กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงในค่ำคืนนี้ ช่างเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยียบในห้องสอบสวนส่วนตัวของสถานีตำรวจกลางเมือง เครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจของลลินที่เต้นระรัวด้วยความคับแค้น เอกสารสิทธิ์ในคอลเลกชันแฟชั่นล่าสุดถูกวางหราอยู่ตรงหน้า บนนั้นมีลายเซ็นของเธอ—หรือสิ่งที่วิเวียนอดีตเพื่อนสนิทปลอมแปลงขึ้นมาอย่างแนบเนียน เพื่อยัดเยียดข้อหาขโมยผลงานลิขสิทธิ์ของบริษัทตัวเอง
"เซ็นชื่อรับทราบข้อกล่าวหาซะ ลลิน เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทางแบรนด์ *L’Aura* ของคุณวิเวียนเขาไม่เอาเรื่องถึงติดคุก แค่ให้ชดใช้ค่าเสียหายสิบล้านบาท... ซึ่งเธอก็คงไม่มีปัญญาจ่ายอยู่ดี" ร้อยตำรวจเอกนายนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระระอา สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ราวกับเธอกำลังขอเศษทาน
ลลินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงพายุแห่งความแค้น เธอยกมือขึ้นทัดผมปรกหน้าอย่างใจเย็น แม้สภาพเสื้อผ้าจะยับยู่ยี่และเนื้อตัวมอมแมมจากการถูกลากตัวมาสอบสวนกะทันหัน แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับสว่างวาบราวกับเพชรเม็ดงามที่ถูกกดทับด้วยโคลนตม ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเหยียบย่ำเธอ
สิบล้านบาทงั้นหรือ? สำหรับวิเวียนที่ตอนนี้ก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของวงการแฟชั่นบนหยาดเลือดและคราบน้ำตาของเธอ มันคงเป็นเงินแค่เศษเสี้ยวเดียว แต่สำหรับลลินในยามนี้ที่บัญชีธนาคารเหลือเงินไม่ถึงหลักร้อย มันคือตัวเลขที่บีบให้คนคนหนึ่งต้องกระโดดตึกตายได้เลยทีเดียว
"ถ้าฉันบอกว่า ลายเซ็นนั้นไม่ใช่ของฉันล่ะคะคุณตำรวจ..." ลลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิทจนนายตำรวจชะงัก "หรือต่อให้มันเป็น... คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าคนอย่างวิเวียนจะกล้าปล่อยฉันไปง่ายๆ แค่เพราะเงินสิบล้าน?"
แกร๊ก—!
เสียงผลักประตูห้องสอบสวนเปิดออกอย่างไร้มารยาท ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นเตรียมจะอ้าปากด่าทอด้วยความโมโห แต่ทว่า... เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปสีชาโคล เนื้อผ้าชั้นดีทิ้งตัวอย่างสมบูรณ์แบบ และกลิ่นอายความกดดันระดับมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลง คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอทันที
คินน์...
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาพร้อมกับการ์ดต้อนรับหรือเสียงประกาศก้อง แต่การก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวของเขากลับทำให้ห้องสอบสวนแคบๆ นี้ดูคับแคบลงถนัดตา นัยน์ตาสีเข้มคมกริบดั่งเหยี่ยว มองปราดเดียวก็รู้ว่าผ่านการควบคุมอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้านมาโชกโชนแค่ไหน เขาไม่แม้แต่จะชายตานองมาที่ร้อยตำรวจเอกผู้ยศสูงกว่าด้วยซ้ำ สายตาคู่นั้นหยุดนิ่งอยู่ที่ลลิน... พิจารณาร่างระหงที่นั่งหลังตรงท้าทายความอยุติธรรมอย่างไม่เกรงกลัวใคร
"ปล่อยเธอซะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และราบเรียบจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น เพียงประโยคเดียวแต่กลับสร้างความกดดันให้ทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
"เอ่อ... ขอประทานโทษครับ ท่านคือใคร? นี่เป็นคดีอาญาเรื่องลิขสิทธิ์..." ร้อยตำรวจเอกพยายามจะชักสีหน้าใส่เพื่อรักษาฟอร์ม แต่เมื่อการ์ดชุดสูทสีดำด้านหลังคินน์ก้าวเข้ามาวางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะ พร้อมกับตราประทับกระทรวงมหาดไทยและชื่อตึกธุรกิจใจกลางเมืองที่ใครก็รู้จัก หน้าของนายตำรวจก็ซีดเผือดลงทันที
