กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของไม้สักทองผุพัง หยาดหยดสีชาดที่ไหลรินจากบาดแผลฉกรรจ์กลางหน้าอกยังคงอุ่นร้อน ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้ไร้ค่าผู้นำพาความอัปยศมาสู่ตระกูลนอนทอดร่างอยู่บนพื้นเรือนไทยโบราณที่อาบไล้ด้วยเงาจันทร์สีเลือด รอบกายรายล้อมด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางของกลุ่มศิษย์สายในผู้ทรงอภิสิทธิ์
"ตายยากตายเย็นเสียจริงนะ เจ้าสวะหลี่ชางหมิง คิดหรือว่ารนหาที่ด้วยการขโมยโอสถชำระกระดูกแล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้?"
เสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยจิตสังหารของ 'ฟ่านกง' ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเทียนอวิ๋นดังสะท้อนก้องเรือนร้าง ปลายกระบี่อาบยาพิษในมือของมันยังคงหยดเลือดสีดำสนิท สะท้อนประกายแสงจันทร์วาวโรจน์ มันก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่นอนไร้ลมหายใจ พร้อมเงื้อมเท้าหมายจะเหยียบย่ำซากศพนี้ให้แหลกคาเท้าเพื่อความสะใจ
ทว่า... ในวินาทีที่พื้นไม้ใต้รองเท้ากำลังจะสัมผัสร่างนั้น ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านขึ้นราวกับห้วงนรกเปิดออก
ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทอย่างไร้ชีวิต กลับค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ
นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีแววหวาดกลัวหรือความเจ็บปวดแม้แต่น้อย หากแต่ลึกล้ำ เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันอันไร้ขอบเขต ดั่งพญายมราชที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลนับหมื่นปี อดีตมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน 'หลี่ชางหมิง' ผู้ถูกทรยศหักหลังจนร่างแตกดับ บัดนี้ได้คืนชีพกลับมาในร่างของศิษย์สวะผู้ต่ำต้อยในโลกเบื้องล่างนี้แล้ว
ฟ่านกงชะงักกึก ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นพล่านจากสันหลังวาบ ร่างกายของมันสั่นเทาโดยไร้สาเหตุ ราวกับลูกนกตัวน้อยที่เผชิญหน้ากับพญาอินทรีผู้ทรงอำนาจ
"เมื่อครู่... เจ้าว่ากระไรนะ?"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เปล่งออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของหลี่ชางหมิง แต่มันกลับทรงพลังดั่งอสุนีบาตที่ฟาดผ่าลงกลางจิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น
"มะ... มันยังไม่ตาย! เป็นไปได้อย่างไร หัวใจถูกแทงทะลุและพิษสลายวิญญาณแล่นพล่านถึงเพียงนั้น เหตุใดมันจึงยังส่งเสียงพูดได้!" ศิษย์สายในคนหนึ่งแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังกรูดจนล้มคะมำลงกับพื้น
หลี่ชางหมิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า บาดแผลฉกรรจ์ที่ควรจะพรากชีวิตกลับสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ปราณอสูรบรรพกาลสีดำสนิทสายหนึ่งพวยพุ่งทะยานจากจุดตันtian (จุดตานเตียน) ทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกยามราตรีจนจันทร์เพ็ญเปลี่ยนเป็นสีโลหิต
[ติ๊ง! ตรวจพบ Host ฟื้นคืนชีพสำเร็จ ระบบเงินล้านและมหาอำนาจบรรพกาลเริ่มทำงาน!]
[ยอดเงินในบัญชีระบบปัจจุบัน: 1,000,000 เหรียญทองคำวิญญาณ]
[เงื่อนไขการใช้จ่าย: ทุกๆ 1 เหรียญทองคำวิญญาณที่ใช้ จะเพิ่มพลังตบะและเขตแดนปราณทวีคูณอย่างไร้ขีดจำกัด!]
เสียงก้องกังวานลึกลับดังขึ้นในห้วงความคิดของหลี่ชางหมิง มุมปากของอดีตมหาเทพยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน ในเมื่อสวรรค์เล่นตลกให้เขาต้องตายตกและกลับชาติมาเกิดใหม่ เช่นนั้นในชาตินี้ เขาจะใช้พลังเงินตราและกระบี่ในมือ เด็ดหัวทรชนให้สิ้นซาก ล้างบางสำนักเทียนอวิ๋นให้ราบคาบ
"ฟ่านกง เจ้าอยากลิ้มรสความตายรูปแบบใดก่อนดีเล่า?"
หลี่ชางหมิงก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงกดดันแห่งลมปราณระดับที่แม้แต่ผู้อาวุโสยังต้องสะพรึงกลัว ดวงตาดั่งคมกระบี่จ้องมองตรงไปยังศิษย์พี่ใหญ่ผู้หน้าถอดสี
ฟ่านกงหน้าซีดเผือด กัดฟันกรอดด้วยความหวาดกลัวผสมความโกรธเกรี้ยว มันสะบัดกระบี่ในมือ แผดเสียงคำรามลั่นเพื่อเรียกความมั่นใจ "อย่ามาทำเป็นอวดดี! ถึงแกจะฟื้นขึ้นมาได้ แต่ก็เป็นแค่ขยะขั้นรวบรวมลมปราณระดับหนึ่งเท่านั้น ตายเสียเถอะ! 'วิชาดาบอัสนีคลั่ง'!"
กระบี่อาบยาพิษพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง หมายจะปลิดชีพหลี่ชางหมิงเป็นครั้งที่สองท่ามกลางแสงประกายสายฟ้าฟาด
หลี่ชางหมิงเพียงแค่ปรายตามองการโจมตีนั้นด้วยความสมเพช มือขวายื่นออกไปอย่างเชื่องช้า ทว่ากลางฝ่ามือกลับปรากฏแสงสีทองเจิดจ้าของระบบเงินล้านสะท้อนวับวาว พร้อมกับที่กระบี่เล่มนั้นหยุดชะงักกลางอากาศราวกับชนเข้ากับกำแพงเหล็กไร้รูป
"ช้าเกินไป และอ่อนหัดยิ่งนัก..."
หลี่ชางหมิงเอ่ยกระซิบเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว แรงระเบิดจากปราณอสูรและพลังเงินล้านหลอมรวมกันซัดร่างของฟ่านกงกระเด็นทะลุผนังเรือนไทยพังทลายลงมานอนกระอักเลือดสดๆ แทบเท้าของเขา
ทว่า ในขณะที่หลี่ชางหมิงกำลังจะเหยียบย่ำปิดบัญชีหนี้แค้นนี้เอง ประตูเรือนไม้ที่พังทลายก็ถูกลมปราณสีครามอันหนתวเหน็บพัดกระโชกเข้ามา พร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลิ่นอายเซียนบริสุทธิ์แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศทั้งหมดให้หยุดนิ่ง
นางคือ 'ไป๋ลี่หลิน' นางเซียนผู้เร้นกายแห่งหุบเขาหมันหยาง ผู้ถือครองอักขระเวทโบราณที่ผู้คนต่างหวาดผวา
นางกวาดสายตาคมปลาบมายังหลี่ชางหมิงที่ยืนอาบโลหิต ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"หลี่ชางหมิง... เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงแอบลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามของตำหนักเซียน และเหตุใด... ปราณอสูรบนตัวเจ้าจึงคุ้นเคยถึงเพียงนี้?"
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงมหากาพย์บทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างศิษย์สวะ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
