“ถ้าพวกคุณกล้าก้าวเข้ามาในรั้วบ้านฉันอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะให้พวกคุณกินผงถอนพิษสุนัขบ้าแทนข้าวแกง!”
น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาดของหลินฟางเซียนดังก้องขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของป้าสะใภ้ใหญ่และลูกสมุนที่ตั้งใจจะมาหาเรื่องตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายยืนไขว่ห้างพิงกรอบประตู สายตาดุจคมมีดกวาดมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการทดสอบที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และวันนี้เธอก็พร้อมจะสะبัดบ่วงกรรมเหล่านี้ทิ้งเสียที
ป้าสะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางเคยชินกับการมารีดไถและข่มเหงสะใภ้รองผู้อ่อนแอ แต่วันนี้หลินฟางเซียนกลับมีรัศมีน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจสาวจากขุมนรก
“นะ...นังตัวดี แกกล้าขู่ฉันเหรอ!” ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความกลัว
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูค่ะ” ฟางเซียนยกยิ้มมุมปาก มือเรียวบางแกล้งหยิบขวดแก้วใบเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ “สมุนไพรตัวนี้ฤทธิ์แรงมากนะคะ ใช้เวลาแค่สามวินาทีในการทำให้เส้นประสาทชาไปทั้งตัว รับรองว่าเดินกลับบ้านไม่ถึงปากซอยก็ล้มพับไปนอนคุยกับรากไม้แน่นอนค่ะ”
เพียงเท่านั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบถอยหลังกรูด ลากลูกสมุนเผ่นแน่บหนีหายไปจากหน้าบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างสะใจของหญิงสาว
จางเหว่ยที่ยืนถือจอบอยู่ไม่ไกล มองภรรยาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ความกังวลใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจและความรักที่ล้นทะลักจนจุกอก มือหยาบกร้านวางจอบลงแล้วเดินเข้ามาใกล้
“ฟางเซียน... เธอเก่งเกินไปแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความทึ่ง พร้อมกับยื่นกระติกน้ำใส่น้ำอุ่นให้เธอ “เหนื่อยไหมครับ... เอ๊ย เหนื่อยไหมคะ” จางเหว่ยเกือบเผลอหลุดคำพูดเดิมๆ ออกมา รีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทันเพราะกลัวภรรยาจะดุ ทำให้ฟางเซียนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะพี่จางเหว่ย แต่สิ่งที่เราต้องรีบทำตอนนี้คือการเดินทางเข้าเมืองนะคะ” ฟางเซียนหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มสว่างวาบ “สินค้าที่เราจะเอาไปขายในตลาดมืดวันนี้ พร้อมแล้วค่ะ”
พูดจบ เธอก็เดินนำจางเหว่ยเข้าไปในห้องครัว ด้านบนโต๊ะไม้มีตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่สองใบ ภายในบรรจุสมุนไพรป่าคัดเกรดพรีเมียมที่ผ่านการแปรรูปจากมิติลับจนส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น และยังมี "แป้งโฮลวีตบดละเอียดพิเศษ" ผสมธัญพืชสูตรลับเฉพาะของเธออีกสิบห่อ ซึ่งเนื้อแป้งเนียนนุ่มและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงลิ่ว เหมาะสำหรับยุคที่อาหารการกินหายากเช่นนี้
การเดินทางเข้าเมืองยุค 70 ไม่ใช่เรื่องง่าย รถโดยสารประจำทางประจำหมู่บ้านมีแค่วันละเที่ยวเดียว แถมยังอัดแน่นไปด้วยผู้คนและกลิ่นอายความจนตรอกของยุคสมัย หลินฟางเซียนสวมผ้าพันคอผืนเก่าอำพรางใบหน้าสะสวยไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป ขณะที่จางเหว่ยคอยเดินกางแขนปกป้องเธอจากความเบียดเสียดในรถอย่างแน่นหนา ไหล่กว้างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงหินที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ
