"กลิ่นกาแฟคาปูชิโน่แก้วนี้ราคาแปดสิบเก้าบาท... แต่ดูท่าทางคุณคงไม่มีปัญญาจ่ายด้วยเงินเดือนของ 'เด็กฝึกงานแผนกเวชระเบียน' อย่างที่คุณกล่าวอ้างหรอกมั้งครับ, คุณนักข่าว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของร้านกาแฟเล็กๆ ใต้ตึกโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กวินทร์หย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและนาฬิกาแบรนด์หรูราคาแพงระยับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและดุดันราวกับกำลังมองเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด
ลัลนาสะดุ้งเล็กน้อย เธอชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตากลมโตฉายแววตกใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เชิดคางขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณหมอกวินทร์กำลังพูดเรื่องอะไรคะ? ฉันก็แค่พนักงานฝึกงานต๊อกต๋อย..."
"เลิกเล่นละครน้ำเน่าแล้วถอดหน้ากากออกเถอะครับ" กวินทร์ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อ "สำเนาบัตรประชาชนปลอมที่แนบมากับประวัติสมัครงาน, ทักษะการตั้งคำถามที่จี้จุดเรื่องงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์เมื่อสัปดาห์ก่อน, รวมถึงรอยสักรูปนกฮูกจิ๋วที่ข้อเท้าขวา... ต่อให้คุณจะใส่ชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าอ่อนพยายามกลมกลืนแค่ไหน แต่กลิ่นอายความเสือกแบบมืออาชีพของคุณมันฟุ้งกระจายจนผมฉุนจมูกตั้งแต่สามวันแรกแล้วครับ"
ให้ตายสิ! ยัยนักข่าวสาวกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างเจ็บใจ ความลับที่เธอวางแผนปลอมตัวเข้ามาสืบเบื้องหลังคดีทุจริตในโรงพยาบาลแห่งนี้มาเป็นเดือน กลับถูกศัลยแพทย์ปากร้ายคนนี้รื้อพังไม่เป็นท่าภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แถมยังจับไต๋ได้ตั้งแต่หัววันอีกต่างหาก
"คุณ... คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" ลัลนาเผลอหลุดเสียงแข็งใส่ด้วยความลืมตัว
"ตั้งแต่ที่คุณเดินสะดุดขาตัวเองหน้าเคาน์เตอร์แล้วทำแฟ้มประวัติคนไข้หล่นกระจาย... คนที่ทำงานออฟฟิศมาเป็นปีๆ ไม่มีทางมีสายตาระแวดระวังภัยรอบตัวแบบนักสืบเอกชนหรอกครับ" กวินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกของหญิงสาว "บอกผมมาดีกว่า ว่าคุณส่งใครหรือสำนักข่าวไหนส่งคุณมาสืบเรื่องห้องผ่าตัดหมายเลขสี่"
หัวใจของลัลนากระตุกวูบ เมื่อได้ยินคำว่า 'ห้องผ่าตัดหมายเลขสี่' ปมลับที่เธอกำลังตามหาและเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องยอมเสี่ยงเอาอนาคตมาทิ้งไว้ที่นี่
"ฉันไม่มีทางบอกคุณหรอกค่ะ" ลัลนาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ปฏิเสธเสียงแข็งแม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "ถ้าคุณอยากได้ข่าว หรืออยากจะฟ้องผู้บริหาร ก็เชิญตามสบายเลยค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ฉันก็มีหลักฐานในมือไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าคุณหมอคนเก่งไม่อยากให้ชื่อเสียงในวงการแพทย์ต้องพังพิลึก ก็ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่าไหมคะ"
จังหวะที่ทั้งคู่ต่างจ้องตากันเขม็ง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นแปลบปลาบอยู่กลางอากาศ ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง กวินทร์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย แต่ในแววตกลับมีความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." ศัลยแพทย์หนุ่มพึมพำเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลงจากเดิมเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด "แต่ก็น่าเสียดาย ที่ความฉลาดของคุณกำลังพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน 'เขตอันตราย' โดยไม่รู้ตัว"
"หมายความว่ายังไงคะ?" ลัลนาขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักข่าวเตือนภัยทันที
"หมายความว่า..." กวินทร์โน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง "ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ คนที่จะไม่ได้เดินออกจากโรงพยาบาลนี้... อาจจะไม่ใช่ผม แต่จะเป็นคุณเอง"
คำขู่ที่แฝงความห่วงใยเจือความดุดันนั้นทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก ลัลนาหันขวับกลับมาหมายจะต่อปากต่อคำ แต่ใบหน้าของทั้งคู่กลับอยู่ใกล้กันเกินไปจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจของอีกฝ่ายทำเอาสติของเธอกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขานั้นแทบไม่มีเหลือ
กวินทร์เองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว ไล่ต่ำลงไปยังริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น ความนิ่งขรึมและท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาลึกซึ้งที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงรอบข้างในร้านกาแฟพลันเงียบงันลงไปถนัดตา หัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวราวกับตีกลองศึกในจังหวะที่ประสานกันอย่างน่าประหลาด ลัลนาลืมหายใจไปชั่วขณะ มือเรียวเล็กที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นเพื่อดึงสติที่กำลังหลุดลอย
"คุณหมอ... ถอยออกไปหน่อยค่ะ" เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ
"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะครับ?" กวินทร์ตอบกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความดื้อดึงเอาแต่ใจแบบที่คนไข้ไม่มีวันได้เห็นจากหมอหนุ่มมือหนึ่งคนนี้
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนใจเต้นระทึกจนแทบขาดใจนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของกวินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบกริบอย่างไม่รู้กาลเทศะ
กวินทร์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจ เขายังคงไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวาน ลัลนาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกแกร่งออกห่างแล้วรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อซ่อนอาการใบหน้าร้อนผ่าวที่ควบคุมไม่ได้
ศัลยแพทย์หนุ่มจำใจต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชายหนุ่มกวาดตามองข้อความแจ้งเตือนด่วนที่ปรากฏขึ้น ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมจะหรี่ลงด้วยความเคร่งเครียด สีหน้าของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและจริงจังในทันที
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ลัลนาเอ่ยถามด้วยสัญชาตญาณนักข่าว เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความดุดันเช่นเคย หากแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอแปลความไม่ออก ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
"เมื่อกี้... มีคนพยายามบุกรุกเข้าไปในห้องเก็บแฟ้มประวัติลับชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล และเป้าหมายของมัน..." กวินทร์เว้นจังหวะ ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท "...คือแฟ้มคนไข้เคสเดียวกับที่คุณกำลังตามหาอยู่พอดีครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 2
ห้องตรวจที่ไม่สงบ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!