ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 7

เครื่องดื่มแก้วนั้น

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะโยนคุณออกจากงานการกุศลนี้ฐานก่อกวนความสงบ" เสียงกระซิบต่ำทุบตรงข้างหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่คว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอได้อย่างแม่นยำรากับจับวาง ลัลนาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความตื่นตระหนก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยแตะจมูก ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ในห้องบอล룸หรูหราของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ สายตาหลายร้อยคู่กำลังจับจ้องมาที่แขกเหรื่อระดับไฮโซ แต่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยว่า นักข่าวสาวสายสืบสวนที่ปลอมตัวมาในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงกำลังเกือบคว่ำคะเมนตีลังกา หากไม่ได้คุณหมอศัลยแพทย์ผู้เย็นชาช่วยดึงเข้าหาตัวไว้ทัน "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคุณหมอ" ลัลนาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตตวัดมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบ "ขอบคุณที่ช่วย... แต่ช่วยปล่อยมือออกจากเอวฉันได้แล้ว มือนิ่งๆ ไม่เป็นหรือไง" นพ.กวินทร์แค่น Hmph ในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองสำรวจชุดราตรีผ่าข้างสูงเสียดฟ้าของเธอด้วยความไม่สบอารมณ์ "ถ้าผมไม่จับไว้ คุณคงลงไปนอนวัดพื้นกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งหมวดอาชญากรรม ไม่ใช่สังคมไฮโซ... ยืนให้มันดีๆ ลัลนา คุณไม่ได้กำลังวิ่งไล่จับโจรวิ่งราว แค่เดินในงานเลี้ยงมันยากนักหรือไง" "ก็รองเท้าส้นเข็มบ้านี่มันฆาตกรเงียบชัดๆ ต่างหากเล่า!" เธอเถียงเสียงเบาแต่เฉียบขาด ดวงตาพราวระยับท้าทายคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ว่าแต่... คุณหมอกลัวคนอื่นเห็นเราใกล้ชิดกันเกินไปหรือไง ถึงได้รีบดันตัวให้ออกห่างขนาดนั้น กลัวภาพลักษณ์แพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมจะด่างพร้อยรึไงครับ" กวินทร์ชะงักไปนิด นิ้วเรียวยาวที่กำลังจะปล่อยจากเอวบางเผลอออกแรงกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น... แค่ไม่อยากเปลืองตัวกับพวกชอบหาเรื่องใส่ตัวต่างหาก" ยังไม่ทันที่ลัลนาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ เสียงฮือฮาและเสียงกรีดร้องแหลมสูงจากมุมหนึ่งของห้องบอลลูมก็ดังแทรกขึ้น ขัดจังหวะการปะทะคารมของทั้งคู่ทันที! ไฟในห้องโถงใหญ่กะพริบไหวสามครั้งก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัล ท่ามกลางความตื่นตระหนกของแขกผู้มีเกียรติ เสียงแก้วไวน์แตกกระจายดังเพล้ง ตามมาด้วยร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลที่ทรุดฮวบล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดสภาพ ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงครางฮึ่มในลำคอ และอาการเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงทำให้คนที่ยืนล้อมรอบถอยกรูดด้วยความตกใจ "ช่วยด้วย! มีคนเป็นลมชัก! ใครก็ได้ตามหมอที!" เสียงตะโกนหวีดร้องดังลั่น ลัลนามองสถานการณ์ตรงหน้า ประสาทสัมผัสความเป็นนักข่าวสืบสวนสั่งการทันที เธอขยับตัวจะพุ่งเข้าไปดูเหตุการณ์ แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน "อย่าเพิ่งสุ่ม 4 สุ่ม 5" น้ำเสียงของกวินทร์เปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงอำนาจทันที