีใจร้ายยืนเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยู่ด้วยความริษยาที่เห็นสองสามีภรรยาเริ่มมีช่องทางทำกิน ดวงตากวาดมองห่อสมุนไพรและเงินมัดจำสองหยวนวางอยู่บนโต๊ะด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
หลินฟางเซียนชะתักตะเกียบในมือทันที ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวับวาย... เคสแรกที่จะสร้างชื่อเสียงและเงินทองให้พวกเขาก้าวมาถึงหน้าประตูแล้ว แต่ยัยแก่คนนี้กลับยังหาเรื่องใช้งานพวกเขาเหมือนทาสในเรือนเบี้ย นางวางตะเกียบลงช้าๆ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"แม่คะ แปลงหลังบ้านสามหมู่ที่เต็มไปด้วยวัชพืชสูงท่วมหัวนั่นน่ะเหรอคะ?" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีการเป็นแพทย์หญิงมือหนึ่งและผู้ทรงคุณค่าจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแผ่ซ่านจนแม่สามีผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "ถ้าฉันกับพี่เหว่ยจัดการมันด้วยวิธีเดิมๆ แบบที่ท่านว่า เกรงว่าอีกสิบปีก็คงปลูกอะไรไม่ขึ้นหรอกค่ะ แต่ถ้าท่านอยากให้ที่ดินรกร้างนั่นกลายเป็นแปลงเกษตรที่ทำเงินได้มหาศาล... ท่านช่วยถอยไปให้พ้นทาง แล้วหัดหุบปากรอชมความสำเร็จของพวกเราดีกว่าค่ะ"
จางเหว่ยที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องรีบสาวเท้าเข้ามาขวางหน้าภรรยา ดวงตาคมเข้มดุดันจ้องมองมารดาเลี้ยงด้วยแววตาแข็งกร้าว มือหนาคว้าข้อมือเรียวของภรรยามากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความห่วงใยมาให้
"ฟางเซียนพูดถูก พ่อกับแม่ไม่ต้องมายุ่งเรื่องแปลงเกษตรหลังบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราสองคน" จางเหว่ยเอמהเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก่อนจะหันมามองหน้าภรรยา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงจนแทบหยดเป็นน้ำผึ้ง "ไปเถอะค่ะพี่สาว... ไปดูแปลงดินของเรากัน"
แม้ปากจะพูดด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อสองสามีภรรยาเดินมาถึงผืนดินรกร้างหลังบ้าน หลินฟางเซียนก็ต้องลอบถอนหายใจเบาๆ ดินตรงนี้แห้งแล้งและแข็งกระด้างราวกับหินผา เต็มไปด้วยรากวัชพืชหนาเตอะ หากใช้จอบขุดคุ้ยแบบคนยุคนี้คงมือพองและหลังหักเสียก่อนจะได้ปลูกอะไร
แต่นางคือใครกัน? หลินฟางเซียนผู้มีมิติลับหอสมุดสมุนไพรและคลังเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะเชียวนะคะ!
