ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 24

คำพูดที่ไม่ยอมรับ

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
ปลายกระบอกปืนสีดำด้านสะท้อนกับแสงไฟนีออนสลัวของโกดังร้าง กลิ่นอับชื้นและคราบสนิมคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ คือเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของนายแพทย์กวินทร์ "ลดปืนลงซะ" น้ำเสียงของศัลยแพทย์หนุ่มไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าความเย็นเฉียบของโลหะมรณะจะกำลังจ่ออยู่ตรงข้ามขมับของเขา ภายในดวงตาคมกริบไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อความตาย ตรงกันข้าม มันกลับพุ่งเป้าไปที่ร่างบางของคนที่ถูกเหวี่ยงให้มาคุกเข่าอยู่ข้างๆ... ลัลนา นักข่าวสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง รอยฟกช้ำที่มุมปากและฝุ่นดินบนแก้มไม่ได้ลดทอนความดื้อรั้นในแววตาคู่สวยนั้นลงเลย ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังมองเขาด้วยความระคนตกใจและ... โกรธขึง "โอ้โห ใจกล้าสมเป็นหมอผ่าตัดหัวใจจริงๆ นะครับ" ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ แววตาเหี้ยมเกรียมกวาดมองคนทั้งคู่สลับไปมา "แต่ความกล้ามันกินไม่ได้หรอกนะคุณหมอ... และดูเหมือนว่าความลับที่พวกคุณพยายามขุดคุ้ย มันจะราคาแพงเกินกว่าที่ชีวิตหมอบ้านๆ อย่างคุณจะจ่ายไหว" "ถ้าแกยิงเขา แกไม่ได้ออกไปจากที่นี่แน่" ลัลนากัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ เธอพยายามขยับตัวแต่เชือกที่มัดข้อมือด้านหลังไว้ทำให้เสียหลัก เกือบจะล้มคว่ำ หากแต่มีมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมเข้ามารั้งข้อศอกเธอไว้เสียก่อน กวินทร์ขยับตัวบังร่างของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายก็ตาม "เงียบปากน่า... ยัยตัวแสบ" กวินทร์เอ็ดเสียงต่ำ สีหน้าดุจัดจนคนฟังอยากจะซัดเขาสักเปรี้ยง หากสถานการณ์มันไม่คับขันเสียก่อน "นี่ฉันกำลังช่วยคุณอยู่นะตาหมอทึ่ม!" ลัลนาตวัดสายตาค้อนใส่ทันที แม้สถานการณ์จะเฉียดตายแต่เคมีการปะทะคารมก็ยังทำงานได้อย่างแม่นยำราวกับเปิดสวิตช์ "ช่วยโดยการเอาหัวไปให้เขายิงเล่นเนี่ยนะ? ฉันไม่ยักรู้ว่าสำนักข่าวของคุณสอนให้หาข่าวด้วยวิธีเอาชีวิตเข้าแลกอย่างไร้สมองแบบนี้" ปากหนายังคงพ่นคำพูดจาขวานผ่าซากใส่เธอได้แม้ในวินาทีเป็นตาย ทว่ามือหนาที่กำรอบข้อศอกเธอกลับบีบแน่นขึ้น ส่งผ่านความกังวลและไออุ่นที่เจ้าตัวไม่มีวันเอ่ยปากยอมรับออกมาตรงๆ "พอได้แล้ว! เลิกสวีทแล้วสั่งเสียกันได้แล้วครับพวกคุณ!" เสียงคำรามของมือปืนดังขึ้นพร้อมกับนิ้วชี้ที่เริ่มออกแรงกดไกปืน ปลายกระบอกปืนขยับเข้าไปใกล้ขมับของกวินทร์อีกนิด ความกดดันพุ่งทะยานถึงขีดสุด อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กวินทร์ตัดสินใจ *พรึบ!* ร่างสูงกระโจนเข้าใส่ชายชุดดำอย่างไม่กลัวตาย มือแกร่งปัดปลายกระบอกปืนให้เบี่ยงออกไปด้านข้าง เสียงคำรามลั่นด้วยความตกใจของมือปืนดังประสานกับเสียงลั่นไกที่พลาดเป้ากระสุนเจาะทะลุกระเบื้องหลังคาแตกกระจาย "กวินทร์!" ลัลนากรีดร้องสุดเสียง หัวใจของเธอร่วงไปตาตุ่มเมื่อเห็นร่างของศัลยแพทย์หนุ่มยื้อยุดฉุดกระชากอยู่กับคนร้ายที่มีอาวุธ การต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้นในมุมมืดของโกดัง กวินทร์แม้จะเป็นหมอที่ใช้มือรักษาคน แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการปกป้องคนที่อยู่ข้างหลังทำให้เขากลายร่างเป็นเสือร้าย เขาศอกเข้าที่ลิ้นปี่ของมือปืนก่อนจะแย่งอาวุธมาได้สำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยรอยแผลแตกที่โหนกแก้มและเลือดที่ไหลซึมออกจากมุมปาก "แฮก... แฮก..." กวินทร์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างสูงยืนค้ำคอมือปืนที่นอนจุกอยู่กับพื้น ก่อนจะเตะซ้ำจนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปในที่สุด ความเงียบงันกลับมาเยือนโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจและหยดเลือดที่หยดลงกระทบพื้นคอนกรีต กวินทร์โยนปืนทิ้งไปไกลตัว ก่อนจะรีบหันขวับกลับมาทรุดตัวลงข้างล่าง ดึงร่างบางเข้ามาสำรวจความเรียบร้อยด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด "เจ็บตรงไหนไหม? หลุดออกมารabได้ยังไง ทำไมถึงสะเพร่าปล่อยให้พวกมันจับตัวมาได้ห๊ะ!" น้ำเสียงที่พ่นออกมาเต็มไปด้วยการต่อว่าต่อขาน แต่นัยน์ตาสีเข้มกลับฉายแววหวาดวิตกอย่างชัดเจน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปปัดเศษฝุ่นออกจากแก้มเนียนของเธอ ลัลนากะพริบตาปริบๆ เธอมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มีรอยเลือดประปราย แววตาที่มักจะซ่อนความกวนประสาทไว้ภายใต้ความเย็นชา ตอนนี้กลับมีแต่ความห่วงใยที่ล้นทะลักจนปิดไม่มิด "นี่..." ลัลนาเอ่ยเสียงแผ่ว