คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 6

แบ่งแยกครอบครัว

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"เปรี้ยง!" เสียงทุบโต๊ะไม้สนเก่าๆ ดังลั่นเรือนใหญ่จนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบราคาถูกสั่นสะเทือน แม่เฒ่าจางถลึงตาจ้องมองสะใภ้รองที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงเอ่ยปากเรื่องแยกบ้าน! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ คิดว่าไอ้เหว่ยมันพิการไปข้างหนึ่งแล้วพวกแกจะบินหนีจากตระกูลจางไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเรอะ? ฝันไปเถอะ!" หลินฟางเซียนไม่สะทกสะท้านต่อน้ำเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหูนั้นแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันส่งไปให้ ปลายนเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้ตามจังหวะความคิดในหัว "คุณแม่พูดเกินไปแล้วค่ะ พวกเราไม่ได้คิดจะบินหนีไปไหน แค่อยากจะได้ที่ซุกหัวนอนและอิสระในการหายใจก็เท่านั้น" ฟางเซียนกวาดสายตามองไปรอบวงษ์ญาติที่นั่งทำหน้าตื่นตะลึง พ่อสามีที่เอาแต่นั่งสูบกล้องยาสูบเงียบๆ พี่ชายใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่ที่ทำท่าทางสมน้ำหน้าอยู่รำไร ในมิติลับของหอสมุดสมุนไพรที่ซ่อนอยู่ห่างออกไปเพียงแค่กะพริบตา ตำรากฎหมายหมู่บ้านและเอกสารสิทธิ์ที่ดินยุคเจ็ดศูนย์ถูกเปิดกางขึ้นในหัวของแพทย์หญิงอัจฉริยะอย่างแม่นยำ นางรู้ดีว่าตามกฎระเบียบของคอมมูนและกฎหมายท้องถิ่น ทหารปลดประจำการและบุตรชายที่แต่งงานแล้วมีสิทธิ์ชอบธรรมในการขอแบ่งที่ดินทำกินและสร้างบ้านเรือนแยกออกไป หากผู้ปกครองบ้านเดิมจงใจกลั่นแกล้งและไม่ยอมให้ความเป็นธรรม รัฐย่อมต้องยื่นมือเข้าแทรกแซง จางเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านยืนหยัดบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากร้านจากการจับจวบและด้ามปืนยื่นออกไปจับมือของฟางเซียนไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นจัดนั้นส่งผ่านความมั่น "แม่ครับ... ผมบาดเจ็บกลับมา ไม่ได้หมายความว่าผมต้องทนให้คนในบ้านนี้สูบเลือดสูบเนื้อพวกเราไปตลอดชีวิต เงินบำนาญทหารผ่านศึกสามเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ไหน ทำไมภรรยาผมถึงยังต้องใส่เสื้อผ้าปะชุนและกินโจ๊กเจือจางจนแทบจะเห็นเงาตัวเองในชาม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนคนเป็นแม่สะดุ้งวาบ "ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าทวงบุญคุณกับแม่เรอะ!" แม่เฒ่าจางหน้าถอดสี ปราดเข้าไปจะเงื้อมือตบ แต่จางเหว่ยขยับตัวเพียงเล็กน้อย แรงกดดันจากอดีตนายทหารสนามรบก็ทำให้ผู้เฒ่าชะงักกึก "ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูหัวหน้าคอมมูนและเจ้าหน้าที่พรรคประจำหมู่บ้าน ก็เซ็นหนังสือแบ่งบ้านเสียดีๆ ค่ะ" ฟางเซียนก้าวออกมาเผชิญหน้าเอง นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งและปากกาหมึกซึมราคาถูกที่แอบหยิบมาจากมิติลับออกมาวางแปะลงตรงหน้า ในกระดาษแผ่นนั้นระบุชัดเจน: แบ่งที่ดินด้านทิศตะวันออกติดเชิงเขาให้สองสามีภรรยา แบ่งข้าวเปลือกสามสิบชั่ง และเครื่องมือทำนาเก่าๆ อีกสองชิ้น เป็นการตัดขาดภาระผูกพันอย่างสมบูรณ์ "แก... นังสารเลว!" พี่สะใภ้ใหญ่ทนดูไม่ได้ พรวดพราดเข้ามาหมายจะฉีกกระดาษทิ้ง แต่ฟางเซียนไวว่า ขยับข้อมือหลบพร้อมกับใช้ทักษะกดจุดฝังเข็มที่เรียนรู้มาตวัดปลายนิ้วลงบนจุดชีพจรใต้ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว "โอ๊ย! ชา! แขนฉันชาไปหมดแล้ว! แกทำอะไรฉันยะ!" พี่สะใภ้ใหญ่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องโอดครวญลั่นบ้าน ฟางเซียนปัดมือเบาๆ ราวกับปัดรังแค "อ๋อ พอดีช่วงนี้ฉันศึกษาตำราแพทย์แผนจีนมาบ้าง พบว่าคนที่มีนิสัยชอบยุ่มย่ามเรื่องของคนอื่น มักจะมีอาการเลือดลมติดขัด หากไม่รักษาให้ดี แขนข้างนั้นอาจจะใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิตนะคะ" คำขู่ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มพิมใจทำเอาทุกคนในห้องขนลุกซู่ พ่อสามีที่นั่งเงียบมานานรีบเคาะกล้องยาสูบลงกับพื้น ลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พอได้แล้ว! แยกก็แยก... เขียนมา ให้มันจบๆ ไป" ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลายเซ็นและรอยนิ้วมือสีแดงฉานก็ประทับลงบนกระดาษ หลินฟางเซียนถือเอกสารนั้นไว้แน่น หัวใจพองโตด้วยความโล่งอก ในที่สุดอิสระที่แท้จริงก็อยู่ในกำมือแล้ว! เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูบ้านตระกูลจาง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้างดงามของนาง ท้องฟ้ากว้างใหญ่และผืนดินรกร้างด้านทิศตะวันออกกำลังรอให้สองมือของแพทย์หญิงและอดีตทหารหนุ่มเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความมั่งคั่ง "เหนื่อยไหม?" จางเหว่ยหันมาถามภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิด "ไม่เลยค่ะ ตรงกันข้าม... ฉันตื่นเต้นต่างหากที่จะได้ทำอาหารมื้อแรกในบ้านของเราเอง" ฟางเซียนยิ้มกริ่ม นึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบซ่อนอยู่ในมิติลับ ทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันเยิ้ม เห็ดหอมป่า และเครื่องเทศหอมกรุ่น ตกเย็น กลิ่นหอมเย้ายวนของ "หมูตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับจากตำราโบราณก็เริ่มโชยขจรขจายไปทั่วบริเวณเชิงเขา กลิ่นเครื่องพะโล้ผสมซีอิ๊วเข้มข้นลอยตามสายลมพัดผ่านบ้านเรือนข้างเคียงจนชาวบ้านต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลาย เด็กๆ บ้านใกล้เคียงเริ่มวิ่งมาเกาะรั้วไม้ไผ่ชะเง้อคอมองด้วยความอยากกิน ขณะที่ฟางเซียนกำลังตักหมูตุ๋นสีแดงฉ่ำวาวขึ้นใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างมีความสุข ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะตักข้าวเข้าปาก ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหน้าบ้าน "คุณหนูลิน! คุณจางเหว่ย!แย่แล้วครับ! ผู้กองเฉินที่บาดเจ็บสาหัสจากค่ายทหาร ถูกหามมาที่บ้านพักแพทย์ประจำหมู่บ้านแล้ว... อาการเขาแย่มาก เลือดไหลไม่หยุด กำลังจะตายแล้วครับ!" ฟางเซียนชะתักตะเกียบในมือทันที ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวับวาย... เคสแรกที่จะสร้างชื่อเสียงและเงินทองให้พวกเขาก้าวมาถึงหน้าประตูแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินหมอยายุค 70 เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%