"ถ้าคุณก้าวพ้นประตูบานนั้นไป ผมจะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับพวกสุนัขล่าเนื้อที่ผมเกลียดที่สุดในชีวิต"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของนายแพทย์กวินทร์ไม่ได้เจือความล้อเล่นแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากศัลยแพทย์หนุ่มมือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพล ที่ในยามปกติมักจะรักษารอยยิ้มเย็นชาและมาดสุขุมไว้ได้ราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทว่ายามนี้ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความหงุดหงิดปนความกรุ่นโกรธที่ยากจะควบคุม
ลัลนาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวตามแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าสู่งานกาล่าการกุศลสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี หญิงสาวในชุดเดรสราตรียาวสีนิลเข้ารูปอวดสัดส่วนชวนมอง กวาดสายตามองการ์ดเชิญในมือสลับกับใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงราวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ ปากอิ่มสวยเหยียดยิ้มหยันเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดหรือคำขู่ใดๆ ในโลก
"สุนัขล่าเนื้อเหรอคะ... เอ้ย... ครับ!" ลัลนาเกือบหลุดสำนวนคุ้นชิน แต่แก้เกมปรับคำสรรพนามทันควันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกขึ้นอย่างจับผิด "พูดจาให้เกียรติหูฉลามและแชมเปญราคาแพงในงานนี้หน่อยสิคะคุณหมอ ฉันไม่ใช่สุนัขสักหน่อย แค่แมวป่าที่บังเอิญสนใจ... เอ้ย... สนใจเบาะแสทางการแพทย์ที่มันดันไปพัวพันกับคดีที่คุณกำลังปิดบังอยู่ต่างหาก"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนบรรยากาศรอบกายราวกับลดลงไปอีกหลายองศา ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษขยับเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ชนิดที่ลัลนาต้องเผลอกลั้นหายใจเมื่อแผงอกกว้างทาบทับลงมาใกล้จนได้กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับความเย็นเยียบของอากาศยามค่ำคืน
"อยากรู้นักนะเรื่องของชาวบ้านเนี่ย" ปลายนิ้วเรียวยาวของศัลยแพทย์หนุ่มเอื้อมไปปัดปอยผมที่คลอเคลียกรอบหน้าเนียนออกให้อย่างถือวิสาสะ ทว่าสัมผัสนั้นเบามือและแฝงความทะนุถนอมประหลาดขัดกับวาจาร้ายกาจ "ว่างมากหรือไง ถึงได้ลงทุนปลอมตัวเป็นไฮโซตกอับเพื่อแอบลักลอบเข้างานเลี้ยงระดับประเทศแบบนี้... รู้ไหมว่าถ้า รปภ. จับได้ คุณจะไม่ได้แค่ถูกเชิญออก แต่ผมอาจจะฟ้องข้อหาบุกรุกจนคุณไม่ได้ผุดได้เกิดในวงการนักข่าวเลยทีเดียว"
"เชิญฟ้องเลยค่ะ!" ลัลนาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตแพรวพราวด้วยความท้าทาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าฉันโดนหิ้วปีกออกไปจริงๆ เรื่องที่คุณแอบไปพบกับนักการเมืองพรรคใหญ่มืดๆ เมื่อคืนก่อน คงได้ไปขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับก่อนรุ่งสางแน่... คุณหมอกวินทร์ผู้แสนจะรักความสะอาดเอ๊ย... รักความยุติธรรม"
กวินทร์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ระหว่างอยากจะบีบต้นแขนเรียวให้ช้ำคามือด้วยความหมั่นไส้ กับอยากจะดึงร่างบางเข้ามารวบกอดไว้แน่นๆ เพื่อไม่ให้เธอไปยื่นหน้าสวยๆ และรอยยิ้มอวดดีนี่ให้ผู้ชายคนอื่นในงานได้ยลโฉม
ผู้หญิงอะไร... ดื้อด้าน หัวรั้น และอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเขาที่สุด
"ดื้อ" กวินทร์พ่นคำนี้ออกมาสั้นๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความกวนประสาทของเธออย่างเสียไม่ได้ "อยากเข้านักใช่ไหม งานนี้น่ะ"
"ก็ไม่ได้อยากเจอหน้าคุณหรอกนะ ถ้าเลือกได้..."