คินน์ปรายตามองเอกสารคดีบนโต๊ะด้วยความรังเกียจราวกับมันเป็นขยะเปียก ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามลลิน ดวงตาคมกริบมองสำรวจรอยช้ำจางๆ ที่ข้อมือของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นประสานสายตากับเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก
"สิบล้านบาท... แลกกับการเอาศักดิ์ศรีไปให้ผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นเหยียบย่ำ ดีไซเนอร์อัจฉริยะอย่างคุณ คิดได้แค่นี้เองหรือครับ ลลิน" น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายที่ทำเอาลลินต้องหรี่ตามองอย่างระแวดระวัง
"คุณเป็นใคร? และต้องการอะไรจากฉัน..." ลลินถามกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้สถานการณ์ตอนนี้เธอจะเป็นฝ่ายจนมุม แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อซ้ำเติม
คินน์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนหัวใจของคนที่พบเห็น เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทที่ทำจากโลหะไทเทเนียมสลักชื่อด้วยด้ายทองคำแท้มาตรงหน้าเธอ บนนั้นมีเพียงชื่อของเขาและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่ทั้งโลกมีไม่ถึงห้าคนเท่านั้นที่ถือครอง
"ผมชื่อคินน์... และผมมีข้อเสนอที่คุณไม่มีวันปฏิเสธได้" เขากล่าวพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษเพศและน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกันจนลลินต้องผะแผ่ว "คุณอยากได้อาณาจักรแฟชั่นคืนไหมล่ะ? อยากเห็นวิเวียนคุกเข่าร้องขอชีวิตต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วประเทศหรือเปล่า?"
หัวใจของลลินกระตุกวูบ ข้อเสนอนั้นช่างหอมหวานและเย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธ ราวกับปีศาจยื่นผลไม้ต้องห้ามมาให้ในวันที่เธอกำลังจะอดตาย แต่ในโลกนี้ไม่มีของฟรี...
"แล้วฉันต้องแลกด้วยอะไรคะ?" เธอถามเสียงเฉียบขาด ไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างถูกใจ ผู้หญิงตรงหน้าช่างน่าสนใจเสียจริง ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่หลงกลคำขู่ และที่สำคัญ... เธอยังมีความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้นอย่างเต็มเปี่ยม
"แลกกับการจดทะเบียนสมรสกับผม... และมาเป็นราชินีเคียงบัลลังก์อาณาจักรธุรกิจของผมไงล่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ลลินยังไม่ทันได้อ้าปากตอบรับหรือปฏิเสธ ประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดอีกครั้งพร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอเองที่ดังแผดเสียงขึ้นมาในความเงียบ บนหน้าจอโชว์ชื่อของ "วิเวียน" ที่โทรเข้ามาเยาะเย้ย และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... คินน์ก็ยื่นมือเรียวยาวมารับโทรศัพท์แทนเธอ กดเปิดสปีดสปีกเกอร์ แล้วเลื่อนมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างใจเย็น
"ลลิน! แกคงกำลังนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ในคุกสินะ ฮ่าๆๆ ยอมรับความจริงเถอะว่าแกมันก็แค่ดีไซเนอร์ตกอับ ไร้ค่า ไม่มีวันกลับมาเหยียบจุดเดียวกับฉันได้หรอก!" เสียงแหลมสูงของวิเวียนกรีดร้องทะลุโทรศัพท์เข้ามาด้วยความสะใจ
ลลินยังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้ตอบ คินน์ก็เป็นฝ่ายยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เธอเงียบไว้ ร่างสูงขยับเข้าใกล้ไมโครโฟนของโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และทรงอำนาจจนคนปลายสายต้องสะดุดกลมกลืนไปกับความเงียบ
"ขอโทษทีนะครับคุณวิเวียน... พอดีว่าตอนนี้ภรรยาของผม กำลังยุ่งอยู่กับการเซ็นสัญญากวาดซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคุณ... และเตรียมตัวเป็นเจ้าของคนใหม่ในอีกสามวินาทีข้างหน้า"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 2
ข้อเสนอจากคนแปลกหน้า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!