ความไร้สาระเมื่อคร่าวมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงออร่าของศัลยแพทย์มือฉกาจผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน "ถอยไปห่างๆ คนมุงจะยิ่งทำให้อากาศขาดแคลน" ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้าไปกลางวงล้อมอย่างไม่ลังเล ลัลนาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะก้าวตามติดไปอย่างรวดเร็ว ในฐานะนักข่าวเธอย่อมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ลมชักธรรมดา อาการเขียวคล้ำที่ริมฝีปากและหลอดเลือดที่ลำคอโป่งพองบ่งบอกถึงภาวะวิกฤตบางอย่าง "ถอยครับ! ผมเป็นแพทย์ศัลยกรรมทรวงอก!" กวินทร์ประกาศเสียงดังฟังชัดพร้อมแสดงบัตรประจำตัวแพทย์ให้การ์ดของงานดูอย่างรวดเร็ว เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างกายชายสูงวัยทันที นิ้วเรียวสัมผัสที่หลอดเลือดแดงที่คอเพื่อเช็กชีพจร "ชีพจรเต้นเร็วและอ่อนมาก... หายใจไม่ออก กล่องเสียงหดเกร็ง" "เขาเป็นอะไรคะคุณหมอ?" ภรรยาของผู้ป่วยยืนร้องไห้โฮ เกาะแขนเพื่อนสนิทตัวสั่นเทา "เมื่อกี้... เขาเพิ่งดื่มเครื่องดื่มจากบาร์ตรงนั้นไปแก้วเดียวเอง!" กวินทร์หรี่ตาลง ประเมินอาการอย่างรวดเร็ว "ภาวะ Anaphylactic shock... อาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลัน หลอดลมตีบตันจากการรับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย!" "แต่คุณผู้ชายไม่มีประวัติแพ้อาหารอะไรเลยนะคะ!" หญิงสาวละล่ำละลักปฏิเสธ "ไม่ใช่แค่อาหาร... บางทีมันอาจจะเป็นสารเคมี หรือยาบางชนิดที่ถูกผสมลงไปในเครื่องดื่ม" ลัลนาที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ โพรงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบคม สายตากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม "มองหาคนที่ถือแก้วเครื่องดื่มเมื่อกี้สิคะคุณหมอ แก้วนั้นต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ" "ผมต้องเปิดทางเดินหายใจด่วนที่สุด ไม่งั้นเขาไม่รอดแน่" กวินทร์หันมาสั่งการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ลัลนา คุณช่วยเคลียร์พื้นที่ตรงนี้ อย่าให้ใครเข้ามามุง และไปเอาชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินหรือเครื่อง AED จากเจ้าหน้าที่โรงแรมมาให้เร็วที่สุด!" "ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณสั่งด้วยล่ะคะ?" ลัลนาย้อนถาม เสียงใสทว่าหนักแน่น ดวงตาสบตากับเขาตรงๆ แม้สถานการณ์จะคับขัน "เพราะถ้าคุณยังยืนเถียงผมอยู่ ผู้ชายคนนี้จะตายในอีกสามนาทีข้างหน้า!" กวินทร์เสียงเข้ม สายตาดุดันส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน "ไป!" ลัลนาไม่รอช้า เธอพยักหน้ารับครั้งหนึ่งก่อนจะพลิกตัวหันไปจัดการกับฝูงชนที่กำลังแตกตื่นทันที น้ำเสียงเด็ดขาดและท่าทางที่มั่นใจทำให้แขกเหรื่อถอยร่นออกไปโดยอัตโนมัติ ขณะที่กวินทร์เริ่มลงมือทำ CPR อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วยไว้ ผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วโมง ลัลนากลับมาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์ฉุกเฉินในมือ เธอยื่นมันให้กวินทร์ที่กำลังผายปอดและนวดหัวใจสลับกันด้วยความรวดเร็ว เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย "ดีมาก" กวินทร์เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะคว้าหลอดฉีดยาอะดรีนาลีนขึ้นมาเตรียมพร้อม "จับแขนเขาไว้ให้แน่น อย่าให้ดิ้น" ลัลนาทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างๆ ใช้สองมือจับแขนของผู้ป่วยไว้มั่น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันท่ามกลางความกดดันสูงสุด ความร้อนจากไอร้อนของร่างกายอีกฝ่ายส่งผ่านทะลุเนื้อผ้า ทำให้หัวใจของนักข่าวสาวเต้นรำไม่เป็นจังหวะอย่างน่าประหลาด "ฉีดยาแล้ว... เตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจ!" กวินทร์ออกคำสั่งเสียงเข้ม *ปัง!