ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 12

เส้นทางสู่การทวงคืน

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“โครงสร้างราคาเดิมที่วิเวียนมันใช้ปล้นลูกค้าเกรดพรีเมียมไป... ฉันจะถีบมันลงถังขยะทั้งหมดค่ะ” เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่ถูกทุบแตกดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสเงางับ ลลินยืนเท้าแขนลงบนโต๊ะประชุมไม้วอลนัทเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารแผนผังองค์กรและตัวเลขต้นทุนการผลิตฉบับใหม่ที่เพิ่งถูกพิมพ์ออกมาสดๆ ร้อนๆ บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความอ่อนล้าจากการนอนน้อยเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนจนคนมองต้องหลบตา บนเก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้าม คินน์นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แขนแกร่งข้างหนึ่งพนักเก้าอี้เอาไว้ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—ความหลงใหลระคนทึ่ง แบ็คอัพผู้กุมอำนาจหมื่นล้านอย่างเขาไม่ได้เอ่ยขัดขวางแม้แต่คำเดียว ปล่อยให้ลลินได้แสดงศักยภาพที่ถูกกดทับมานานแรมปีออกมาอย่างเต็มที่ “คุณจะรีแบรนด์ทุกคอลเลกชันในเวลาแค่สองสัปดาห์... มันคือการเล่นกับไฟนะลลิน” คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววท้าทาย “ถ้าพวกมันรู้ว่าคุณกำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์ Haute Couture คืน พวกสภาแฟชั่นคงดิ้นพล่านกันน่าดู” “ก็ปล่อยให้พวกมันดิ้นไปสค่ะ” ลลินหันขวับมาสบตาคมเข้ม มุมปากอิ่มยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของทายาทมหาเศรษฐีเต้นผิดจังหวะ “ของปลอมต่อให้เอาทองคำเปลวมาปิดทับยังไงกลิ่นเน่าเฟะมันก็โชว์หึ่งอยู่ดี วิเวียนขโมยแบบร่างตระกูลหลักของฉันไปแค่เปลือกนอก แต่หัวใจและจิตวิญญาณของดีไซน์... มันไม่มีปัญญาเอาไปได้หรอกค่ะ” รอยยิ้มของลลินในยามนี้ช่างทรงพลังและเย้ายวนใจยิ่งกว่าสิ่งใด คินน์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบปากกา Montblanc ด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นในมือ “อยากได้งบเพิ่มเท่าไหร่คะ, ภรรยาในอนาคต” คำพูดหน้าด้านหน้าทนที่ถูกเอ่ยออกมาหน้าตาเฉยทำให้ลลินเกือบสำลักอากาศ “ใครเป็นภรรยาคุณไม่ทราบคะ! เรากำลังคุยเรื่องธุรกิจกันอยู่นะคะคุณคินน์!” หญิงสาวตวัดค้อนวงใหญ่ใส่ แต่ใบหน้าเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความหวานละมุนและความอบอุ่นที่คินน์คอยมอบให้เสมอมา กลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่จะลุกขึ้นสู้กับโลกอันโหดร้ายนี้อีกครั้ง “ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ หัวใจฉันก็ส่วนคุณ... สรุปคือไม่อั้นใช่ไหมคะ จัดไปสิ ฉันจะเทงบสามร้อยล้านแรกให้คุณไปกว้านซื้อตึกกระจกย่านใจกลางเมืองมาทำแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ เอาให้ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามร้านของนังวิเวียนมันเลยดีไหมล่ะ” ดวงตาของลลินเป็นประกายวาบขึ้นมาทันที ข้อเสนอนี้ช่างถูกใจเธอยิ่งนัก การตบหน้าศัตรูที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดิน ด้วยความสำเร็จที่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน คือการแก้แค้นที่สาสมที่สุด ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองคนจมอยู่กับการวางโครงสร้างแบรนด์ใหม่ “LALIN & CO.” ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาด้วยภาพลักษณ์ที่ดุดัน ลึกลับ และหรูหราเกินกว่าที่แบรนด์แฟชั่นกระแสหลักจะเอื้อมถึง ลลินลงมือแก้แบบสเกตช์ด้วยตัวเองทุกชุด ทุกตะเข็บ ทุกเนื้อผ้าถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า ดีไซเนอร์ตกอับที่พวกมันเคยหัว‑เราะเยาะ ได้ฟื้นคืนชีพกลับมาพร้อมกับเขี้ยวเล็บที่แหลมคมกว่าเดิม จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงทั่วกรุงสะท้อนผ่านกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรู ลลินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มด้วยความเหนื่อยล้า เธอหลับตาลงพิงพนักพิง ปล่อยให้ความเงียบสงบเข้ามาโอบ ทันใดนั้นเอง สัมผัสอุ่นจัดก็ทาบลงบนไหล่บอบบาง คินน์โน้มตัวลงมาด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก พร้อมกับแก้วไวน์แดงวินเทจราคาแพงที่ถูกยื่นมาตรงหน้า “ดื่มหน่อยสค่ะ วันนี้คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำเอาลลินขนลุกซู่ เธอลืมตาขึ้นรับแก้วไวน์มาจิบน้อยๆ ความหวานฝาดละมุนคอช่วยคลายความตึงเครียดลงได้เปลาะใหญ่ “ฉันไม่ได้เหนื่อยเลยค่ะ... แค่ตื่นเต้นที่จะได้เห็นสีหน้าของวิเวียนตอนที่เห็นคอลเลกชันใหม่ของเราต่างหาก” ลลินกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสะใจที่ซ่อนไม่มิด คินน์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธแนบชิดกับอกแกร่ง มือหนาวางทับมือเล็กที่ถือแก้วไวน์ไว้ “อีกไม่นานหรอกค่ะที่ความฝันของคุณจะเป็นจริง... เพราะตอนนี้ ฉันส่งคนไปจัดการเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนแย่งอะไรไปจากคุณได้อีก” ลลินหันไปมองเสี้ยวหน้าคมสันของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นแบ็คอัพทางการเงินที่ทรงพลัง แต่เขาคือคนที่พร้อมจะกวาดล้างอุปสรรคทุกอย่างบนเส้นทางของเธอให้ราบคาบ โดยที่เธอไม่ต้องร้องขอด้วยซ้ำ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวานละมุนที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตราย สายตาที่ประสานกันสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ คินน์ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ เรียวปากหยักกำลังจะก้มลงประทับจูบซับความเหนื่อยล้าบนริมฝีปากอิ่มของหญิงสาว... *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์ที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง แต่ทว่าลลินกลับรีบดันอกแกร่งให้ออกห่างเบาๆ แล้วส่งยิ้มรู้ทันให้ “รับสายเถอะค่ะ เผื่อจะเป็นเรื่องด่วนจากบริษัท” คินน์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดาย เขายิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อเลขาส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน ชายหนุ่มกดรับด้วยใบหน้าเรียบตึงไร้ความรู้สึก “มีอะไร” “ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งแบรนด์ของ วิเวียน เพิ่งประกาศจัดแฟชั่นโชว์ฉุกเฉินคืนนี้ และพวกมัน... พวกมันเอาแบบสเกตช์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของ คุณลลิน ไปประกาศว่าเป็นผลงานของวิเวียนที่จะเปิดตัวในงานประมูลการกุศลคืนนี้ครับ!” ดวงตาคมกริบของคินน์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาในเสี้ยววินาที ลลินที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ชะงักกึก รอยยิ้มหวานละมุนบนใบหน้าของเธอจางหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตานัยน์ตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและสะใจระคนกัน *พวกมันกล้าขโมยของที่ยังแก้แบบไม่เสร็จดีไปประจานหน้าตาเฉยเลยสินะ... ช่างโง่เขลาและรนหาที่ตายเสียจริง!* คินน์วางสายช้าๆ ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นดวงใจ ดวงตาคู่นคมกริบเปล่งประกายอำมหิตที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล “เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ, ลลิน” คินน์เอ่ยเสียงต่ำ ทรงพลัง และเยือกเย็น “เราจะไปร่วมงานประมูลคืนนี้ด้วยกัน... ไปตบหน้าพวกมันกลางงานให้แผ่นดินกลบหน้ากันไปเลยค่ะ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%