เสียงกราวของหยาดฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างห้องทำงานห้องใหญ่บนชั้นสิบสองของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ดังกลบทุกสรรพเสียงภายนอก ราวกับโลกใบนี้ถูกตัดขาดจากความเป็นจริงเหลือเพียงพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีคนสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่
ไฟนีออนกะพริบไหวสองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงอย่างถาวร ความมืดมิดเข้ามากลืนกินบรรยากาศทันที มีเพียงแสงเรืองรองสีส้มอ่อนจากหลอดไฟฉุกเฉินที่มุมห้องสาดส่องให้เห็นเงาสลัวของร่างสองร่าง
"บอกแล้วว่าพายุเข้า คุณยังดื้อดึงจะรื้อแฟ้มประวัติเคสเก่าให้ได้ เป็นไงล่ะ... ติดแหง็กอยู่ข้างในนี้จนออกไปไหนไม่ได้สมใจคุณแล้วสิคุณนักข่าว"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยعหยันเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นพ.กวินทร์ ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แสงสลัวตกกระทบสันจมูกโด่งคมและกรอบหน้าด้านข้างที่ดูเคร่งขรึมเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามซ่อนประกายบางอย่างที่วับวามอยู่ในความมืด
ลัลนาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางวางแฟ้มเอกสารคดีเก่าลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายบ้าง ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว
"ฉันจะรู้ล่วงหน้าไหมล่ะคะว่าฟ้าฝนมันจะบ้าคลั่งขนาดนี้ อีกอย่าง... ถ้าคุณหมอกวินทร์ไม่ใจดี (แกมบังคับ) ลากฉันมาเคลียร์เอกสารลับชุดนี้ตั้งแต่หัวค่ำ ป่านนี้ฉันคงนั่งจิบไวน์สบายใจเฉิบอยู่ที่คอนโดแล้วค่ะ ไม่มานั่งติดแหง็กอยู่กับคนปากร้ายใจดำในห้องนี้หรอก"
"ปากเก่ง" กวินทร์พ่นลมหายใจทางจมูก ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขึ้นอีกนิดจนลัลนาต้องเป็นฝ่ายถอยหลังโดยอัตโนมัติ "คนที่ปากเก่งและดื้อรั้นจนพาตัวเองมาติดอยู่ในดงเสืออย่างผม สมควรได้รับรางวัลอะไรดีล่ะครับ ลัลนา"
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวของหมอหนุ่ม ลอยปะทะนาสิกของหญิงสาวจนหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ลัลนาเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือหลังโต๊ะ ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่
"ถอยไปเลยนะคุณหมอ อย่ามาใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ขู่ฉัน ข้อมูลที่ฉันต้องการ ฉันยังได้ไม่ครบ..."
"ข้อมูลเหรอ?" กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แว่นสายตาของเขา สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินวาววับ "ในสถานการณ์ที่ไฟฟ้าดับ ลิฟต์ใช้งานไม่ได้ และข้างนอกนั่นน้ำกำลังท่วมถนน คุณยังห่วงเรื่องข้อมูลในแฟ้มบ้าๆ นั่นอีกงั้นเหรอ คุณนี่มัน... เลือดนักข่าวพลุ่งพล่านจนสมองส่วนอื่นฝ่อไปหมดแล้วหรือไง"
"คุณหมอ!" ลัลนาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธกรุ่น มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง "อย่ามาดูถูกวิชาชีพของฉันนะ ถ้าฉันไม่ได้เรื่องนี้ไปตีแผ่ คนอีกกลุ่มหนึ่งจะต้องตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรมที่คุณกับโรงพยาบาลพยายามปกปิดไว้นะสิ!"
คำพูดนั้นทำให้แววตาของกวินทร์เปลี่ยนไปชั่วขณะ ความเย้าแหย่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความนิ่งงึดและลึกล้ำ เขาไม่ได้ถอยหนี กลับเอื้อมมืออีกข้างหนึ่งขึ้นไปทาบลงบนชั้นหนังสือเหนือศีรษะของเธอ เป็นการกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ
"คุณคิดว่าผมกำลังปกปิดความชั่วร้ายงั้นเหรอ..." เสียงของเขาอ่อนลง ย่อระดับลงมาจนกลายเป็นเสียงกระซิบพร่าเลือนที่ข้างใบหู "ลัลนา... บางครั้ง สิ่งที่คุณเห็นด้วยตา หรือสิ่งที่หลักฐานชิ้นเล็กๆ ชิ้นน้อยพยายามบอกคุณ มันอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด... และคนที่คุณกำลังสู้รบปรบมืออยู่ด้วยตอนนี้ เขาอาจจะกำลังปกป้องคุณจากบางสิ่งที่อันตรายกว่าที่คุณคิดอยู่ก็ได้"
ความใกล้ชิดที่มากเกินไปและน้ำเสียงที่จริงจังจนผิดวิสัย ทำให้ลัลนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รดรินอยู่บริเวณซอกคอทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนขึ้นมาในอก ความโกรธเคืองเมื่อครู่นี้ถูกแทนที่ด้วยความสั่นไหวที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
"คุณ... พูดเรื่องอะไร..." เธอกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ พยายามบังคับน้ำเสียงให้อยู่ในความควบคุม แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงนั้นกลับทรยศเธออย่างสิ้นเชิง
กวินทร์ก้มมองริมฝีปากที่สั่นระริกนั้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ท่าทีเยชามานานแรมเดือน นิ้วเรียวยาวของศัลยแพทย์ผู้ผ่านการผ่าตัดหัวใจมานับร้อยเคส ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดคาดนั้นทำให้ลัลนาถึงกับนิ่งงัน ราวกับถูกสะกดจิต
"ผมบอกแล้วไง... ว่าอย่าดื้อกับผมนัก" เสียงกระซิบนั้นแหบพร่าและใกล้ชิดจนแทบจะแนบชิดติดริมฝีปาก "เพราะถ้าผมทนไม่ไหวขึ้นมา... คุณจะไม่ใช่แค่ไม่ได้ข้อมูลกลับไป แต่อาจจะไม่ได้เดินออกไปจากห้องนี้เลย..."
หัวใจของลัลนากระหน่ำเต้นราวกับจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของเขา สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกเป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็นนักข่าวสายสืบสวน
ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึง and หวานล้ำจนแทบจะหลอมละลาย ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซาดสาดด้านนอก
*กริ๊ก... แอดดดด—*
เสียงลูกบิดประตูห้องทำงานที่ถูกบิดจากภายนอกดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงบ ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นแสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
"อ้าว... คุณหมอกวินทร์กับคุณลัลนายังอยู่กันในนี้หรอกเหรอครับ นึกว่ากลับกันไปหมดแล้วซะอีก พอดีผมมีเรื่องด่วนจะเรียนปรึกษาเกี่ยวกับ 'คนไข้เคสพิเศษ' คนนั้นเสียหน่อย..."
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
- ราชันย์หอกทมิฬ -
ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 13
คืนที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!