กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพงลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานสไตล์มินิมอลโทนเข้ม แต่บรรยากาศภายในห้องเวลานี้กลับร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเตาหลอม ลลินกำลังยืนเผชิญหน้ากับกองแบบร่างคอลเลกชันใหม่ที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นด้วยฝีมือของพวกคนอิจฉา ร่องรอยความเสียหายตรงหน้าไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง แต่คือหยาดเหงื่อและวิญญาณตลอดหลายวันที่เธอก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนักหน่วง
ดวงตากลมโตคู่สวยไหววับด้วยประกายความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้หลั่งน้ำมันแห่งความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นแม้แต่หยดเดียว เพราะลลินในยามนี้ไม่ใช่ดีไซเนอร์ตกอับที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่ที่เธอเลือกจะยืนหยัดสู้กลับด้วยศักดิ์ศรี
"คุณยังใจเย็นอยู่ได้ยังไงคะลลิน?" เสียงของเลขานุการสาวหน้าห้องดังแทรกเข้ามาด้วยความร้อนรน "พวกนั้นจงใจปล่อยข่าวเสียหายออกไปอีกแล้วนะคะว่าคุณขโมยดีไซน์ของวิเวียน! ตอนนี้กระแสในโซเชียลตีกลับจนแบรนด์พันธมิตรโทรมาขอถอนตัวแทบไม่ทันแล้วค่ะ!"
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวบาวยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยอย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง "ปล่อยให้พวกมันเห่าไปก่อนเถอะค่ะ... คนที่ขโมยของคนอื่นไป ต่อให้สวมชุดหรูหราแค่ไหน สุนัขก็ยังคงเป็นสุนัขวันยันค่ำ"
ทว่า ก่อนที่ลลินจะได้ก้าวออกไปจัดการปัญหาด้วยตัวเอง ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงของวิเวียนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ชี้นิ้วตรงมาที่ลลินด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง
"อุ๊ย! ยังมีหน้ามานั่งทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่อีกเหรอคะลลิน?" วิเวียนหัวเราะในลำคอ เสียงแหลมสูงนั้นบาดหูจนน่ารำคาญ "คิดว่าจะพลิกเกมกลับมาได้เหรอคะ? สภาพของเธอตอนนี้มันก็เป็นแค่เศษสวะที่รอวันล้มละลายเท่านั้นแหละ เลิกพยายามเกาะกระแสตระกูลใหญ่แล้วไสหัวออกไปจากวงการแฟชั่นได้แล้ว!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ลลินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เธอกลับยกแขนขึ้นกอดอกแล้วมองวิเวียนด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ฉากใหญ่
"คนที่ควรไสหัวออกไป... น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะวิเวียน" เสียงนุ่มทว่าทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น
"ปากดีนักนะ!" วิเวียนหน้าเสียด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าของลลินด้วยความหมั่นไส้ ทว่า...
หมรับ!
ข้อมือเรียวของวิเวียนถูกมือหนาของใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแรง แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนวิเวียนต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของมือคู่นั้นก็คือคินน์—ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหลังลลินมาโดยตลอด
ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีของคินน์จ้องมองวิเวียนด้วยแววตาเย็นยะเยือกจนน่ากลัว อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับตกลงสู่จุดเยือกแข็ง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนวิเวียนถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างควบคุมไม่ได้
"ใครอนุญาตให้เธอแตะต้องตัวเธอ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน ทีละคำ... ชัดเจน... และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
คินน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ชายที่ยืนมองอยู่ห่างๆ อีกต่อไปแล้ว ในวินาทีนี้ เขาก้าวเข้ามายืนชิดติดตัวลลินจนไหล่แกร่งแทบจะแนบชิดกับร่างบางของเธอ ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมลลินไว้ รัศมีความดุดันและปกป้องทำเอาวิเวียนถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก
"คะ... คุณคินน์คะ คือว่าฉัน..." วิเวียนเสียงสั่นเครือ ละล่ำละลักแก้ตัวไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่แท้จริง
"จำใส่กะโหลกไว้ซะ" คินน์ปัดมือวิเวียนออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก "ผู้หญิงคนนี้... ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ฉันก็ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลาย ต่อให้ต้องซื้อทั้งตระกูลของเธอเพื่อเอามาเช็ดรองเท้าให้ลลิน ฉันก็ทำได้... ไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนกวาดล้างบริษัทของเธอให้หายไปจากแผนที่โลกภายในสามนาที!"
วิเวียนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หล่อนรีบหันหลังวิ่งหนีออกไปจากห้องราวกับคนเสียสติท่ามกลางความเงียบงัน
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของลลินกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินเส้นกั้นทำให้เธอนิ่งงัน ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับคินน์ที่ก้มมองเธอลงมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นประสานเสียงกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายด้วยมือข้างเดียวโดยที่สายตายังคงจ้องมองใบหน้าเนียนของลลินไม่วางตา
"มีอะไร?" คินน์กรอกเสียงลงไป
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เสียงทุ้มเคร่งเครียดของเลขาคนสนิทจะรายงานข้อมูลสะเทือนขวัญที่เปลี่ยนเกมทั้งหมดในพริบตา "นายครับ... แผนกบัญชีตรวจสอบพบเส้นทางการเงินล่าสุดแล้วครับ ยอดเงินสามร้อยล้านที่ถูกโอนออกจากบัญชีลับของตระกูล... ปลายทางไม่ได้ถูกส่งไปที่บริษัทของวิเวียนอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้..."
คินน์ชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย "แล้วมันไปไหน?"
"มันถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ... คุณพ่อของคุณเองครับนาย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 9
ความใกล้ชิดที่เกินเส้นกั้น
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!