เบี่ยงหน้าหนีมือเขาเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณหมอ?" กวินทร์ชะงัก ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้า สีหน้าตึงเครียดกลับมาสวมทับความอ่อนโยนเมื่อครู่ในพริบตาเดียว ชายหนุ่มชักมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วทำเสียงขึ้นจมูกใส่ "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครเป็นห่วงคุณ? ผมแค่ไม่อยากให้คุณตายคาโกดังแล้วทิ้งศพไว้ให้ผมต้องเป็นพยานปากเอกให้ตำรวจสอบสวนต่างหาก น่ารำคาญสิ้นดี" ลัลนาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนโดยไม่รอให้เขาช่วย แม้ข้อมือจะแดงช้ำเพราะรอยเชือก เธอก็ยังยืนประจันหน้ากับเขาอย่างทระนง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ปากแข็งจริงนะคะ" เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ "เมื่อกี้ฉันเห็นนะ... ตอนที่คุณกระโจนเข้ามา สีหน้าคุณเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายเพราะกลัวฉันเป็นอะไรมากกว่ากลัวตัวเองโดนยิงซะอีก" "ผมไม่ได้กลัวคุณตาย ผมกลัวตัวเองซวยต่างหาก!" กวินทร์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตาจับผิดของนักข่าวสาว ทว่าใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง "ปากแข็ง... ปากเก่ง... แต่ใจอ่อนยวบยาบทุกทีที่มีฉันอยู่ใกล้" ลัลนาพึมพำ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เธอยื่นมือที่ยังมีรอยแดงออกไปแตะที่รอยแผลตรงโหนกแก้มของเขาเบาๆ "เจ็บไหมเนี่ย..." สัมผัสนุ่มนวลนั้นทำให้กวินทร์สะดุ้งเฮือก ร่างสูงนิ่งค้างไปราวกับถูกมนต์สะกด เขาก้มลงมองปลายนิ้วเรียวที่กำลังเกลี่ยแผลให้อย่างเบามือ หัวใจที่เพิ่งสงบลงจากการวิ่งหนีความตาย กลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยจังหวะที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ กวินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็น บัดนี้สะท้อนภาพเงาของเธอชัดเจนเต็มดวงตา "ลัลนา..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของความรู้สึก "คะ?" เธอดงเสียงรับในลำคอ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำเมื่อเห็นสายตาที่เขาใช้มองเธอในเวลานี้ มันไม่ใช่สายตาของหมอกับคนไข้ หรือผู้ชายปากร้ายกับนักข่าวคู่กัด แต่มันคือสายตาของ... ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกตัวเอง กวินทร์ขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะเอ่ยถ้อยคำบางอย่างออกไป ถ้อยคำที่เขาเก็บงำมันไว้ใต้ความเย่อหยิ่งและอีโก้มานานแสนนาน ริมฝีปากหยักอ้าออกเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "ความจริงแล้ว..." เขากลืนก้อนความประหม่าลงคอ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มสลับกับดวงตากลมโตที่กำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ นี่คือวินาทีที่เขาจะยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองเสียที ทว่า... *ปัง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงตะโกนดังสนั่นมาจากทางปากทางเข้าโกดัง* "ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว! คนร้ายวางอาวุธซะ!" เสียงไซเรนรถตำรวจสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามาวับๆ แวมๆ ผ่านช่องหน้าต่างโกดัง ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพังทลายในพริบตา กวินทร์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสียอย่างที่สุด ขณะที่ลัลนาสะดุ้งเฮือกผละถอยหลังออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนที่กวินทร์จะได้ทันพูดประโยคสารภาพที่ค้างคาอยู่ในลำคอให้จบ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องตรงมาที่พวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในเครื่องแบบที่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างพวกเขา "หมอกวินทร์! คุณลัลนา! ปลอดภัยดีไหมครับ?" สารวัตรธนา เอ่ยทักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับกวาดสายตามองสภาพมอมแมมของทั้งสองคน แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้กวินทร์ต้องขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดยิ่งกว่าการขัดจังหวะ ก็คือซองเอกสารสีน้ำตาลลับที่สารวัตรหนุ่มถือติดมือมาด้วย พร้อมกับคำพูดประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของศัลยแพทย์หนุ่มเย็นเฉียบ "ผมดีใจที่พวกคุณปลอดภัย... แต่ดูเหมือนว่าหลักฐานชิ้นใหม่ที่เราเพิ่งค้นเจอจากตัวผู้ต้องหานอกโกดัง จะเกี่ยวข้องกับ 'อดีต' ที่คุณพยายามปิดบังมาตลอดห้าปีเต็มแล้วล่ะครับ หมอกวินทร์" -------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความปากแข็งของหมอกวินทร์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%