เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ•ตอนที่ 2

ตบหน้าผู้อาวุโสตาบอด

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"หึ... เจ้าเศษสวะตระกูลหลี่ คิดว่าการกราบเข้าสำนักเทียนอวิ๋นแล้วจะยกหางขึ้นมาเทียบชั้นกับศิษย์พี่เช่นพวกเราได้งั้นหรือ?" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังบาดแก้วหู ภายในลานฝึกยุทธ์ด้านหลังตำหนักปฐพี กลิ่นอายปราณแท้จริงระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ดแผ่พุ่งกดดันลงมาดั่งภูเขาขนาดย่อม ร่างของบุรุษชุดฟ้าลายเมฆาผู้หนึ่งนาม 'จ้าวเฟิง' ย่างสามขุมเข้ามาด้วยท่าทีองอาจ ดวงตาหรี่มองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความริษยาและดูแคลน รอบกายของเขายังมีศิษย์ร่วมสำนักอีกสามคนยืนล้อมกรอบปิดตาย หลี่ชางหมิงหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายืนไขว่ห้างอยู่ใต้เงาไม้หลิว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลักจากหยกขาวฉายแววเยnชาดั่งน้ำแข็งพันปี ภายในห้วงสมองของเขา เสียงแจ้งเตือนจาก "ระบบมหาอำนาจบรรพกาล" ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มันกลับเป็นเพียงเสียงรบกวนอันน่าเบหน่ายิ่งกว่าเสียงแมลงหวี่แมลงวัน [ติ๊ง! ตรวจพบเจตంటร้ายจากผู้อื่น ระบบทำการประเมินค่าพลังปราณ...] [แปลงค่าความดูแคลนเป็นแต้มระบบ: +1,000,000 เหรียญทองวิญญาณ] [เงื่อนไขการตบหน้าถูกเปิดใช้งาน: จงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมดปลวกเหล่านี้ให้จมดิน!] ชางหมิงปรายตามองจ้าวเฟิงเพียงนิด ราวกับกำลังมองดูซากศพที่เดินได้ มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นอย่างบางเบา "จ้าวเฟิง... สุนัขรับใช้ที่คอยเห่าหอนตามคำสั่งของผู้อาวุโสรองผู้นั้น คิดว่าปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้ามาเหยียบย่างในอาณาเขตของข้าแล้วหรือ?" "ปากกล้าดีนี่ไอ้สวะ!" จ้าวเฟิงบันดาลโทสะจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มันเป็นเพียงศิษย์สายในผู้หนึ่ง แต่กลับถูกเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่และถูกตราหน้าว่าเป็นขยะหยามเกียรติ์ต่อหน้าธารกำนัล ฝ่ามือหนาอัดแน่นด้วยพลังปราณธาตุอัคคีจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะปรัชญา ซัดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของชางหมิงหมายจะสั่งสอนให้รู้สำนึก ทว่า... ร่างของชางหมิงกลับเลือนหายไปราวกับภาพมายา! "อะไรกัน!?" จ้าวเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ความเร็วระดับนี้มันคือสิ่งใดกัน เหตุใดศิษย์สายขยะขั้นรวบรวมลมปราณขั้นต้นจึงเคลื่อนไหวเร็วกว่าสายตาของเขาที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ดได้ "ช้าเกินไป..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้นที่ข้างใบหู หลี่ชางหมิงปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังของจ้าวเฟิงตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ ฝ่ามือเรียวยาวดั่งหยกขาวประทับลงบนแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ไร้ซ้ำเสียงระเบิดกึกก้อง ไร้ซึ่งร่องรอยการตระเตรียมค่ายกล ปึง! อั๊ก! กระแสพลังปราณอสูรบรรพกาลอันไร้ขอบเขตทะลักทะลายเข้าสู่ร่างของจ้าวเฟิงในชั่วพริบตา เส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างของมันขาดสะบั้นลงทีละเส้น ดั่งเสียงสะพานหินเก่าแก่ที่พังทลายลงมา ร่างกายของจ้าวเฟิงกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลกว่าร้อยเมตร กระแทกเข้ากับเสาหินอัคคีประจำลานฝึกจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากปากและจมูกจนย้อมพื้นศิลาให้กลายเป็นสีโลหิต ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานฝึกยุทธ์ในทันที ศิษย์อีกสามคนที่เหลือถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมแผ่นหลัง พวกมันไม่แม้แต่จะกล้าหายใจแรง เมื่อตระหนักได้ว่าพลังที่ชางหมิงใช้นั้นเหนือล้ำกว่าพวกมันราวฟ้ากับเหว "ศ... ศิษย์น้องชาง... ไว้ชีวิตด้วย..." จ้าวเฟิงกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ความทะนงตนเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มันพยายามตะเกียกตะกายใช้เข่าทั้งสองข้างยันพื้น คุกเข่าโขกหัวลงกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังโขกๆ โลหิตไหลอาบใบหน้า "ข้า... ข้าตาบอดเอง... ได้โปรดเมตตา เมตตาชีวิตสุนัขตัวนี้ด้วยเถิด!" ชางหมิงก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นศิลาเปรียบเสมือนเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านกดดันให้ศิษย์ที่เหลืออีกสามคนต้องหมอบกราบลงกับพื้นตามโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มิติเบื้องบนพลันบิดเบี้ยว เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวคำรามครืนครางราวกับรับรู้ถึงเจตంటสังหารอันทรงพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา เงาร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งปรากฏขึ้นกลางนภา นางคือ 'ไป๋ลี่หลิน' นางเซียนผู้เย็นชาแห่งหุบเขาเมฆาน้ำแข็ง ดวงตาสีครามคู่สวยคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์เบื้องลึก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลี่ชางหมิง แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง กลับทอประกายความลึกซึ้งและอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น "ชางหมิง..." เสียงหวานใสดังก้องกังวานดั่งเสียงพิณสวรรค์ เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "คนที่เจ้าควรสังหารในวันนี้ หาใช่เศษสวะเหล่านี้ไม่..." หลี่ชางหมิงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มเยnชาที่มุมปากกลับกลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปี่ยมด้วยเสน่ห์ "เจ้าพูดถูก... ไป๋ลี่หลิน" ชางหมิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาดุดั่งพญาอินทรีหันกลับไปมองยังทิศทางของตำหนักผู้อำนวยการสำนัก "ในเมื่อพวกมันกล้าส่งสุนัขมารabทางข้า เช่นนั้นวันนี้... ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ พังประตูตำหนักของมันให้ราบคาบ!" ทว่า ในวินาทีที่ชางหมิงกำลังจะเอื้อมมือไปแตะด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว ท้องฟ้าเบื้องบนก็ผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้สาเหตุ! ค่ายกลปะทะปราณนับร้อยสายสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกที่ดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องลึก ทะลวงผ่านกาลเวลาและม่านพลังเซียนเข้ามา... "ฮ่าๆๆๆ! หลี่ชางหมิง เจ้าเด็กเหลือขอ คิดว่ากลับชาติมาเกิดใหม่แล้วจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าผู้นี้พ้นงั้นรึ!" ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุนการเดินทางอันดุเดือดนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%