คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 4

สามีผู้เงียบขรึม

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับเห็ดหอมป่าและรากโสมตังกุยโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวดินเหนียว หลินฟางเซียนใช้ทัพพีไม้คนหม้อดินขนาดเล็กอย่างเบามือ ใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยจากไอความร้อน ขณะที่สายตาสอดส่องความเรียบร้อยของมื้อค่ำวันนี้ ข้าวสวยเมล็ดอวบอ้วนหุงผสมธัญพืชส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ตั้งแต่ที่นางจัดการตบหน้าพวกญาติจอมดูถูกและตระกูลสามีที่ชอบเอาเปรียบไปเมื่อวันก่อน ชีวิตในบ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านก็สงบสุขขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด มิติลับในห้วงจิตสำนึกของนางวันนี้เพิ่งปลดล็อกชั้นหนังสือสมุนไพรโบราณ ทำให้ได้โสมป่าอายุหลายปีมาตุ๋นบำรุงกำลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ฟื้นฟูร่างกายคนที่ตรากตรำทำงานหนัก ทว่า... ความเงียบสงบยามเย็นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงผลักประตูไม้เก่า-ใหม่ที่ดังโครมคราม! "พี่เหว่ย!" ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย วางทัพพีในมือลงทันทีแล้วก้าวพรวดออกจากห้องครัว สัญชาตญาณแพทย์หญิงกรีดร้องเตือนภัยพุ่งพล่าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ย สามีผู้เงียบขรึมและมักจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว เขากำลังยืนค้ำยันกรอบประตู ใบหน้าคมเข้มมีคราบเขม่าควันและรอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำที่มุมปาก เสื้อผ้าชุดทหารเก่าๆ ขาดวิ่นตรงหัวไหล่ เผยให้เห็นแผลถลอกลึกที่ยังมีเลือดซึมไหลไม่หยุด แต่สิ่งที่ทำให้ฟางเซียนหัวใจกระตุกวูบไม่ใช่บาดแผลภายนอกเหล่านั้น หากเป็นลมหายใจที่หอบกระชั้นและความซูบผอมที่แฝงมากับความดื้อรั้นในแววตาคมกริบของเขา "คุณ... กลับมาแล้วทำไมไม่ส่งเสียง เจ้า..." นางยังไม่ทันเอ่ยต่อ ร่างสูงใหญ่ของสามีก็เซถลลาลงมาข้างหน้าอย่างหมดแรง "ฟาง... เซียน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อนางได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างของจางเหว่ยจะทรุดฮวบล้มลงกับพื้นดินอัดแน่น หากนางไม่พุ่งเข้าไปรับไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เกรงว่าศีรษะของเขาคงฟาดกับขอบโต๊ะไม้ไปแล้ว "จางเหว่ย! ตั้งสติสิคะ!" ฟางเซียนอุทานด้วยความตกใจระคนโมโห มือเรียวรีบคว้าข้อมือหนาเพื่อจับชีพจรทันที ชีพจรเต้นเร็วและอ่อนแรง บ่งบอกถึงอาการเสียเลือดมากร่วมกับภาวะ exhaustion หรือความเหนื่อยล้าขั้นสุดจากการเดินทางไกลและอาจจะผ่านการใช้กำลังมาอย่างหนักหน่วงในเมือง นางกัดริมฝีปากแน่น แววตาฉายประกายความเด็ดเดี่ยว ร่างกายระดับแพทย์อัจฉริยะไม่ยอมปล่อยให้คนในปกครองเป็นอะไรไปเด็ดขาด นางออกแรงแบกและลากร่างสูงใหญ่ของสามีด้วยพละกำลังที่เกินตัว—ผลพวงจากการใช้น้ำทิพย์ในมิติลับชำระล้างร่างกายก่อนหน้านี้—จนสามารถพาเขามานอนเหยียด ยาวอยู่บนเตียงไม้ในห้องนอนได้สำเร็จ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าของฟางเซียน นางหอบหายใจเล็กน้อยก่อนจะลงมือจัดการกับเสื้อผ้าขาดวิ่นของเขาอย่างไม่ลังเล เมื่อเสื้อตัวนอกถูกถอดออก แผลฉีกขาดที่หัวไหล่และรอยฟกช้ำดำเขียวตามแผ่นหลังกว้างก็ปรากฏแก่สายตา มีร่องรอยของการถูกรุมทำร้ายหรือการปะทะกับคนกลุ่มใหญ่ด้วยอาวุธทื่ออย่างแน่นอน พวกอันธพาลในเมืองหรือคนของสหกรณ์การเกษตรที่จ้องจะฮุบที่ดินทำกินกันแน่นะ? "อึ่ม..." จางเหว่ยส่งเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสีเข้มค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นใบหน้ากังวลระคนดุของภรรยา เขาก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความเกรงใจและไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมาลำบากเพราะตน "อย่าเพิ่งขยับค่ะ!" ฟางเซียนเสียงเข้ม สายตาคมกริบวาดมองแผลด้วยโหมดวิเคราะห์ทางการแพทย์ "คุณอยากให้แขนข้างนี้พิการหรือไงถึงได้ทำตัวอวดเก่งนัก? ไปในเมืองท่าไหนถึงได้สะินสะแลงกลับมาสภาพนี้?" "ผม... ไม่เป็นไร..." จางเหว่ยฝืนเปล่งเสียงแห้งผาก พยายามดันตัวลุกขึ้นนั่ง "แค่... ไปเคลียร์เรื่องเงินค่าแรงที่ค้างจ่ายกับหัวหน้าคนงานในตลาดมานิดหน่อย... ไม่คิดว่าพวกมันจะเล่นตลุก