* เสียงกระแสไฟฟ้ากระตุกผ่านร่างผู้ป่วยครั้งแรก ร่างนั้นสะดุ้งเฮือกก่อนจะสงบลง กวินทร์ก้มลงฟังเสียงหายใจและเช็กชีพจรอีกครั้งด้วยความลุ้นระทึก ท่ามกลางความเงียบงันของแขกทุกคนในห้องที่หยุดหายใจตามไปด้วย "ชีพจรกลับมาแล้ว... รอดแล้ว" กวินทร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองหน้าลัลนาที่นั่งอยู่ข้างๆ ลัลนาคลี่ยิ้มออกมาบางเบaด้วยความโล่งใจไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ "เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าสัญชาตญาณฉันไม่เคยพลาด" กวินทร์มองหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำชั่วขณะ เขายื่นมือออกไปตั้งใจจะปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรกแก้มเนียนของเธอออกให้ แต่แล้ว... "ว้าว... สามีฉันเก่งจริงๆ เลยนะคะเนี่ย ช่วยชีวิตคนได้อีกแล้ว" เสียงหวานหยดย้อยที่ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้มือของกวินทร์ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างสูงรีบดึงมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ขณะที่ลัลนาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาวาววับ หญิงสาวในชุดเดรสหรูหราดีไซน์โฉบเฉี่ยวเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ รอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าสะสวยไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ามองขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม... ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองมาที่ลัลนาด้วยประกายตาร้ายกาจ "อ้าว... คุณหมอกวินทร์คะ ยืนใกล้ชิดกับนักข่าวสาวฝีปากกล้าคนนี้เสียจนเกือบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่าคะเนี่ย?" ลัลนาหรี่ตามองผู้หญิงคนนั้นทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วจากข้อมูลในแฟ้มสืบสวนที่เธอถืออยู่... *ดร.มินตรา* นักวิจัยชื่อดังและภรรยาตามกฎหมายของเหยื่อที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเมื่อครู่นี้เอง แต่สิ่งที่ทำให้ลัลนาหัวใจกระตุกวูบไม่ใช่สายตาหึงหวงจอมปลอมนั่น... หากแต่เป็นคราบของเหลวสีใสที่เปื้อนอยู่ตรงมุมปากของขวดเครื่องดื่มแก้วหรูในมือของดร.มินตรา ซึ่งถูกซ่อนไว้ด้านหลังลำตัวอย่างแนบเนียน กวินทร์สังเกตเห็นประกายตาของลัลนา เขาขยับตัวยืนขึ้นบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบมองอดีตคนรักเก่าด้วยความเย็นชา "มินตรา คุณมาทำอะไรที่นี่?" มินตราแย้มยิ้มหวานหยด เดินเข้าไปคล้องแขนสามีตัวเองที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาบนเปลพยาบาลด้วยท่าทีสนิทสนม ก่อนจะหันมาสบตากับลัลนาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงในพริบตา "ก็แค่มารับศพ... เอ๊ย มารับสามีกลับบ้านค่ะ พอดีฉันเป็นห่วงกลัวเขาจะ 'ดื่ม' อะไรที่ไม่อยากดื่มเข้าไประหว่างงานน่ะค่ะ" ลัลนาสบตากับกวินทร์ทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย ทั้งคู่ตระหนักพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้น... ว่าแก้วเครื่องดื่มพิษแก้วนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับเหยื่อผู้เป็นสามีตั้งแต่แรก *แต่มันมีไว้สำหรับคุณหมอกวินทร์ต่างหาก!* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดพล่านของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%