"คำพูดที่กลั่นกรองมาจากความอิจฉาริษยา ต่อให้พยายามแต่งเติมสีสันให้ดูน่าเชื่อถือสักเพียงใด ก็เป็นได้แค่เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนที่ไม่มีใครใส่ใจหรอกค่ะ หัวหน้าหมู่บ้านจ้าว"
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ ทว่ากังวานใสและเฉียบคมดุจใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถง ความกดดันจากคำพูดประโยคก่อนหน้ายังไม่ทันจางหาย ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดตาก็้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างจางเหว่ย สายตาคู่คมกวาดมองกลุ่มคนตระกูลจ้าวและบรรดาชาวบ้านที่มามุงดูความวุ่นวายด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินซิ่วอิงที่พยายามปั้นแต่งความน่าสงสารไว้เมื่อครู่ แข็งค้างจนกลายเป็นรอยยيكบิดเบี้ยว นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจที่แผนการใส่ร้ายป้ายสีว่าหลินฟางเซียนแอบลักลอบนำสมุนไพรป่าของส่วนรวมไปขายเพื่อประโยชน์ส่วนตน กำลังจะพังทลายลงในพริบตา
"หลินฟางเซียน! เจ้านี่มัน... มันไร้ความยำเกรงผู้ใหญ่ยิ่งนัก!" ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจ้าวกรีดเสียงแหลมสูงพยายามกู้หน้า พลางชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโห "เจ้าเป็นแค่สะใภ้ใหม่ กล้าดียังไงมาพูดจาจาบจ้วงหัวหน้าหมู่บ้านและกล่าวหาลูกสาวข้า! หลักฐานก็คาตาอยู่ว่าพวกเจ้าสองคนสามีภรรยาแอบซุกซ่อนเงินทองและข้าวของแปลกปลอมไว้ในบ้าน!"
"หลักฐาน?" หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววขบขันระคนสมเพช "ป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าคะ คำว่าหลักฐานในพจนานุกรมของท่าน คงหมายถึงการบุกรุกเข้ามาในเคหสถานของผู้อื่นยามวิกาล รื้อค้นข้าวของ และหยิบฉวยสิ่งของตามอำเภอใจสินะคะ แบบนี้ในกฎหมายบ้านเมืองเขาเรียกว่า 'โจรขึ้นบ้าน' ต่างหากเล่า หรือท่านอยากให้ฉันไปตามเจ้าหน้าที่คอมมูนมาช่วยตัดสินความยุติธรรมตรงนี้เลยดีไหมล่ะคะ?"
ทันทีที่คำว่า 'เจ้าหน้าที่คอมมูน' หลุดออกจากปาก ใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านจ้าวก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว เขารีบยกมือห้ามปรามภรรยาและหลินซิ่วอิงทันทีด้วยความร้อนรน เหตุการณ์ในหมู่บ้านช่วงนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากเรื่องอื้อฉาวจากการกลั่นแกล้งชาวบ้านแพร่ไปถึงหูเจ้าหน้าที่อำเภอ ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านของเขาคงไม่แคล้วปลิวหายไปในอากาศแน่
"พอได้แล้ว! เรื่องนี้... เรื่องนี้อาจจะเป็นความเข้าใจผิดกันก็ได้" หัวหน้าหมู่บ้านจ้าวฝืนยิ้มแห้งแล้ง เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ พยายามหาทางลงให้สวยงาม "พวกเราแค่... แค่เป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกบ้าน กลัวว่าจะมีการกระทำผิดกฎระเบียบของคอมมูนก็เท่านั้น..."
