เสียงปรบมืออึกทึกในฮอลล์จัดแสดงแฟชั่นโชว์ระดับประเทศดังขึ้นราวกับคลื่นทะเลคลั่ง แต่สำหรับวิเวียนแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังวนอยู่ในโสตประสาทจนแทบเสียสติ ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์มาอย่างคมกริบกำลังจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์กลางเวทีด้วยความว่างเปล่า ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าพุ่งทะยานทะลุเพดานจนระบบประมวลผลแทบขัดข้อง ตัวเลขสีเขียวสดใสวิ่งกระโดดขึ้นทุกเสี้ยววินาทีราวกับมันมีชีวิต และในขณะเดียวกัน กราฟยอดขายของแบรนด์คู่แข่งอย่าง ‘L’Amour’ ที่เธอเป็นผู้กุมบังเหียนกลับดิ่งเหิรลงสู่ก้นเหวอย่างไร้แรงต้าน
"เป็นไปไม่ได้..."
วิเวียนพึมพำกับตัวเองริมฝีปากสั่นระริก ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิกเนื้อแทบปริแตก คอลเลกชัน ‘Rebirth of Queen’ ที่ลลินเพิ่งปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่เป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ผสมผสานความอ่อนหวานของผ้าไหมอิตาลีเข้ากับโครงสร้างชุดที่เฉียบคมดุดัน ราวกับประกาศิตจากบัลลังก์ที่ไม่มีใครอาจเอื้อมแตะต้องได้ ทุกดีไซน์เย็บด้วยมืออย่างไร้ที่ติ ทุกรายละเอียดสะท้อนรสนิยมอันเหนือชั้นที่ต่อให้วิเวียนก๊อปปี้มาหมดทุกกระบวนท่า เธอก็ไม่มีทางเข้าใจ ‘จิตวิญญาณ’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยตะเข็บเหล่านั้น
หลังเวทีอันเงียบสงบ ลลินยืนกอดอกมองภาพความพ่ายแพ้ของอดีตเพื่อนสนิทผ่านจอมอนิเตอร์ด้วยแววตาเรียบเฉย ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ไร้ซึ่งความสะใจแบบเด็กๆ มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ชนะที่รู้ดีว่าตนเองอยู่เหนือเกมนี้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
"เหนื่อยไหมคะคนเก่ง"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีโอบกอดเข้ามาจากด้านหลัง คินน์กดจุมพิตเบาๆ ลงบนขมับของเธออย่างทะนุถนอม กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ของเขาทำให้นิยามของคำว่า ‘ความปลอดภัย’ ชัดเจนยิ่งขึ้นในความรู้สึกของลลิน
"ไม่เลยค่ะคินน์" ลลินเอียงคอซบไหล่หนาอย่างเป็นกันเอง ดวงตาสุกสกาวพราวระยับด้วยประกายความมั่นใจ "แค่รู้สึกว่า... ของปลอมก็ยังคงเป็นของปลอมอยู่วันยังค่ำ ต่อให้พยายามเอาทองคำเปลวมาแปะทับมากแค่ไหน กลิ่นเน่าเฟะข้างในก็ยังโชยออกมาอยู่ดี"
คินน์หัวเราะในลำคออย่างพอใจ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองไปยังจอภาพที่ฉายภาพวิเวียนกำลังกรีดร้องใส่ทีมงานสไตลิสต์ด้วยความสติแตก
"ผมจัดการเรื่องสัญญาลิขสิทธิ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว" คินน์กระซิบข้างใบหูเธอ น้ำเสียงนุ่มลึกแต่แฝงความดุดันที่พร้อมจะบดขยี้คู่แข่งให้แหลกคามือ "ทุกชิ้นงานที่ยัยนั่นเคยขโมยไป ตอนนี้ถูกตีตราว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ระดับประเทศ บัญชีของบริษัทเธอกำลังถูกอายัดภายในสาม... สอง... หนึ่ง..."
สิ้นเสียงนับถอยหลังของเขา ราวกับมีเวทมนตร์ ประตูห้องแต่งตัวด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบพร้อมหมายศาลเดินดุ่มเข้ามาด้วยสีหน้าไร้ความปรานี ท่ามกลางเสียงหวีดร้องโหยหวนของวิเวียนที่ดังแว่วเข้ามาขัดจังหวะความเงียบ
วิเวียนถูกลากผ่านหน้าห้องแต่งตัวที่ลลินยืนอยู่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและเส้นเลือดฝอย เธอกวาดสายตามองลลินที่ยืนสง่างามเคียงข้างคินน์ ทายาทหมื่นล้านผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ผู้ชายที่เธอเคยพยายามแย่งชิงแต่กลับไม่เคยชายตาแลแม้แต่น้อย
"ลลิน! แก... แกทำลายฉัน!" วิเวียนกรีดร้องเสียงหลง พยายามจะพุ่งเข้ามาหาแต่ถูกเจ้าหน้าที่ล็อกตัวไว้เสียก่อน
ลลินก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้วิเวียนได้เห็นรอยยิ้มที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ปลายนิ้วเรียวสวยปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของอดีเพื่อนรักออกอย่างอ่อนโยนราวกับจะปลอบประโลม แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ฉันไม่ได้ทำลายเธอหวิเวียนค่ะ... แต่เป็นตัวเธอเองต่างหาก ที่จุดไฟเผาบ้านตัวเองตั้งแต่แรก" ลลินกระซิบเสียงหวาน "จำไว้นะคะ ของที่ไม่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง ต่อให้ได้มาครอบครอง นั่งบนบัลลังก์ได้ไม่นาน... ก้นก็ต้องพุพองเพราะไฟนรกที่ตัวเองก่ออยู่ดีค่ะ"
วิเวียนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง แรงกายแรงใจทั้งหมดสลายหายไปในพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่าเธอกลายเป็นคนหมดเนื้อประดาตัวอย่างแท้จริงแล้ว ขณะที่ลลินหันหลังให้กับความอัปยศนั้นอย่างไม่แยแส ก่อนจะซบกายลงสู่อ้อมอกที่อบอุ่นและมั่นคงของคินน์อีกครั้ง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและชัยنةอันหอมหวานกำลังโอบล้อมทั้งคู่ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็สั่นขึ้น แรงสั่นสะเทือนที่ยาวนานผิดปกติทำให้คินน์ต้องหยิบมันขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเลขาฯ ส่วนตัวที่มักจะไม่โทรหาเขากลางดึกแบบนี้เว้นแต่จะมี ‘หายนะ’ เกิดขึ้นจริง ๆ คินน์กดรับสายโดยไม่ลังเล สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงรายงานจากปลายสาย
"นายครับ... ทางตระกูลใหญ่ฝั่งคุณพ่อส่งคนมาถึงสนามบินส่วนตัวแล้วครับ และคนที่นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำนั้นมาด้วย... คือคนที่พวกเราคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 18
ดีไซน์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!