กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอบอวลอยู่ในความมืดของห้องครัวหลังเล็ก ทำให้ประสาทสัมผัสของแพทย์หญิงผู้ผ่านสมรภูมิความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนอย่างหลินฟางเซียนตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยยามกวาดตามองร่างหนาของจางเหว่ยที่กำลังพิงแผ่นหลังกับตู้ไม้เก่า แผลฉีกขาดลึกบริเวณหัวไหล่ขวาของเขายังคงมีเลือดสีคล้ำไหลซึมไม่ขาดสาย แรงสั่นสะเทือนจากภายนอกบ้านเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความตึงเครียดไว้ ทว่าภายในห้องนี้กลับมีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
"อย่าขยับค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่กดลงบนขอบแผลของสามีอย่างแม่นยำ
จางเหว่ยนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นสักคำ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองนางด้วยความรู้สึกผิดและเก้ๆ กังๆ ยามนี้กลับฉายแววห่วงใยระคนกังวลอย่างปิดไม่มิด "ฟางเซียน... ดึกดื่นตื่นขึ้นมาทำไม ออกไปห่างๆ ก่อน คนพวกนั้นมัน..."
"ถ้าฉันยังไม่ออกมา คุณคงหมดเลือดตายคาครัวไปเสียก่อนแล้วกระมังคะ?" ฟางเซียนสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสุกใสสะท้อนประกายความดื้อรั้นที่ทำให้อดีตทหารหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก
นางไม่อาจปล่อยให้สามีคนนี้ตายได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาคือสามีตามกฎหมายในยุคที่การหย่าร้างยุ่งยากสลับซับซ้อน แต่เป็นเพราะแววตาปกป้องคุ้มครองที่เขามอบให้ตั้งแต่วันแรกที่นางทะลุมิติมานั้น... มันจริงใจเสียจนหัวใจดวงน้อยๆ ของแพทย์สาวผู้เย็นชาเริ่มสั่นไหว
ฟางเซียนสะบัดมือเบาๆ ปล่อยให้จิตใต้สำนึกเชื่อมต่อกับ "มิติลับ" หอสมุดสมุนไพรโบราณที่ติดตัวมาด้วย เพียงเสี้ยววินาที ขวดกระเบื้องสีขาวนวลบรรจุผงโอสถสมานแผลระดับเทพก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ พร้อมกับมีดผ่าตัดขนาดเล็กและเข็มเย็บแผลปลอดเชื้อ
จางเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าภรรยาหยิบสิ่งของเหล่านี้ออกมาจากที่ใด ทว่าความเจ็บปวดรวดร้าวที่หัวไหล่ทำให้เขาไม่มีเวลามาซักไซ้ไล่เลียง
"กัดนี่ไว้ค่ะ" ฟางเซียนยื่นผ้าสะอาดม้วนหนาให้เขากัดเพื่อระงับความเจ็บ ก่อนที่นิ้วมือเรียวจะเริ่มจัดการทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำต้มสุกผสมสารสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่นางปรุงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สัมผัสที่เยือกเย็นและแม่นยำราวกับมือของเซียนแพทย์ทำให้จางเหว่ยสะดุ้งเฮือก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากหนา กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน แต่เขากลับพยายามสะกดกลั้นเสียงครางอืออึงในลำคอเอาไว้ ไม่ยอมเปล่งเสียงน่าอายออกมาให้ภรรยาต้องกังวล
"ทนหน่อยนะคะ... แผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ถ้าไม่เย็บและใส่ยาถอนพิษ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าแขนข้างนี้ของคุณคงเน่าจนต้องตัดทิ้งแน่ๆ ค่ะ" ฟางเซียนเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจังที่เฉียบคม
ภายใต้แสงตะเกียงอันริบหรี่ ใบงดงามของภรรยาอยู่ใกล้จนเขาสามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงบนผิวเนื้อ จางเหว่ยลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนางที่มีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม ความรู้สึกผิดบาปและความซาบซึ้งตีตื้นขึ้นมาในอกจนจุกแน่น ผู้หญิงคนนี้... ไม่เหมือนคนในหมู่บ้านเลยสักนิด นางทั้งเด็ดเดี่ยว ฉลาดหลักแหลม และมีมือหมอที่ราวกับปาฏิหาริย์
ปลายเข็มเงินพุ่งทะลุผ่านผิวหนังอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกฝเข็มที่ร้อยเรียงคือความใส่ใจและความสามารถอันล้ำเลิศที่ตกทอดมาจากบรรพจารย์แพทย์โบราณ ฟางเซียนโรย "ผงโอสถโสมหิมะเก้าเลี้ยว" ลงบนแผลสด กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่าโชยฟุ้งกลบกลิ่นคาวเลือดทันที เพียงชั่วพริบตาเดียว เลือดที่เคยไหลซึมก็หยุดสนิท เนื้อเยื่อรอบแผลเริ่มประสานเข้าหากันด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์
จางเหว่ยอ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน เขาเป็นทหารผ่านศึก ผ่านการบาดเจ็บมานับครั้งไม่ถ้วน เคยเห็นหมอทหารฝีมือดีมาก็มาก แต่ไม่มีใครรักษาแผลเหวอะหวะให้หายขาดและไร้ร่องรอยความเจ็บปวดได้รวดเร็วเพียงชั่วลมหายใจเข้าออกเช่นนี้!
