"ถอยไป!"
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนเฉียบคมราوهاคมมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อรักษาชีวิต ชายฉกรรจ์ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ ร่างกายหนาบึกบึนที่ยืนดักหน้าเธอไว้ในมุมอับของตรอกตลาดมืดชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของมันกวาดมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประหลาดใจระคนดูแคลน
"โอ๊ะๆๆ นึกว่าเป็นใครที่ไหน... คุณหนูรองตระกูลหลิน ผู้เลอโฉมที่หนีตามไอ้ทหารพิการเข้าป่าชายแดน ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเจอตัวเป็นๆ ที่นี่" เสียงหัวเราะในลำคอของชายคนนั้นดังขึ้นอย่างน่ารังเกียจ มันคือ 'อาเฉียง' ลูกน้องคนสนิทของตระกูลหลินที่ถูกส่งมาสืบข่าวเรื่องการหายตัวไปของเธอ
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าจากอดีตอันเลวร้าย ตระกูลหลินยังคงตามรังควานเธอไม่เลิกรา แม้เธอจะหนีมาไกลถึงหมู่บ้านชายแดนทุรกันดารแห่งนี้แล้วก็ตาม แต่ในมิติลับของเธอยังมีเข็มเงินอาีพพิษและยาสลบชั้นดี... หากมันกล้าขยับเข้ามาอีกก้าวเดียว เธอจะทำให้มันนอนเป็นผักอัมพฤกษ์ไปตลอดชีวิต!
ทว่า ก่อนที่ฟางเซียนจะได้ชักเข็มเงินออกจากแขนเสื้อ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวทหารเก่าๆ ก็ก้าวเข้ามาบังร่างของเธอไว้เสียก่อน แผ่นหลังกว้างนั้นให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับกำแพงหินผา จางเหว่ยไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่รัศมีคุกคามอันดุร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน ทำให้หลินเฉียงถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"ถอย." จางเหว่ยเอמהคำเดียวสั้นๆ แต่เย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ
อาเฉียงหน้าเสียเมื่อเห็นแววตาดุดั่งพญาอินทรีของชายหนุ่มตรงหน้า มันรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่จะรังแกได้ง่ายๆ จึงทำได้เพียงแค่นضเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี นายท่านตระกูลหลินไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่!" พูดจบมันก็รีบสาวเท้าหนีหายไปในความมืดทันที
ฟางเซียนมองแผ่นหลังของสามีที่ยังคงยืนนิ่งคุมเชิงอยู่ครู่หนึ่ง ความตึงเครียดในอกค่อยๆ คลายลง ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดและอบอุ่นอัดแน่นขึ้นมาในทรวงอก เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า... ในยามที่เธอเผชิญหน้ากับอันตราย จะมีผู้ชายคนนี้ก้าวออกมายืนบังลมฝนให้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"กลับบ้านกันเถอะค่ะ" ฟางเซียนเอמהเสียงนุ่มโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กยื่นไปแตะแขนเสื้อหนาของเขาเบาๆ
จางเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต ใบหน้าที่กร้านแดดกร้านลมขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขารีบหันหลังกลับแล้วก้มลงคว้าตะกร้าสะพายบนหลังของภรรยามาถือไว้เสียเอง "อืม... กลับบ้าน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำกว่าปกติเล็กน้อย
ตลอดทางเดินกลับบ้าน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องนำทาง ไม่มีบทสนทนาใดๆ หลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น มันเต็มไปด้วยความเงียบงันที่ผูกรัดหัวใจของคนทั้งสองเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ จางเหว่ยเดินนำหน้าอยู่ครึ่งก้าว คอยกวาดสายตาสำรวจเส้นทางและระแวกใกล้เคียงตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาเข้าใกล้ภรรยาของเขาอีก
ทันทีที่ผลักประตูกระท่อมไม้ซุงเข้ามา ความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ระทึกขวัญก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของความเป็น "บ้าน" ฟางเซียนวางข้าวของที่แอบหยิบออกมาจากมิติลับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ วันนี้เธอตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้ฝีมือการทำอาหารระดับเชฟหัตถ์เทวดาจากโลกยุคโบราณ ปรุงมื้อค่ำสุดพิเศษเพื่อตอบแทนสามีที่ปกป้องเธอ และเพื่อเติมเต็มพลังชีวิตให้พวกเขาทั้งคู่
"คุณนั่งพักก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเข้าครัวเอง" ฟางเซียนเอמהพลางถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าเนียนนุ่มที่ระเรื่อขึ้นด้วยความตื่นเต้น
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง "ให้ผมช่วยผ่าฟืนหรือก่อไฟดีกว่าไหม คุณเหนี่ยวมาทั้งวันแล้ว"
