เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ•ตอนที่ 3

เคล็ดวิชาหลอมโลหิตบรรพกาล

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"ฮ่าๆๆๆ! หลี่ชางหมิง เจ้าเด็กเหลือขอ คิดว่ากลับชาติมาเกิดใหม่แล้วจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าผู้นี้พ้นงั้นรึ!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันอันน่าสะอิดสะเอียนของเจ้าสำนักเทียนอวิ๋นยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึก ทว่าภายในห้องฝึกตนอันมืดมิดและอับชื้น หลี่ชางหมิงกลับมิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ร่างโปร่งบางในชุดศิษย์สีเทามอมแมมทอดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองตรงไปยังเบื้องหน้า ความเงียบงันภายในห้องถ้ำแห่งนี้ราวกับถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเอง "เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน... ช่างน่ารำคาญหูเสียจริงนะครับ" หลี่ชางหมิงเอ่ยพึมพำกับตนเอง มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างไม่แยแส ปราณอสูรบรรพกาลในร่างเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีโลหิตเข้มข้น พลังงานดิบเถื่อนที่เคยหลับใหลถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน รอบกายของเขาปรากฏอักขระเวทสีทองแดงโบราณลอยวนเวียนส่งเสียงกังวานราวกับเสียงสวดส่งวิญญาณจากขุมนรก ณ เบื้องหน้าของเขา ม้วนคัมภีร์หนังมนตราสีดำสนิทที่ถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนแห่งพันธสัญญาโบราณกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันคือ "คัมภีร์หลอมโลหิตผลาญนภา" สมบัติล้ำค่าที่แม้แต่เหล่าเซียนในอดีตยังต้องแย่งชิงจนเลือดนองแผ่นดิน ในชาติภพก่อนเขาถูกทรยศหักหลังก็เพราะความโลภในคัมภีร์เล่มนี้ ทว่าในชาตินี้... มันกลับยอมสยบแทบเท้าของเขาแต่โดยดี ตู้ม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวภายในห้วงจิตวิญญาณ เมื่อหลี่ชางหมิงตัดสินใจใช้นิ้วเรียวยาวกรีดลงบนฝ่ามือของตนเอง หยาดโลหิตสีแดงฉานไหลรินหยดลงบนหน้าปกคัมภีร์โบราณ ราวกับน้ำมันที่ถูกสาดเข้าใส่กองเพลิง อักขระนับหมื่นตัวบนคัมภีร์พล่งเปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา พลังงานวิญญาณบริสุทธิ์จากฟ้าดินทั่วทั้งหุบเขาเทียนอวิ๋นถูกดึงดูดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เกิดเป็นพายุหมุนวนของลมปราณสีครามเข้มปกคลุมร่างของเขาไว้จนมิด "ติ๊ง! ตรวจพบการปลุกพลังระดับบรรพกาล ระบบเงินล้านได้ทำการแปลงสภาพทรัพยากรปราณรอบตัวท่านให้เป็น 'ผลึกวิญญาณสวรรค์' เก้าล้านก้อนโดยอัตโนมัติ!" เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับกระแสธารแห่งพลังงานมหาศาลที่ไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรอย่างไร้ขีดจำกัด หลี่ชางหมิงขบกรามแน่น ความเจ็บปวดจากการทะลวงจุดชีพจรที่ถูกปิดกั้นมารាប់ร้อยปีแผดเผาไปทั่วร่างราวกับถูกไฟนรกแผดเผา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ไม่มีแม้แต่เสียงครางฮือเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้นี้ มีเพียงความทะนงตนและจิตวิญญาณแห่งมหาเทพที่ไม่ยอมก้มหัวให้แก่ฟ้าดิน ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเซียนเมฆาเบื้องบน ไป๋ลี่หลิน นางเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งซึ่งกำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่บนดอกบัวหยกขาว พลลืมตาโพลงขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตางามล้ำลึกคู่นั้นมองทอดสายตาไปยังทิศทางของหุบเขาเบื้องล่าง ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านแววตาที่ปกติมักจะไร้ระลอกคลื่น "พลังปราณรุนแรงเช่นนี้... หรือว่าเขาจะเริ่มหลอมรวมเคล็ดวิชานั้นจริงๆ?" ไป๋ลี่หลินพึมพำเบาๆ หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานนับพันปีกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ นางย่อมรู้ดีว่าการฝึกฝน "เคล็ดวิชาหลอมโลหิตบรรพกาล" นั้นอันตรายเพียงใด หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว วิญญาณจะแตกสลายไม่​ได้ผุดได้เกิด แต่นางก็เข้าใจดีเช่นกันว่า ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาง่ายๆ กลับมาที่ถ้ำฝึกตน ร่างของหลี่ชางหมิงบัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีโลหิตผสมผสานกับออร่าสีทองอร่าม เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบๆ ประหนึ่งเสียงฟ้าคำราม กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นถูกหลอมหล่อขึ้นใหม่จนแข็งแกร่งดั่งเพชรนิลจินดา ขอบเขตพลังของเขาพุ่งทะยานจาก "หลอมรวมลมปราณขั้นที่สาม" สู่ "ขั้นที่เจ็ด" และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง พลังกดดันระดับมหาเทพแผ่ซ่านออกไปรอบด้าน จนทำให้ผนึกหินของถ้ำเริ่มแตกร้าวเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ "ฮ่าๆๆ... ดีมาก! พลังความรู้สึกนี้แหละที่ข้าโหยหา!" หลี่ชางหมิงเงยหน้าขึ้นคำรามก้องฟ้า เสียงของเขาทรงพลังดั่งมังกรคำรามสะท้านภพ เปลวเพลิงสีโลหิตพวยพุ่งทะลุเพดานถ้ำขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืน เกิดเป็นเสาแสงสีเลือดพุ่งตรงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ในสำนักเทียนอวิ๋นที่ต่างพากันวิ่งออกมาดูปรากฏการณ์ประหลาดนี้ด้วยความหวาดกลัว ทว่า ท่ามกลางแสงสีโลหิตที่เจิดจ้าและพลังปราณอันไร้เทียมทานที่กำลังหลอมรวมเข้าสู่จุดสูงสุดนั้นเอง พื้นดินเบื้องหน้าของหลี่ชางหมิงกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับไอน้ำแข็งสีดำสนิทที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเดินทะลุผ่านม่านพลังอักขระเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับว่าค่ายกลป้องกันระดับบรรพกาลไม่มีอยู่จริง "ช่างเป็นพลังที่น่าสนใจเสียจริง... หลี่ชางหมิง ศิษย์รักของข้า ดูท่าว่าเจ้าคงมีความลับซ่อนให้อาจารย์ผู้นี้ได้ค้นหาอีกเยอะสินะ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ขยายไปทั่วบริเวณ หลี่ชางหมิงชะงักการโคจรลมปราณเล็กน้อย เขาก้มมองรอยเท้าปริศนาที่ปรากฏขึ้นบนพื้น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ด้วยแววตาที่หรี่แคบลงอย่างอันตราย ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ศาลาริมน้ำโบราณ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักโลหิต ทัณฑ์อสูรเก้าวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%