“ยอดเงินในบัญชีของคุณเหลือศูนย์บาทถ้วนค่ะ คุณลลิน”
เสียงของเจ้าหน้าที่ธนาคารสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของลลินราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจ เอกสารจำนวนหลายสิบหน้าที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นเทาตามแรงสะท้อนของลมหายใจที่กระชั้นถี่ กระดาษเหล่านั้นไม่ใช่แค่เพียงใบแจ้งหนี้หรือคำฟ้องร้อง แต่มันคือใบมรณบัตรที่ถูกตีตราประทับลงบนหยาดเหงื่อแรงงานและจิตวิญญาณตลอดสิบปีที่เธออุทิศให้กับวงการแฟชั่น
ลลินไม่ได้ร้องไห้ ความเจ็บปวดระดับที่ดึงเอาลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกไปจากร่างเช่นนี้ มากเกินกว่าที่น้ำตาหยดเดียวจะไหลรินออกมาได้ นัยน์ตาคู่คมกริบที่เคยเปล่งประกายความมั่นใจยามวาดลวดลายลงบนผืนผ้า บัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและประกายไฟแห่งความแค้นที่สุมแน่นจนแทบแผดเผา
“พวกเราได้ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดจากทางทนายความของฝั่งคุณวิเวียนแล้วนะคะ” เจ้าหน้าที่คนเดิมยังคงทำหน้าที่อย่างไร้ความรู้สึก “ชุดคอลเลกชัน ‘Aura of Eclipse’ ที่คุณนำเสนอเมื่อสัปดาห์ก่อน มีแพทเทิร์น การตัดเย็บ และแนวคิดดีไซน์ที่ตรงกับทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียนไว้ก่อนหน้าโดยบริษัท V-Chic ของคุณวิเวียนทุกประการ ทางเราจึงจำเป็นต้องอายัดทรัพย์สินทั้งหมด และดำเนินคดีฟ้องร้องล้มละลายตามกฎหมายค่ะ”
วิเวียน... เพื่อนรักที่เธอกอดคอกินนอนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย คนที่เคยนั่งจับมือกันร้องไห้ในวันที่ไม่มีแม้แต่เงินซื้อเศษผ้ามาตัดชุด คนที่ลลินยอมแบ่งปันทุกไอเดียและให้ความช่วยเหลือมาตลอด
“ฉันไม่ได้ลอก”
เสียงของลลินแหบพร่าแต่กลับทรงพลังจนเจ้าหน้าที่สาวถึงกับชะงัก ร่างเพรียวระหงในชุดสูทสีเข้มลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงสง่าและท่าทีที่ไม่ได้ก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ลลินกวาดสายตามองเอกสารฟ้องร้องเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่จ้องมองรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“ของปลอมก็คือของปลอมค่ะ ต่อให้เธอจะขโมยแพทเทิร์นหลักไปได้ แต่เธอก็ไม่มีทางลอกเลียนแบบ ‘จิตวิญญาณ’ ของรอยเย็บฝั่งซ้ายที่ฉันตั้งใจซ่อนไว้เพื่อเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวได้หรอก” ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเด็ดเดี่ยว “ฝากบอกคุณวิเวียนด้วยนะคะ ว่าของที่ขโมยไป... ต่อให้สวมจนเน่าคาตัว มันก็ไม่มีวันกลายเป็นของเธออย่างแท้จริงหรอกค่ะ”
พูดจบ ลลินก็คว้ากระเป๋าหนังคู่ใจแล้วก้าวเดินออกจากห้องประชุมของธนาคารด้วยหลังที่เหยียดตรง ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อนวอน ไม่มีความจำเป็นต้องร้องขอความเห็นใจ ในเมื่อเกมนี้ถูกกำหนดให้เธอต้องพ่ายแพ้จนหมดตัว งั้นเธอก็จะใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่ทั้งหมด กระชากหน้ากากของคนที่ทรยศเธอออกมาประจานต่อหน้าคนทั้งโลกให้จงได้!
ก้าวแรกที่เดินพ้นประตูตึกกระจกสูงระฟ้า ลมหนาวช่วงค่ำคืนของมหานครแห่งแฟชั่นก็พัดปะทะเข้ากับใบหน้าเนียนละเอียด แสงไฟนีออนนับล้านดวงส่องประกายระยิบระยับเย้ยหยันความตกอับของเธอ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแผדเสียงสั่นเตือนไม่หยุดหย่อน ข้อความและคอมเมนต์นับแสนบนโลกโซเชียลต่างรุมประณามเธอว่า ‘ดีไซเนอร์จอมก๊อปปี้’ ‘ขอทานผู้ขโมยผลงานเพื่อนสนิท’ และ ‘ตัวตลกที่ควรไสหัวออกไปจากวงการ’
สำนักข่าวหลายสำนักดักรออยู่ด้านล่าง ทันทีที่เห็นร่างของลลินก้าวออกมา แฟลชจากกล้องนับร้อยก็สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เสียงตะโกนถามคำถามเสียดสีดังระงม
“คุณลลินคะ! มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างที่ถูกเพื่อนสนิทฟ้องข้อหาขโมยผลงาน?”
“คุณตั้งใจจะเอาเงินจากไหนมาใช้หนี้ร้อยล้านคะ หรือว่าจะใช้วิธีอื่นในการชดใช้?”
ลลินหยุดยืนอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชที่แสบตา เธอไม่ได้หลบตา ไม่ได้ยกมือขึ้นมาบังใบหน้า เธอกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มเย้ยหยันให้กับเลนส์กล้องทุกตัวอย่างไร้ความหวาดกลัว ความเย่อหยิ่งและสง่างามในวินาทีที่ตกอับถึงขีดสุดนี้ ทำให้เหล่านักข่าวถึงกับชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงก่นด่ารอบตัว จู่ๆ บรรยากาศรอบด้านก็เงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่บินแหวกนภาลงมาจอดบนลานจอดดาดฟ้าของอาคารใกล้เคียง สร้างแรงลมมหาศาลจนเส้นผมของลลินปลิวไสว
กลุ่มชายชุดดำสากลเข้ารูปนับสิบคนเดินแหวกฝูงชนและนักข่าวออกเป็นสองฝั่งอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีก็ก้าวออกมาจากเงามืดของรถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างเงียบเชียบ
ผู้ชายคนนั้น... ดวงตาคมกราบดั่งพญาอินทรี กรามได้รูปขบเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ รัศมีแห่งอำนาจและอิทธิพลที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับให้ทุกสรรพสิ่งรอบกายต้องยอมสยบ คินน์ ทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งผู้กุมอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสื่อยักษ์ใหญ่ ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยซ้ำ บัดนี้เขากลับก้าวมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าลลินด้วยแววตานิ่งสนิทที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะคาดเดา
คินน์ปรายตามองเหล่านักข่าวและกล้องที่จ่ออยู่รอบตัวด้วยหางตาก่อนจะแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ที่ทำเอาทุกคนถึงกับขนลุกซู่
“ใครอนุญาตให้พวกแก... มายืนเห่าใส่ว่าที่ภรรยาของฉันเสียงดังขนาดนี้กันหรอก?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากบทแรกไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 1
วันที่สูญสิ้นทุกอย่าง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะดีไซเนอร์ตกอับ: ฉบับคืนชีพอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!