เสียงแฟลชจากกล้องดิจิทัลของสำนักข่าวคู่แข่งกำลังสาดแสงวาบเข้าใส่ใบหน้าของลัลนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับแร้งที่พบซากเนื้อชิ้นใหญ่ในทุ่งหญ้าสะวันนา บอดี้การ์ดร่างยักษ์สามคนของนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลกำลังกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกด้าน เอกสารลับในแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลถูกกระชากหลุดจากมือปลิวว่อนกลางอากาศ ท่ามกลางเสียงตะคอกกรรโชกและสายตาดูแคลนของผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์บริเวณล็อบบี้โรงแรมหรูใจกลางกรุง
"เก็บภาพมันไว้ให้หมด! ยัยนักข่าวเศษสวะนี่มันกล้าดียังไงถึงมาขุดคุ้ยเรื่องใต้พรมของท่าน สั่งสอนบทเรียนให้มันรู้สำนึกซะหน่อย!"
เสียงตะโกนสั่งการด้วยความกร่างดังลั่น หัวหน้าบอดี้การ์ดร่างหนายกมือขึ้นเงื้อมหมายจะฟาดลงมาบนใบหน้าเรียวสวยของลัลนาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ลัลนาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอไม่มีทางก้มหัวให้พวกมันเด็ดขาด แม้ร่างกายจะถูกผลักจนเซถลาไปชนกับเสาหินอ่อนเย็นเฉียบก็ตาม
ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะกระทบลงบนผิวแก้มนวล
*หมับ!*
มือปริศนาข้างหนึ่งเอื้อมเข้ามารับข้อมือของบอดี้การ์ดคนนั้นไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบมหาศาล ราวกับคีมเหล็กที่ถูกหลอมขึ้นมาจากเตาหลอมอุตสาหกรรม แรงปะทะทำให้ชายร่างยักษ์หน้าเหเกinด้วยความเจ็บปวดจนต้องร้องอุทานออกมาเสียงหลง
"เฮ้ย! แกเป็นใครวะ... โอ๊ย! ปล่อยนะโว้ย มือฉันจะหักอยู่แล้ว!"
กวินทร์ก้าวเท้าฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคนได้ทุกเมื่อ เสื้อสูทสีดำสนิทเข้ารูปถูกจัดระเบียบไว้อย่างเนี๊ยบไม่มีที่ติ แม้ในสถานการณ์ชุลมุนเขาก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของศัลยแพทย์ฝีมือฉกาจผู้เย่อหยิ่งไว้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์
"มือสกปรกๆ แบบนี้... ไม่สมควรเอามาแตะต้องคนอื่นส่งเดชนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความสุภาพ แต่น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างลดฮวบลงหลายองศา กวินทร์บิดข้อมือของอีกฝ่ายเพียงนิดเดียวจนเกิดเสียงข้อต่อลั่นกรอบ ก่อนจะผลักร่างหนานั้นกระเด็นถอยหลังไปชนกับลูกน้องจนล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า
ลัลนาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมบังฝนให้เธออยู่ ณ ตอนนี้ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะการเต้นไปอย่างกะทันหัน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างน่าประหลาด
"คุณ... คุณมาได้ยังไงเนี่ย?" ลัลนากระซิอดถามด้วยความตกใจ ปนระคนความโล่งใจที่บอกไม่ถูก
"ถ้าผมไม่มา... ป่านนี้คุณคงกลายเป็นหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งในฐานะ 'นักข่าวสาวหน้าโง่ที่โดนรุมประชาทัณฑ์กลางโรงแรม' ไปแล้วกระมังครับ" กวินทร์ตอบกลับทันควันโดยไม่หันมามองหน้าเธอ น้ำเสียงเจือความประชดประชันตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย แต่ทว่ามือข้างหนึ่งกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอเข้ามากุมไว้แน่น พร้อมกับดึงร่างบางให้มาหลบอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้อง
"ปากคอเราะร้ายจริงนะคุณหมอ! ฉันจัดการเองได้หรอกน่า..." ลัลนาฮึดฮัดขัดใจ พยายามจะดึงมือออกแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ่งกระชับอุ้งมือให้แน่นขึ้นไปอีก
"จัดการเอง? ด้วยการเอาหน้าสวยๆ ไปรับฝ่ามือตีนควายนั่นน่ะเหรอครับ คุณลัลนา? สมองอัจฉริยะของนักข่าวสาวฝีปากกล้าหายไปไหนหมดตอนที่ยืนทื่อให้พวกมันล้อมอยู่แบบนั้น?" กวินทร์สวนกลับด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่แววตาที่มองกลับเต็มไปด้วยประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน
หัวหน้าบอดี้การ์ดที่เพิ่งพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ชี้หน้าด่ากราดด้วยเสียงสั่นเทา "ไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นใครวะ! อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านนักใช่ไหม? อยากตายคาตีนพวกกูรึไงถึงได้ยื่นหน้าเข้ามาเสือก!"