and..." เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อความเจ็บแล่นริ้วไปทั่วร่าง "ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ!" ฟางเซียนตัดบท น้ำเสียงของนางทั้งดุทั้งสั่นเครือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางเองก็อธิบายไม่ถูก — ความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน นางสะบัดมือวับ แสร้งทำเป็นหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจากกะละมังที่เตรียมไว้ แต่แท้จริงแล้วนางแอบดึง "เจลสมุนไพรสมานแผลระดับสูง" ออกมาจากมิติลับในพริบตาเดียว ฟางเซียนบรรจงเช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกจากบาดแผลด้วยความอ่อนโยนผิดกับวาจาดุๆ เมื่อครู่ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นจัดของชายหนุ่ม ทำให้จางเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในโลกอันโหดร้ายยุค 70 กลับกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง เขาสบตาภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้ด้วยความตั้งใจ แววตาคู่นั้นไม่มีรังเกียจ ไม่มีคำตัดพจน์ตัดพ้อ มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะรักษาเขาให้หายดี "เจ็บไหมคะ?" นางเงยหน้าขึ้นถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว จางเหว่ยส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมเข้มทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ผู้หญิงตรงหน้าเปลี่ยนไปมาก นางไม่ใช่สะใภ้ขี้เกียจหรืออ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป แต่นางคือหมอผู้ช่วยชีวิตเขา... และบางที อาจเป็นคนเดียวในโลกที่ห่วงใยเขาอย่างแท้จริง "ผมขอโทษ..." จางเหว่ยกระซิบเสียงแผ่ว "ทำให้คุณต้องตกใจอีกแล้ว" "รู้ตัวก็ดีค่ะ" ฟางเซียนป้ายเจลสมุนไพรสีเขียวมรกตลงบนแผลลึกที่หัวไหล่ กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรลึกลับโชยเตะจมูกทันที ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนให้ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ "กินข้าวซดน้ำซุปบำรุงซะ เดี๋ยวฉันไปหยิบยาจีนมาให้ดื่มเพิ่ม พรุ่งนี้คุณต้องนอนพัก ห้ามขยับไปไหนทั้งสิ้น เข้าใจไหมคะ?" จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างว่าง and เชื่อฟังภรรยาอย่างยิ่งกว่าทหารเกณฑ์เจอผู้บังคับบัญชาเสียอีก รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของเขา ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังอบอุ่นไปด้วยความห่วงใยอันเงียบงัน เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของป้าสะใภ้ใหญ่จอมแสบจากบ้านตระกูลจางที่ดังทะลุเข้ามาในความมืด "จางเหว่ย! นังฟางเซียน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกซ่อนเงินที่เอามาจากในเมืองไว้ รีบส่งออกมา ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกคนมาพังบ้านพวกแกให้ราบคาบแน่!" ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังเก็บอุปกรณ์ทำแผล ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงทันที นางหันไปสบตากับสามีที่ทำท่าจะขยับลุกขึ้นด้วยความโกรธ "นอนพักไปค่ะ..." ฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาทอประกายเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอประจำบ้านคนนี้จัดการเอง รับรองว่ายายแก่ปากจัดนั่น จะต้องจดจำค่ำคืนนี้ไปจนวันตาย!" นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีองอาจราวกับพญาหงส์เตรียมสะบัดปีกตบหน้าคนพาล ทันใดนั้นเอง... ก่อนมือเรียวจะเอื้อมไปปลดกลอนประตูไม้ เสียงปังที่สามดังขึ้นอย่างรุนแรงจนกลอนประตูหักสะบั้นลงต่อหน้าต่อตา! ร่างเงาตะคุ่มของชายแปลกหน้าสามคนในชุดคลุมสีดำสวมหมวกคลุมหัวมิดชิดก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับประกายวาววับของมีดสั้นในมือที่สะท้อนกับแสงตะเกียง! "หึๆ เจ้าหนูจางเหว่ย ซ่อนตัวอยู่ที่นี่สินะ... ส่งกล่องไม้ใعนั้นมาซะ มิฉะนั้นวันนี้ศพของพวกแกจะไม่ได้ฝัง!" ฟางเซียนเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋ — กล่องไม้? จางเหว่ยไปเอาอะไรมาจากในเมืองกันแน่ ถึงได้มีคนตามล่ามาถึงบ้านกลางดึกเช่นนี้! (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%