"เงียบปากแล้วคล้องแขนผมไว้ซะ" กวินทร์ยื่นข้อศอกแกร่งให้โดยไม่รอฟังคำปฏิเสธ น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความบังคับกลายๆ "ถ้าไม่อยากโดนการ์ดลากตัวออกไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้กินคาร์เวียร์ ทำตัวให้สมกับเป็นคู่ควงของผมซะดีๆ ลัลนา"
หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือเรียวบางสอดเข้าไปคล้องแขนแกร่งของนายแพทย์หนุ่มอย่างรู้กัน ทว่าในใจกลับเต้นรัวแปลกๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพง
"รับทราบค่ะ... ท่านศาสตราจารย์"
เมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่เข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงสุดหรู แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระդระย้าสาดส่องกระทบกับเครื่องเพชรและชุดราตรีราคาแพงระยับของผู้คนในงาน เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ท่ามกลางเสียงพูดคุยเจรจาธุรกิจของเหล่าเซเลบและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล
การปรากฏตัวของนพ.กวินทร์ เรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว ด้วยบุคลิกที่โดดเด่น เย็นชา และยากจะเข้าถึง ทำให้เขาเป็นเป้าหมายที่บรรดาสุภาพสตรีในงานต่างหมายปอง ทว่าวันนี้สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขมวดคิ้วสงสัยยิ่งกว่า คือหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีนิลที่คล้องแขนเขาเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
"มองกันใหญ่แล้วค่ะคุณหมอ สงสัยฉันจะสวยเกินหน้าเกินตาแขกในงานจนพวกเขาอิจฉา" ลัลนากระซิบกระซาบชิดริมหูแกร่ง ขณะที่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มพิมพ์ใจตามมารยาทสังคม
"หลงตัวเองเป็นกิจวัตรสินะคุณ" กวินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปรายตามองหญิงสาวด้วยหางตา "ระวังตัวไว้เถอะ คนในงานนี้ไม่ได้ใสซื่อเหมือนที่คุณคิด... โดยเฉพาะไอ้คนที่กำลังเดินมาทางเรานี่แหละ"
ลัลนาหันไปมองตามสายตาของเขา ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมสูทสากลเนี๊ยบกริบ ใบหน้าประดับรอยยิ้มจอมปลอม แต่นัยน์ตากลับเย็นชาและคมกริบราวกับงูพิษที่กำลังจ้องเหยื่อ รัฐมนตรีธนาธร ผู้ทรงอิทธิพลกระทรวงสาธารณสุข และเป็นเป้าหมายหลักในแฟ้มคดีลับที่เธอกำลังตามล่าอยู่!
"อ้าว... คุณกวินทร์ หมอหนุ่มอนาคตไกลของเรานี่เอง" เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่สายตากลับกวาดมองสำรวจลัลนาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ "แล้วนี่... พาใครมาด้วยล่ะครับเนี่ย สวยหยาดเยิ้มจนผมเกือบจำไม่ได้ว่าเป็นคนคุ้นเคยกันหรือเปล่า"
กวินทร์ขยับตัวบังร่างบางของลัลนาไว้เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากตัวศัลยแพทย์หนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบ "ท่านรัฐมนตรีจำคนผิดแล้วครับ นี่คือคู่หมั้นของผม... ลัลนา"
ลัลนาสะดุ้งเล็กน้อยกับคำว่า 'คู่หมั้น' ที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของกวินทร์ที่ยังคงนิ่งสนิท ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันบ่งบอกว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้เต็มใจพูดนัก แต่ทำไปเพื่อปกป้องสถานการณ์เฉพาะหน้า
รัฐมนตรีธนาธรหัวเราะในลำคอ แววตาไหววูบด้วยความสงสัยชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มรับ "อ๋อ... คู่หมั้นนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณลัลนา หน้าตาคุ้นๆ นะครับ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน..."
"คงจะหน้าโหลมั้งคะท่านรัฐมนตรี" ลัลนายิ้มรับอย่างไม่เกรงกลัว สวนกลับด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ "พอดีฉันหน้าตาเหมือนคนที่จะมาเปิดโปงความลับอะไรบางอย่างแถวนี้บ่อยๆ น่ะค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงถนัดตา กวินทร์เหลือบมองหญิงสาวข้างกายด้วยความระอาปนเอ็นดูที่เธอดันไปหาเรื่องเสือเฒ่ากลางงานแบบไม่กลัวตาย ขณะที่รัฐมนตรีธนาธรหุบยิ้มฉับ นัยน์ตาดำมืดลงทันที
"คุณเป็นใครกันแน่..." รัฐมนตรีเอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด
ทว่าก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรต่อ จู่ๆ ไฟในห้องโถงใหญ่ก็ดับพรึบลงพร้อมเพรียงกัน ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณชั่วพริบตา เสียงดนตรีหยุดชะงัก ตามมาด้วยเสียงฮือฮาตื่นตระหนกของผู้คนในงาน
กวินทร์คว้าข้อมือเรียวของลัลนาเข้าหาตัวทันทีด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ร่างสูงดึงเธอเข้ามาชิดอกแกร่งจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ใบหู
"อย่าขยับไปไหน..." เสียงกระซิบพร่าทุ้มต่ำดังขึ้นชิดริมฝีปากของเธอในความมืด "มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล"
สิ้นเสียงของกวินทร์ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สาดส่องวาบขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว และก่อนที่ลัลนาจะทันได้ถามอะไร มือหนาของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาฉุดกระชากข้อมืออีกข้างของเธออย่างแรง พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากด้านหลัง
"เจอตัวสักทีนะ... แม่นักข่าวสาวตัวแสบ"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับตอนนี้นะครับ
**ราชันย์หอกทมิฬ**
ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 6
เกมไล่ล่าที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!