“เนื้อผ้าทอผสมโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลเกรดต่ำย้อมสารเคมีต้องห้าม... น่าแปลกใจนะคะที่แบรนด์ระดับลักชัวรีอย่าง ‘ลูมิแยร์’ กล้าเอาผ้าขี้ริ้วเคลือบสารก่อมะเร็งมาตัดเย็บเป็นคอลเลกชันกูตูร์ราคาหลักล้านให้แขกผู้มีเกียรติสวมใส่บนรันเวย์”
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของลลินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดแสดงแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ แสงสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท เธอก้าวเท้าฉับไวขึ้นสู่เวทีหลักด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
วิเวียน อดีตเพื่อนสนิทผู้สวมมงกุฎครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ดัง หน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าแข็งค้าง มือที่ถือไมโครโฟนสั่นระริก
“ลลิน! เธอเข้ามาในงานนี้ได้ยังไง แล้วเธอกำลังพูดเหลวไหลอะไรยะ!” วิเวียนกรีดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก เมื่อเห็นภาพถ่ายใยผ้าขยายกำลังขยายสูงร้อยเท่าปรากฏหราอยู่บนจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวที
“เหลวไหลอย่างนั้นหรือคะวิเวียน?” ลลินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยือกเย็นและดุดันจนวิเวียนต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “ในฐานะคนที่เคยหลังขดหลังแข็งออกแบบและควบคุมการผลิตคอลเลกชันนี้ให้เธอ... ฉันจำสัมผัสและกลิ่นอายของสารเคมีราคาถูกที่เธอสั่งนำเข้าจากโรงงานเถื่อนชายแดนได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือตัวเองเสียอีกค่ะ”
เสียงฮือฮาดังระงับไปทั่วฮอลล์ บรรดาเซเลบริตี้และไฮโซแถวหน้าต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก บางคนถึงกับยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินคำว่า ‘สารก่อมะเร็ง’
ในมุมมืดของแถวหน้าสุด คินน์ ทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดัง นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่ง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบกวาดตามองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความพึงพอใจ มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจในตัวหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เขาส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว การ์ดชุดสูทดำนับสิบคนก็ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางออกทุกทางทันที เพื่อไม่ให้ใครหลบหนีออกไปก่อนความจริงจะปรากฏชัดเจน
“เธอใส่ร้ายฉัน! เธออิจฉาที่ฉันได้ดิบได้ดีต่างหาก!” วิเวียนเสียงสั่นเครือ พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายด้วยการหยิบยกชื่อเสียงและอำนาจของตระกูลสามีขึ้นมาขู่ “รู้ไหมว่าสามีฉันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาทำลายชื่อเสียงแบรนด์เรา!”
“สามีเธอน่ะหรือคะ?” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กดดันจนแทบหยุดหายใจดังแทรกขึ้น ลลินก้าวเข้าไปประชิดตัววิเวียนทีละน้อย กลิ่นอายความมั่นใจและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกดดันให้อีกฝ่ายกลายเป็นเพียงลูกนกปีกหัก “คุณชายรองตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังถือหุ้นใหญ่ในลูมิแยร์ใช่ไหมคะ... น่าเสียดายจังค่ะ ที่ตอนนี้บัญชีธนาคารและทรัพย์สินทั้งหมดของเขาถูกอายัดไว้เรียบร้อยแล้วด้วยอำนาจการถือครองหุ้นร้อยละเจ็ดสิบห้าที่อยู่ในมือของ ‘ผู้สนับสนุน’ ทางนี้ต่างหากล่ะค่ะ”
สิ้นคำพูดของลลิน ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องจัดแสดงก็เปิดออกผาง พร้อมกับการปรากฏตัวของคินน์ที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินทอดน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลังราวกับราชาผู้คุมกฎ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจแรง
วิเวียนหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่าเกมนี้พวกเธอไม่ได้สู้กับดีไซเนอร์ตกอับไร้หัวนอนปลายเท้าอีกต่อไป แต่กำลังท้าทายอำนาจมืดที่แท้จริงที่พร้อมจะบดขยี้พวกเธอให้แหลقคามือภายในวินาทีเดียว
ลลินย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางวิเวียนขึ้นมาสบตากันตรงๆ รอยยิ้มหวานละมุนแต่แฝงด้วยความสะใจขั้นสุดถูกส่งไปให้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
“ความจริงก็คือความจริงนะคะวิเวียน... ของปลอม ต่อให้เอาทองคำเปลวมาปิดทับหนาแค่ไหน สันดานเน่าfข้างในก็ไม่มีวันกลายเป็นของแท้ไปได้หรอกค่ะ”
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับภาพตรงหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าของวิเวียนก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน วิเวียนมือสั่นเทาควักมันออกมาด้วยความหวังริบหรี่ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากสามีที่เพิ่งถูกควบคุมตัวไป
เธอกดรับด้วยความลนลาน ทว่าเสียงที่ลอดออกมาจากปลายสายกลับไม่ใช่คำปลอบโยน แต่เป็นเสียงตะคอกด้วยความคลุ้มคลั่งและสิ้นหวัง
"วิเวียน! เราจบแล้ว! บัญชีทุกเล่มถูกฟรีซ บ้านถูกยึด... แล้วนี่ใครวะ ส่งหมายศาลมาที่บริษัทบอกว่าเราต้องชดใช้ค่าเสียหายพันล้าน!"
วิเวียนกรีดร้องออกมาสุดเสียงก่อนจะล้มฟุบหมดสติไปคาพื้นเวที ลลินมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสงบไร้ซึ่งความสงสาร ปฏิบัติการทวงคืนศักดิ์ศรีเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามและเด็ดขาด
ทว่า ในวินาทีที่ลลินกำลังจะหันหลังเดินเคียงคู่ไปกับคินน์เพื่อออกจากฮอลล์ ประตูหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ของห้องจัดแสดงกลับสั่นสะเทือนด้วยแรงลมมหาศาล เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำมหึมาลดระดับลงจอดบนลานดาดฟ้าตึกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูททหารเต็มยศก้าวลงมาพร้อมเอกสารลับตราครั่งสีแดงเพลิงในมือ และเป้าหมายของเขาคือการเดินตรงดิ่งมาหาลลินโดยเฉพาะ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 6
กลยุทธ์ตบหน้ากลางงาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!