เมื่อรถเมล์มาถึงสถานีปลายทางในตัวอำเภอ ทั้งสองเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยแคบๆ ที่คดเคี้ยว บรรยากาศของตลาดมืดในยามเช้าตรู่เต็มไปด้วยความระแวง ผู้คนสวมหมวกปีกกว้างดึงต่ำ กวาดสายตามองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐที่คอยตรวจตราการค้าขายผิดกฎหมาย
“ตรงนั้นค่ะพี่จางเหว่ย มุมตึกอับแสงตรงนั้นเหมาะที่สุด” ฟางเซียนกระซิบบอกสามีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับนักล่าที่เจอเป้าหมาย
จางเหว่ยพยักหน้ารับ ร่างสูงใหญ่ยืนบังมุมอับสายตาให้ภรรยาอย่างมิดชิด ฟางเซียนเปิดผ้าคลุมตะกร้าออก กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและแป้งธัญพืชลอยกรุ่นขึ้นมาทันที ดึงดูดสายตาของพ่อค้าแม่ค้าเร่และชาวเมืองที่กำลังมองหาสินค้าคุณภาพดีอย่างเงียบๆ
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ลูกค้าคนแรกก็ก้าวเข้ามาด้วยความลังเล เป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานแต่ใบหน้าซีดเซียว นางมองซองแป้งธัญพืชด้วยความสงสัย
“นี่คืออะไร ราคาเท่าไหร่?” เสียงแหบพร่าเอถามเบาๆ
“แป้งบำรุงกำลังสูตรพิเศษค่ะคุณยาย ใส่ธัญพืชและสมุนไพรบำรุงเลือดลม ช่วยให้คนป่วยฟื้นตัวเรวดับเบิลและเพิ่มพลังงานให้คนทำงานหนัก ห่อละสองเหรียญกับคูปองอาหารเล็กน้อยค่ะ” ฟางเซียนตอบด้วยน้ำเสียงฉาดฉานและเป็นมิตร รอยยิ้มจริงใจของเธอทำให้ความหวาดระแวงในใจลูกค้ามลายหายไป
หญิงวัยกลางคนตัดสินใจซื้อไปหนึ่งห่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมื่อข่าวลือเรื่องความวิเศษของแป้งธัญพืชและสมุนไพรป่าของคุณหมอสาวแพร่สะพัดออกไปในหมู่ขาประจำ ตะกร้าทั้งสองใบก็ถูกรุมล้อมจนแทบแตก สินค้าล็อตแรกจำนวนสิบห่อและสมุนไพรทั้งหมดขายหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียว! เงินสดและคูปองอาหารกองโตถูกยัดใส่มือจางเหว่ยจนมือสั่นเทา
“ฟางเซียน... เรา... เราขายหมดแล้วเหนี่เนี่ย? ขายหมดเกลี้ยงเลย!” จางเหว่ยกระซิบด้วยความตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการค้าขายในตลาดมืดจะทำเงินได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
“ใช่ค่ะ และเราจะได้เงินมากกว่านี้อีกในอนาคต” ฟางเซียนยิ้มกริ่ม เก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างคล่องแคล่ว “แต่ตอนนี้... เราต้องรีบไปซื้อของใช้จำเป็นตามรายการที่ฉันจดไว้ ก่อนที่ตลาดจะวายและก่อนที่... เจ้าหน้าที่ตรวจการจะมาถึง”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินออกจากมุมตึกด้วยความอารมณ์ดี ทันใดนั้น มือปริศนาคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามายื้อตะกร้าเปล่าในมือของจางเหว่ยเอาไว้ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหู
“ของในตะกร้านั่น... นำมาจากไหน? และใครอนุญาตให้พวกแกมาค้าขายในเขตอิทธิพลของฉัน!”
ฟางเซียนชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปมองด้วยสายตากร้าวแกร่ง ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของชายแปลกหน้าที่ยืนขวางทางอยู่ หัวใจของเธอก็กระตุกวูบอย่างแรง—นี่ไม่ใช่แค่พวกอันธพาลตลาดมืดธรรมดา แต่เขาคือคนของตระกูลหลิน... ตระกูลเดิมที่เธอพยายามหนีให้พ้น!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "อวี้ซินหมอยายุค 70" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 9
ตลาดมืดที่ต้องระวัง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!