"ไม่ต้องค่ะ เรื่องแค่นี้สบายมาก รอดูฝีมือฉันก็พอ!" หญิงสาวส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้เขา เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวเสียจนจางเหว่ยต้องหลบสายตาหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ฟางเซียนหมุนตัวหายเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ทันที มือเรียวเปิดมิติลับหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอแอบตุนไว้ ออกมาเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นติดมันเนื้อแน่นคุณภาพดี เห็ดหอมแห้งดอกโต ขิงแก่สดๆ พริกแห้ง และเครื่องเทศจีนนานาชนิดที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุค 70 นี้
เสียงมีดกระทบเขียงดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ก๊อกๆๆ* ฟางเซียนหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำด้วยความคล่องแคล่ว เธอก่อไฟในเตาถ่านอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของน้ำตาลทรายเคี่ยวกับน้ำมันหมูเริ่มส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วห้องครัว จากนั้นตามด้วยการใส่หมูสามชั้นลงไปผัดจนหนังตึงรัดตัว สีน้ำตาลทองสวยงาม แล้วเติมเหล้าจีน ซีอิ๊วดำ และสมุนไพรลับจากมิติลับเพื่อดับคาวและเพิ่มความหอมละมุน
*ฉู่—!*
เสียงน้ำซุปเดือดพล่านราดลงบนกระทะเหล็ก รสชาติเข้มข้นเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศตุ๋น นี่คือเมนู "หมูตุ๋นตงพู" สูตรโบราณที่ปรับประยุกต์ใช้วัตถุดิบในยุคนี้ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังทำ "ผัดผักกวางตุ้งไฟแดง" กรอบอร่อยด้วยน้ำมันหมูเจียวหอมๆ และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ที่ช่วยบำรุงกำลังและปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล
กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารเหลาชั้นเลิศลอยฟุ้งทะลุผ่านผนังกระท่อมไม้ซุง กระจายตัวออกไปตามสายลมอ่อนยามค่ำคืน ลอยไปทั่วทั้งหมู่บ้านชายแดนที่ปกติจะมีเพียงกลิ่นควันไฟจากข้าวต้มจืดชืดและมันเทศต้ม
ที่บ้านพักของหัวหน้าหมู่บ้านและบ้านใกล้เคียง หลายคนถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิด ลุกขึ้นมาเปิดประตูมองหาต้นตอของกลิ่นหอมที่ชวนให้น้ำลายสอจนท้องร้องก้องกังวาน "กลิ่นอะไรน่ะ? หอมเหมือนภัตตาคารในเมืองใหญ่เลย! ใครทำอะไรกินกันวะเนี่ย!" เสียงชาวบ้านบ่นพึมพำด้วยความอิจฉาและสงสัย
ภายในกระท่อมของจางเหว่ย ชายหนุ่มร่างสูงนั่งมองภรรยาคนสวยที่กำลังง่วนอยู่กับการตักอาหารใส่ชามด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ไอร้อนจากหม้อข้าวโขยงขึ้นคลอเคลียใบหน้าหวาน ทำให้พวงแก้วของเธอดงระเรื่อน่ามอง ภาพความอบอุ่นนี้ทำให้หัวใจที่ด้านชาจากสนามรบของจางเหว่ยหลอมละลายลงทีละน้อย
ฟางเซียนยกชามอาหารสามอย่างวางลงบนโต๊ะไม้ อาหารแต่ละจานส่งควันฉุยและสีสันน่ารับประทานจนไม่น่าเชื่อว่าจะทำขึ้นได้ในครัวของบ้านยากจน เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงผสมข้าวกล้องจนเม็ดเรียงสวยส่งกลิ่นหอมกรุ่นยื่นให้เขา
"ลองชิมดูสิคะ ว่าถูกปากไหม" ฟางเซียนนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตเป็นประกายคาดหวังเล็กน้อย
จางเหว่ยหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นสีเข้มข้นเข้าปาก... ทันทีที่เคี้ยว รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมละมุนลิ้น ความนุ่มละลายในปากที่ผสานกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศและขิงก็ระเบิดขึ้นในความรู้สึก รสชาตินี้มัน... อร่อยยิ่งกว่าอาหารในโรงอาหารกองทัพหรือภัตตาคารในเมืองหลวงเสียอีก!
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองภรรยา ดวงตาคมกริบฉายแววทึ่งและลึกซึ้งจนฟางเซียนต้องใจกระตุก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอุ่น ทันใดนั้นเอง...
*ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!*
เสียงทุบประตูกระท่อมอย่างรุนแรงและดิบเถื่อนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของหญิงวัยกลางคนผู้คุ้นเคยที่แผดเสียงแหลมสูงจนน่ารำคาญ "จางเหว่ย! หลินฟางเซียน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ข้างใน ส่งอาหารพวกนั้นออกมาซะ ไม่เช่นนั้นฉันจะพาทุกคนมาพังบ้านแกข้อหาซ่องสุมของเถื่อน!"
ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจะตักซุป รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตากร้าวแกร่งดั่งพยัคฆ์สาว — แม่เลี้ยงใจร้ายแห่งตระกูลหลินตามมาถึงที่นี่แล้ว!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนอวี้ซินหมอยายุค 70 มาจนถึงตอนนี้ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 10
มื้ออาหารสานสัมพันธ์
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!