เสียงกระดาษรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ ไม่ได้ช่วยให้ความดันโลหิตในร่างกายของวิเวียนลดลงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมราคาแพงและโบกทับด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมหนาเตอะ บัดนี้บิดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาคู่คมที่เคยพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมกำลังเบิกกว้าง จ้องมองตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอแท็บเล็ตราวกับมันคือคำพิพากษาประหารชีวิต
"เป็นไปได้ยังไง... สต็อกผ้าไหมอิตาลีล็อตนั้นฉันเป็นคนประมูลมาเองกับมือ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นผ้าไร้คุณภาพที่ตลาดตีตกหมดแบบนี้!"
เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งดังลั่นห้องทำงานหรูหราใจกลางย่านธุรกิจ พนักงานฝ่ายจัดซื้อตัวสั่นงันท่ามกลางเศษกระดาษที่ปลิวว่อน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้บริหารสาวที่กำลังสติหลุด เพราะพวกเขารู้ดีว่าความผิดพลาดมูลค่าหลายสิบล้านในครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่โบนัสที่หายวับไปกับตา แต่มันคือการพังทลายของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดที่วิเวียนพยายามสร้างขึ้นเพื่อแข่งกับแบรนด์ของลลิน
ทว่า... วิเวียนไม่มีทางรู้เลยว่า ทุกขั้นตอน ทุกการประมูล และทุกซัพพลายเออร์ที่เธอหลงระเริงเข้าไปติดต่อด้วยความโลภนั้น ถูกจัดฉากและชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดโดยผู้ชายที่เธอเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่คนไร้ค่า
ร่างสูงสง่าของคินน์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานนั้นอย่างเงียบเชเชียบ ราวกับเงาสะท้อนแห่งมัจจุราช เขาไม่ได้เคาะประตู และไม่ได้ขออนุญาต ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองความพินาศตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกองเพลิงที่ตนเองเป็นคนจุดขึ้น
"ตกใจกับตัวเลขแค่นี้เหรอคะ คุณวิเวียน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด คินน์ปรายตามองรายงานบนโต๊ะด้วยหางตา ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนใกล้กระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง มือหนาสอดเข้ากระเปังกางเกงด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด
วิเวียนหันขวับมามองผู้มาใหม่ ใบซีดเผือกด้วยความตกใจปนความโกรธเกรี้ยว "คุณ... เข้ามาในนี้ได้ยังไง! แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน หรือว่าคุณ..."
"ใช่ค่ะ ฝีมือฉันเอง"
เสียงใสแต่เด็ดเดี่ยวแทรกขึ้นก่อนที่วิเวียนจะพูดจบ ประตูห้องเปิดกว้างอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของลลิน หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ตัดเย็บด้วยความประณีตไร้ที่ติ ท่วงท่าการเดินของเธอเต็มไปด้วยความสง่างามและความมั่นใจที่เปล่งประกายออกมาจากข้างใน รอยยิ้มมุมปากของลลินไม่ได้มีความเยาะเย้ยถางถาง แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง
ลลินหยุดยืนเคียงข้างคินน์ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและทรงพลังจนน่าเกรงขาม สายตาของลลินที่มองวิเวียนในตอนนี้ เต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเฉียบคม
"ลลิน!" วิเวียนหวีดร้องชื่ออดีตเพื่อนสนิทสุดเสียง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความแค้น "แก... แกกล้าดียังไงมาป่วนบริษัทฉัน แกทำอะไรลง
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ วิเวียน" ลลินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชE้ปลายนิ้วเรียวไปที่แท็บเล็ตเครื่องนั้น "แกต่างหากที่เป็นคนเลือกเส้นทางนี้ด้วยความโลภ อยากได้กำไรมหาศาลจนไม่ยอมตรวจสอบแหล่งที่มา แกคิดว่าตัวเองฉลาดที่ตัดหน้าคนอื่นแย่งดีลนั้นมาได้ แต่แกคงลืมไปสินะคะ ว่าบางครั้ง... เหยื่อที่ติดเบ็ด ไม่ใช่ปลา แต่เป็นคนที่ถือเบ็ดต่างหากที่กำลังหัวเราะร่าอยู่บนความพินาศของแก"
วิเวียนเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพง แรงลมจากความพ่ายแพ้กระแทกเข้าใส่หน้าอกจนหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ความจริงเริ่มกระจ่างชัดในหัว ล็อตผ้าที่มีปัญหา ช่องโหว่ทางสัญญา และซัพพลายเออร์จอมปลอม ทุกอย่างถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อรอให้เأทุ่มเงินก้อนโตลงไป แล้วกระชากทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเดียว
"แก... แกกับมันร่วมมือกันทำลายฉัน!" วิเวียนชี้หน้าลลินด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลทะลักออกมา แต่มันไม่ได้เรียกความเห็นใจจากใครเลยสักนิด
คินน์ก้าวเข้ามาบังร่างของลลินไว้เล็กน้อย ราวกับต้องการปกป้องเธอจากสายตาอันน่ารังเกียจนั้น เขาก้มมองวิเวียนด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ขั้วอำนาจในมือของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศสามารถบดขยี้บริษัทเล็กๆ ของวิเวียนให้หายไปจากแผนที่โลกธุรกิจได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ
"คนอย่างเธอ ไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยชื่อเธอคนนี้ด้วยซ้ำ" คินน์กล่าวเสียงเรียบ เย็นเยียบจนวิเวียนรู้สึกหนาวสั่นไปถึงไขกระดูก "สิ่งที่เธอทำกับลลินในอดีต ฉันคิดทบต้นทบดอกคืนให้แค่นี้... ยังน้อยไปด้วยซ้ำค่ะ"
วิเวียนกรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะหลุดลอยเมื่อตระหนักว่าอาณาจักรแฟชั่นที่เธอภาคภูมิใจนักหนา ได้พังทลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยเหยียบย่ำอย่างเลือดเย็น เงินทุนทั้งหมดละลายหายไปกับสายลม หนี้สินก้อนโตกำลังไล่ล่า และชื่อเสียงที่สร้างมานานกำลังจะมอดไหม้เป็นจุล
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของวิเวียนจนแทบแหลกสลายนั้น เสียงปรบมือเป็นจังหวะเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ที่ซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน
ร่างเงาลึกลับของบุคคลที่สามก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายของชายแปลกหน้าที่ถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ
"เล่นละครกันจบแล้วใช่ไหมคะ คุณลลิน คุณคินน์... แต่ดูเหมือนพวกคุณจะลืมเช็คเอกสารสำคัญอีกฉบับหนึ่งนะ ว่าตอนนี้... หุ้นใหญ่ตัวจริงของบริษัทนี้ อยู่ในมือใครกันแน่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 11
เสียงหัวเราะบนความพินาศ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!