ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 17

ค่ำคืนแห่งการเจรจา

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงเพชรเม็ดโตกระทบกับแก้วคริستัลในมือของวิเวียนช่างบาดหูเสียเหลือเกินในความรู้สึกของลลิน—แต่อย่าได้เข้าใจผิดค่ะ มันไม่ใช่เสียงแห่งความอิจฉาตาร้อน หากแต่เป็นเสียงรบกวนจังหวะการหายใจของพวกปลวกที่กำลังคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของคฤหาสน์ต่างหาก งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จครบรอบห้าปีของแบรนด์ *‘Lumière’* ที่วิเวียนโขโมยแบบร่างและลิขสิทธิ์ทั้งหมดไปจากมือของลลิน ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมระดับเจ็ดดาวใจกลางเมือง แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าสะท้อนกับชุดราตรีปักเลื่อมราคาแพงระยับของแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในสังคมไฮโซ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ควรจะชื่นมื่น กลับมีกระแสความตึงเครียดระอุอยู่เบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ "ลลิน... เธอยังกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกเหรอ? หน้าด้านเสียจริงนะ" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความสะใจดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาขวางทางของวิเวียน อดีตเพื่อนสนิทที่ตอนนี้สวมมงกุฎปลอมๆ เป็นดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้กวาดรางวัลระดับประเทศ วิเวียนกวาดสายตามองชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทของลลินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "อ้อ ฉันลืมไป... เธอน่าจะมาเพื่อขอดูงานของฉันสินะคะ เผื่อว่าจะเก็บเอาไปเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าโหลๆ ขายตามตลาดนัดในอนาคต" วิเวียนหัวคิกคักในลำคอ เรียกเสียงหัวเราะเห็นพ้องจากเหล่าเซเลบและบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นที่ยืนล้อมรอบ ลลินไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวังแม้แต่น้อยค่ะ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววพินิจพิจารณา ราวกับกำลังมองดูตัวตลกในคณะละครสัตว์ที่กำลังเต้นเร่าๆ บนกองไฟโดยไม่รู้ตัว เธอหมุนแก้วแชมเปญในมือช้าๆ ก่อนจะระบายยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้วิเวียนชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว "เสื้อผ้าโหลๆ หรือคะ? วิเวียน... เธอควรจะส่องกระจกดูชุดที่เธอกำลังใส่อยู่เสียก่อนนะ ว่ามันตัดเย็บด้วยตะเข็บเบอร์อะไร และที่สำคัญ..." ลลินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนวิเวียนเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "...ผลงานชิ้นเอกที่เธอเอามาอวดอ้างว่าเป็นของเธอนั้น มันมีรอยตำหนิที่ฉันจงใจซ่อนไว้เพื่อรอวันขุดหลุมฝังพวกปลวกอย่างเธอต่างหากล่ะคะ" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของลลิน วิเวียนหน้าถอดสี ขบกริมฝีปากแน่นด้วยความเคียดแค้น กำมือถือแก้วแชมเปญสั่นระริก "อีบ้า! เธอมันก็แค่ดีไซเนอร์ตกอับที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อผ้า! อย่ามาปากเก่ง—" "ใครว่าเธอไม่มีเงิน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ราวกับอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนติดลบ ทุกสายตาหันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างลลินอย่างสง่างาม ไอความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของ 'คินน์' ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งผู้กุมอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสื่อยักษ์ใหญ่ ปรมาจารย์ด้านเกมธุรกิจที่แม้แต่เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ยังต้องวิ่งมาต้อนรับด้วยตัวเอง ปรากฏกายขึ้นแล้วในที่แห่งนี้ คินน์ไม่ได้มองวิเวียนด้วยซ้ำ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเขากวาดมองไปรอบงาน ก่อนจะยกมือขึ้นโอบเอวบางของลลินไว้หลวมๆ ทว่าแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "สวัสดีครับทุกท่าน..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันหัวใจคนฟังให้จมดิ่ง "ผมมาที่นี่ในฐานะคู่หมั้น และ... ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเจ้าของแบรนด์ *‘Lumière’* ตัวจริง" คำว่า *'ตัวจริง'* พุ่งชนหน้าวิเวียนและผู้บริหารแบรนด์จอมปลอมเข้าอย่างจังจนหน้าชาผ่าว วิเวียนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะเอื้อนเอ่ย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่าข่าวลือเรื่องแบ็คอัพปริศนาของลลินนั้นเป็นความจริง และแบ็คอัพคนนั้นคือบุรุษที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ "คุณ... คุณคินน์คะ อย่าไปหลงกลยัยนี่นะ มันเป็นแค่—" วิเวียนเสียงสั่นเครือ พยายามจะแก้ตัว "หุบปาก." คินน์ตวาดกร้าวเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนวิเวียนสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปชนโต๊ะวางแก้วคริสตัลจนแตกกระจาย "คนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับผม คือคนที่ขโมยหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่นต่างหาก" คินน์หันมามองลลินด้วยแววตาที่อ่อนลงชั่วพริบตา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและอำนาจที่ล้นเหลือ ก่อนที่เขาจะส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดชุดสูทดำนับสิบชีวิตเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับเอกสารทางกฎหมายกองมหึหาและเจ้าหน้าที่ตำรวจยศใหญ่ระดับผู้บังคับการ "ลลิน..." คินน์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของหญิงสาว ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนทั้งงาน "อยากจะทวงคืนทุกอย่างในค่ำคืนนี้เลยไหมครับ? ผมเตรียมทุกอย่างไว้ให้คุณหมดแล้ว..." ลลินมองเอกสารในมือตำรวจสลับกับใบหน้าซีดเผือดของวิเวียน รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "ค่ะ... คินน์" ลลินตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อประกาศศักดาอย่างแท้จริง "ถึงเวลาคิดบัญชีทีละคนแล้วค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่ลลินกำลังจะเอ่ยปากเปิดโปงหลักฐานชิ้นสำคัญ ประตูบานใหญ่ทางด้านหลังห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตระกูลใหญ่ที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว... ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังคินน์และลลินโดยเฉพาะ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%