กวินทร์ปรายตามองชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นด้วยหางตา ราวกับพวกเขากำลังมองสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่ไม่น่าใส่ใจ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มหยันที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้เสียเหลือเกิน
"ผมเป็นใคร... ไม่สำคัญเท่ากับว่า พวกคุณกำลังทำร้ายร่างกายประชาชน และที่สำคัญที่สุด..." กวินทร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะก้าวประชิดเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างกดดัน "เอกสารที่พวกคุณพยายามจะแย่งไปเมื่อครู่นี้ ทางโรงพยาบาลและสำนักงานกฎหมายของเราได้ทำการสำเนาสำรองส่งตรงไปยังกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้วครับ"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของบรรดาบอดี้การ์ดก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที พวกมันหันไปมองหน้ากันด้วยความเลิกลั่ก เพราะรู้ดีว่าหากความลับเรื่องการทุจริตหลุดรอดไปถึงมือตำรวจระดับสูง ชีวิตการทำงานและเบื้องหลังอันดำมืดของนายใหญ่พวกมันคงพังทลายไม่เป็นท่า
"ฝากไว้ก่อนเถอะพะยะค่ะไอ้หมอ! ส่วนแก... ยัยนักข่าวตัวแสบ ระวังหัวบนบ่าไว้ให้ดีเถอะ!" หัวหน้าบอดี้การ์ดกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะโบกมือเรียกพรรคพวกให้ถอยร่นและวิ่งหนีหายไปจากล็อบบี้อย่างรวดเร็ว
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหอบหายใจเบาๆ ของลัลนา
กวินทร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขายอมปล่อยมือจากข้อมือของเธอ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่องรอยความเสียหายบนเรือนร่างของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความละเอียดถี่ถ้วนราวกับกำลังตรวจคนไข้ในห้องฉุกเฉิน
"เจ็บตรงไหนไหมครับ?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังคงติดความห้วนอยู่บ้าง
ลัลนาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วเรียวสูงใส่ชายหนุ่มตามนิสัยเดิม แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทางปากร้ายนั้นก็ตาม "ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะคุณหมอ ขอบคุณก็แล้วกันที่ช่วยไว้... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย ฉันมีแผนรับมือของฉันอยู่แล้วน่า"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยกลับมาเป็นกำแพงน้ำแข็งอีกครั้ง เขากอดอกมองหน้าเธอด้วยแววตาดุๆ
"แผนรับมือ? แผนโดนตบหน้ากลางลobby โรงแรมเนี่ยนะฃรบ? ถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที ป่านนี้คุณคงได้นอนหยอดน้ำเกลือที่ห้องฉุกเฉินของผมไปแล้ว... และบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าคุณต้องมานอนเตียงผู้ป่วยของผมจริงๆ ผมจะคิดค่ารักษาพยาบาลแพงเป็นสามเท่าในฐานะคนไข้ที่ไร้สติสิ้นดี"
"นี่คุณ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ชาติไหนจะมีแฟนฮะ!" ลัลนาแหวใส่เสียงดัง หน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะหยิกแขนตัวเอง
"ชาตินี้แหละครับ... ถ้าคนๆ นั้นยอมหุบปากแล้วเลิกเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายโง่ๆ สักที" กวินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธออย่างมีความหมาย จังหวะการสนทนาหยุดชะงักลงทันทีเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจของลัลนากระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและเต็มไปด้วยเคมีอันตรายนั้นเอง
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ศัลยแพทย์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจเล็กน้อย เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
ลัลนาแอบลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก (ปนเสียดายเล็กน้อยอย่างไม่น่าให้อภัย) เธอยกมือขึ้นทัดผมที่หลุดรุ่ยพรางเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า
กวินทร์กดรับสาย น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังถูกงัดออกมาใช้ทันที "ครับ... ผู้อำนวยการ? ...ว่ายังไงนะฃรบ? เคสผ่าตัดด่วนเหรอ? ...ตกลง เดี๋ยวผมรีบกลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้"
เขาวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม ก่อนจะหันกลับมามองลัลนาที่ยืนกอดอกทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ตรงหน้า
"ผมต้องกลับขึ้นไปห้องผ่าตัดแล้ว" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบตึง แต่สายตากลับทอดมองเธอด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "จำคำพูดผมไว้นะครับ... เลิกทำตัวเป็นศัตรูของคนทั้งเมืองสักที ถ้าไม่อยากให้ผมต้องตามเช็ดตามล้างให้อีกรอบ"
"รู้แล้วน่า! คุณหมอจอมเผด็จการ!" ลัลนาลอยหน้าลอยตาตอบกลับ พร้อมกับทำปากยื่นใส่
กวินทร์ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระоуระอาใจปนเอ็นดู เขายื่นมือออกไปราวกับจะเอื้อมมาเคาะหน้าผากมนสักทีเพื่อเป็นการสั่งสอน แต่แล้วจังหวะนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูด้านหน้าโรงแรม เสียเดิมทีที่ควรจะเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มา ณ ที่แห่งนี้
"กวินทร์! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย... เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้อง ICU แล้วค่ะ!"
ร่างบางในชุดกราวน์สีขาวของแพทย์หญิงคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของทั้งคู่ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด และคำพูดประโยคถัดมาของเธอก็ทำให้เลือดในกายของกวินทร์และลัลนาเย็นเฉียบลงทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของหมอกวินทร์นะครับ!
ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 9
ปากร้ายใจดี
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์มือฉกาจกับยัยนักข่าวสายขุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!