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่ ฟางเซียน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมจ้องมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ทั้งทึ่ง และทั้ง... หลงใหล
ฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกที่ชวนให้ใจสั่น "ฉันก็คือภรรยาของคุณไงคะ หรือว่าคุณอยากให้ฉันเป็นปีศาจจำแลงกายมาล่ะคะ นายทหารจาง?"
คำพูดหยอกเย้าของนางทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที จางเหว่ยหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะยังเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ความอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหล
"ต่อให้คุณเป็นปีศาจจริงๆ ผมก็เต็มใจตกเป็นเชลยของคุณอยู่ดี" เขาเอמהเสียงแหบพร่า ดวงตาคมมองนางด้วยความรักล้นปรี่ที่ซ่อนเร้นมานาน
ฟางเซียนแสร้งทำเป็นเมินหนีความหวานเลี่ยนที่จู่ๆ ก็พุ่งชน ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อกลับทรยศความรู้สึกในใจของนางอย่างสิ้นเชิง นางเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดกลับเข้ามิติลับอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"พักผ่อนเสียเถอะค่ะ แผลสมานตัวแล้ว แต่ร่างกายยังเสียเลือดมาก พรุ่งนี้เช้าเรายังมีเรื่องต้องสะสางกันยาว... โดยเฉพาะไอ้พวกที่ตามล่าคุณมาถึงหน้าบ้านเมื่อคืนนี้!"
น้ำเสียงของฟางเซียนเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญก่อนหน้านี้ กล่องไม้ที่จางเหว่ยแอบซ่อนไว้และรอยแผลฉกรรจ์นี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าสามีซื่อบื้อคนนี้กำลังไปพัวพันกับเรื่องราวใหญ่โตที่อันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน และในฐานะภรรยา... นางไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากความสงบสุขและสามีของนางไปเด็ดขาด!
เช้าวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษเก่าๆ เข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กธัญพืชผสมโสมป่าตุ๋นเคี่ยวจนข้นคลัชลoyตลบอบอวลไปทั่วบ้านหลังเล็ก กระตุ้นให้จางเหว่ยที่นอนพักฟื้นอยู่บนเตียงต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ฟางเซียนกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ สวมผ้ากันเปื้อนเก่าๆ แต่นางกลับดูโดดเด่นและงดงามราวกับเทพเซียนที่ลงมาจำศีลในแดนมนุษย์ มือเรียวกำลังตักโจ๊กหอมกรุ่นใส่ชามกระเบื้องเคลือบ พร้อมกับเตรียมสมุนไพรต้มบำรุงกำลังไว้ให้สามี
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสงบสุขและอบอุ่นนั้นเอง—
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงโวยวายหยาบคายของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลจางและเสียงหัวingเยาะเย้ยของพวกอันธพาลในหมู่บ้านที่ดังแทรกเข้ามาไม่ขาดสาย
"หลินฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! แกแอบซ่อนชู้หรือซ่อนโจรไว้ในบ้านรึเปล่า ถึงได้ปิดประตูล็อคกลอนแน่นหนาตั้งแต่เช้าแบบนี้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาพังประตูบ้านพวกแกข้อหามั่วสุมทำตัวน่าสงสัย!"
เสียงตะโกนแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจางดังแผดก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักขอบหมู่บ้าน ดึงดูดสายตาชาวบ้านละแวกนั้นให้มารวมตัวกันมุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภายในบ้าน ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักโจ๊ก นางวางชามลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่จางเหว่ยเคยเห็นมา
ดวงตากลมโตหันกลับมาสบตากับสามีที่กำลังพยายามลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเป็นห่วง นางส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ก่อนจะเอמהเสียงใสที่กังวานก้องลอดผ่านประตูออกไปข้างนอกอย่างไม่เกรงกลัว
"อยากพังประตูบ้านฉันนักใช่ไหมคะ? ดี... งั้นวันนี้ฉันจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การหาเรื่อง 'หมอหญิง' แห่งตระกูลหลินนั้น... ต้องแลกมาด้วยความฉิบหายขนาดไหน!"
ฟางเซียนก้าวเท้าเดินนวดข้อมือเบาๆ ไปทางประตูหน้าบ้าน ท่าทางเด็ดเดี่ยวและองอาจของนางทำให้จางเหว่ยที่นั่งมองอยู่ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... สามีเช่นเขา ชักจะเริ่มรู้สึกสงสารพวกหน้าโง่ข้างนอกนั่นขึ้นมาจับใจเสียแล้วสิ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 5
โอสถทิพย์จากครัวบ้านนา
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!