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย นางแสร้งทำเป็นก้มลงสำรวจเนื้อดิน ก่อนจะแอบดึง "ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสูตรเข้มข้นพิเศษ" และ "สารปรับปรุงดินนาโน" ออกมาจากมิติลับในจังหวะที่จางเหว่ยหันไปแบกจอบ
"พี่เหว่ยคะ หยุดก่อนค่ะ" ฟางเซียนร้องเรียกสามี พร้อมกับยื่นขวดแก้วหน้าตาประหลาดที่มีของเหลวสีมรกตอยู่ภายในให้ "นี่คือหัวเชื้อจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลายที่ฉันคิดค้นขึ้นจากตำรับยาโบราณผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่ค่ะ เราจะใช้วิธี 'การไถพรวนเชิงลึกแบบไม่พลิกหน้าดิน' และราดด้วยหัวเชื้อตัวนี้ รับรองว่าดินจะร่วนซุยและอุดมสมบูรณ์ขึ้นภายในข้ามคืนแน่นอนค่ะ"
จางเหว่ยรับขวดนั้นมาพิจารณาด้วยความฉงน แม้จะไม่เข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่ความเชื่อใจที่เขามีต่อภรรยาคนนี้มีมากยิ่งกว่าสิ่งใด ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "พี่เชื่อใจน้องค่ะ บอกให้พี่ทำอะไรสั่งมาได้เลย"
ภาพของอดีตทหารผ่านศึกร่างสูงใหญ่ที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำตามคำสั่งของภรรยาอย่างแข็งขัน ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นและน่ามองยิ่งนัก จางเหว่ยใช้แรงกายอันมหาศาลในการขุดเจาะร่องน้ำตามแนวที่ฟางเซียนกำหนด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อกล้ามสีเขียวแนบไปกับสรีระกำยำ ขณะที่ฟางเซียนทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อและหยอดเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวและสมุนไพรหายากที่คัดสรรมาอย่างดีจากมิติลงหลุมด้วยความประณีต
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและดินชื้นหลังการบำรุงลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บรรยากาศการทำงานร่วมกันเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่มีความหมายลึกซึ้ง สายตาที่จางเหว่ยแอบมองภรรยาเป็นระยะเต็มไปด้วยความรักใคร่และเทิดทูน ส่วนฟางเซียนเองก็อดไม่ได้ที่จะยื่นผ้าดิบสะอาดไปซับเหงื่อบนหน้าผากให้สามีด้วยความใส่ใจ
"เหนื่อยไหมคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ อยู่กับน้อง พี่มีเรี่ยวแรงทำได้ทั้งวัน" จางเหว่ยตอบพร้อมรอยยิ้มจริงใจที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทำเอาหัวใจของแพทย์หญิงสาวจากยุคปัจจุบันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
ผ่านไปครึ่งวัน จากผืนดินรกร้างที่ไร้ชีวิตชีวา บัดนี้กลับถูกจัดระเบียบใหม่เป็นแปลงเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่มีระบบระบายน้ำและแบ่งสัดส่วนอย่างงดงาม แปลงผักถูกคลุมด้วยฟางข้าวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น หยาดเหงื่อแลกมาด้วยหยาดหยดแห่งความหวัง
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น กลิ่นหอมฉุยของอาหารมื้อค่ำก็ลอยโชยมาจากห้องครัวบ้านสกุลจาง ฟางเซียนตั้งใจเข้าครัวปรุงเมนูพิเศษเพื่อฉลองการเริ่มต้นชีวิตใหม่และการเตรียมรับทรัพย์จากเคสรักษาคนไข้รายแรก นางเลือกทำ "ไก่ผัดขิงพริกไทยสดกับเห็ดหอมป่า" ที่ผัดในกระทะเหล็กใบใหญ่จนกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูก เผ็ดร้อนด้วยขิงแก่และพริกไทยอ่อน ตัดด้วยความหวานกลมกล่อมของเนื้อไก่บ้านและเห็ดหอมสดจากมิติที่นางแอบเนียนหยิบออกมาปรุง
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารจานเด็ดแผ่ซ่านข้ามกำแพงรั้วบ้านกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านชายแดน จนเพื่อนบ้านต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหย แม่สามีที่ตั้งใจจะรอรุมด่าว่าพวกเขานั่งอู้งาน กลับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นหอมนั้นลอยมาปะทะจมูกจนท้องร้องโครกคราก
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะตักข้าวสวยร้อนๆ ขึ้นมากินเพื่อลิ้มรสชาติความเหนื่อยยากที่ผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณหนوหลิน! แย่แล้วค่ะ! ผู้ว่าการเขต... ผู้ว่าการเขตที่เดินทางมาตรวจราชการลับ เกิดอาการกำเริบชักเกร็งล้มหมดสติอยู่ที่ลานกลางหมู่บ้าน ตอนนี้ไม่มีหมอคนไหนกล้าเข้าไปรักษาเพราะชีพจรเขาอ่อนลงเรื่อยๆ แล้วค่ะ!"
ฟางเซียนชะתักตะเกียบในมือทันที ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวับวายยิ่งกว่าเดิม...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความมุ่งมั่นของหลินฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 7
ผืนดินรกร้างที่รอวันฟื้น
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!