"ความเป็นอยู่ของพวกเราสามีภรรยา ดีเสียจนไม่ต้องรบกวนให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านต้องมาเหนื่อยใจแทนหรอกค่ะ" จางเหว่ยที่ยืนเงียบมานานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่มั่น
คงราวกับภูเขาหิน ร่างกายกำยำขยับเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งตัว สัญชาตญาณความเป็นสามีและอดีตทหารแผ่รังสีคุกคามออกมาโดยไม่รู้ตัว จนทำให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ภรรยาของผมหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต สมุนไพรพวกนั้นเป็นสิ่งที่เธอขุดหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานบนเขาหลังหมู่บ้าน และบางส่วน... ก็เป็นน้ำพักน้ำแรงจากการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้กับชาวบ้านที่ยินดีตอบแทน หากใครยังมีข้อสงสัยในความบริสุทธิ์ของพวกเรา เชิญไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เลยครับ ผมจางเหว่ยยินดีต้อนรับเสมอ"
บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าสบตากับจางเหว่ย แม้ว่าเขาจะปลดประจำการและมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อยเช่นอดีต แต่รัศมีของคนที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชคโชนยังคงน่าเกรงขามเกินกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาจะกล้าต่อกรด้วย
หลินซิ่วอิงเม้มปากแน่นจนเจ็บใจ นางไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน สายตาอาฆาตมาดร้ายเหลือบไปเห็นตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะมุมห้อง ซึ่งมีกลิ่นหอมจางๆลอยออกมาเตะจมูก กลิ่นหอมที่ชวนให้รู้สึกหิวโหยและแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน
"ถ้าพวกเจ้าบริสุทธิ์ใจจริง แล้วในตะกร้าวนั่นคืออะไร! ทำไมถึงมีกลิ่นหอมเย้ายวนขนาดนั้น หรือว่าแอบซ่อนอาหารชั้นดีที่กักตุนไว้กินคนเดียวโดยไม่ยอมแจ้งยอดผลิตให้คอมมูนทราบ!" หลินซิ่วอิงเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว พลางชี้นิ้วไปยังตะกร้าสมุนไพรและอาหารที่หลินฟางเซียนเตรียมไว้สำหรับทำมื้อค่ำ
ชาวบ้านที่เริ่มลังเล หันกลับมาสนใจตะกร้าใบนั้นอีกครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มกลับมาครอบงำ ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง การกักตุนอาหารถือเป็นความผิดร้ายแรง
หลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบา เดินนับก้าวเข้าไปใกล้ตะกร้าใบนั้นอย่างใจเย็น ก่อนจะเปิดผ้าขาวบางที่คลุมอยู่ออกช้าๆ
กลิ่นหอมละมุนของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานมันของเนื้อหมูตุ๋นซอสสูตรลับจากมิติลับ พวยพุ่งกระจายฟุ้งไปทั่วทั้งห้องโถงทันที กลิ่นอายความอร่อยที่ล้ำเลิศเกินกว่าอาหารของชาวบ้านทั่วไปจะเทียบเคียงได้ ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ท้องของใครหลายคนส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบาๆ อย่างน่าอาย
"นี่คืออาหารมื้อค่ำของสามีภรรยาเราค่ะ" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "หรือว่าการที่ฉันจะทำอาหารดีๆ ให้สามีทาน เพื่อบำรุงร่างกายหลังจากเขาทำงานหนักมาทั้งวัน ก็ยังเป็นความผิดที่ต้องรายงานให้คอมมูนทราบด้วยหรือคะ?"
ป้าสะใภ้ใหญ่และหลินซิ่วอิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองหมูตุ๋นสีเข้มข้นในชามกระเบื้องด้วยความอิจฉาริษยาจนตาแทบถลน อาหารหรูหราเช่นนี้ แม้แต่ในวันเทศกาลพวกนางยังไม่มีปัญญาได้ลิ้มลองเลยด้วยซ้ำ!
"หมดธุระของพวกคุณแล้วใช่ไหมคะ?" หลินฟางเซียนกวาดสายตามองหน้าทีละคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้าไม่มีอะไรจะสอบสวนอีก เชิญกลับบ้านใครบ้านมันเถอะค่ะ ฟ้ามืดค่ำแล้ว การมาบุกรุกบ้านคนอื่นยามวิกาลแบบนี้... ฉันถือว่าเป็นการเตือนครั้งแรกนะคะ"
หัวหน้าหมู่บ้านจ้าวหน้าซีดเผือด รีบดึงแขนภรรยาและลูกสาวให้ถอยกรูดออกไปจากบ้านของจางเหว่ยทันทีอย่างลนลาน ไม่อยากอยู่หาเรื่องใส่ตัวไปมากกว่านี้อีกแล้ว ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่ทยอยสลายตัวกันไปทีละคน
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบสงบอันอบอุ่นก็กลับคืนสู่บ้านไม้หลังน้อย หลินฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ยืนมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ห่วงใย และรักใคร่จนแทบจะล้นปรี่
"ภรรยา... เจ้าเก่งกาจยิ่งนัก" จางเหว่ยเอמהเสียงทุ้มต่ำ แววตาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนายื่นไปจับมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ข้าต่างหากที่เป็นสามี แต่กลับให้เจ้าต้องออกหน้าปกป้อง..."
"เราเป็นสามีภรรยากันนะคะ พี่จางเหว่ย" หลินฟางเซียนแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาคู่งามเป็นประกายระยับยามสะท้อนกับแสงตะเกียง "เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะจัดการไม่ได้ล่ะคะ ว่าแต่... ตอนนี้เรามาสนใจเรื่องสำคัญกว่านี้กันดีกว่าค่ะ"
นางหันกลับไปมองชามกระเบื้องที่ใส่หมูตุ๋นซอสสูตรพิเศษ ซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นข้าวสวยร้อนๆ ที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นชวนน้ำลายสอ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเตรียมตัวลิ้มรสความอร่อยของมื้อค่ำเพื่อฉลองชัยชนะจากการปราบคนพาล จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งมาด้วยความหวาดกลัว
"คุณ... คุณจางเหว่ย! คุณหมอหลิน! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้านแล้ว!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของอวี้ซินหมอยายุค 70 ด้วยดีเสมอมานะคะ
คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 12
เสียงนินทาที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!