เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 3

รสชาติที่ถูกสั่งห้าม

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* เบาหวิว ทว่าคมกริบจนบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทสามกระบอกพุ่งทะลวงความมืดเข้ามาในห้องครัวแคบๆ ของเซฟเฮาส์ พร้อมๆ กับเงาร่างทะมึนของชายชุดดำที่เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ทว่า… ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกจากคนที่ควรจะกลัวจนขาสั่น “ช้าไปสามวินาที” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด อาคเนย์ไม่ได้ขยับเขยื้อnกายออกจากเก้าอี้ตัวเดิมแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองผู้บุกรุกด้วยความสมเพชเวทนามากกว่าหวาดกลัว ก่อนที่กระบอกปืนจะทันได้ลั่นไก ร่างของชายชุดดำคนแรกก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเสียงวัตถุบางอย่างปักเข้าที่ลำคอ—มันคือมีดทำครัวด้ามสั้นสเตนเลสสตีลที่ถูกปามาด้วยความแม่นยำระดับปรมาจารย์ คินน์ยืนถือตะหลิวอยู่ในมือ ดวงตากลมโตตวัดมองผลงานตัวเองด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ มากกว่าจะตกใจกับสถานการณ์ความเป็นความตาย “เกะกะ” เชฟหนุ่มพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างเหลืออด “พวกนายทำให้ครัวฉันสกปรก รู้ไหมว่ากว่าฉันจะเช็ดเคาน์เตอร์นี้ให้เงางามมันใช้เวลานานแค่ไหน แถมกลิ่นคาวเลือดพวกนี้ยังจะมาทำลายกลิ่นอายของวัตถุดิบหมดอีก!” บรรยากาศที่ควรจะนองเลือดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายมรณะ กลับถูกทำลายลงด้วยความจู้จี้จุกจิกของเชฟหนุ่มอีโก้สูงลิ่ว อาคเนย์เกือบจะหลุดยิ้มออกมาหากสถานการณ์ตรงหน้าจะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ชายชุดดำอีกสองคนที่เหลือตั้งท่าจะเหนี่ยวไกใส่คนปากกล้า ทว่าบอดี้าร์ดมือดีของอาคเนย์ที่ซุ่มอยู่รอบนอกก็พุ่งเข้าจัดการล็อกตัว กดกระแทกกับพื้นครัวจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ “เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เลอะเทอะ” อาคเนย์ออกคำสั่งเสียงเรียบ สายตาไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังบางของคนที่ยังยืนกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าเตา “นายสั่งใครเก็บกวาดไม่ทราบ? นี่มันครัวฉัน!” คินน์หันขวับมาเอาเรื่อง ดวงตาสวยเฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ “แล้วก็นะ ไอ้มุกส่งมือปืนมาอวดเบ่งเนี่ย เลิกเล่นสักทีเถอะค่ะคุณนักธุรกิจใหญ่ ถ้าจะตายเพราะโดนลูกหลงจากสงครามประสาทของคุณ ฉันขอเลือกเอาหัวโขกเตาตายเองยังจะดีเสียกว่า!” “พูดมากน่าคินน์” อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดร่างโปร่งที่เอาแต่ยืนเชิดหน้าชูคอไม่ยอมลดละ ความสูงของชายหนุ่มทำให้คินน์ต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ทว่าแววตาดื้อรั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนแม้แต่น้อย “ถ้าฉันไม่ส่งคนมาลองใจ นายคิดเหรอว่าจะรอดพ้นจากพวกหมาลอบกัดข้างนอกนั่นได้?” “ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่เคยขอให้ใครมาช่วย… อุ๊บ!” ยังไม่ทันที่คินน์จะได้เถียงต่อ อาคเนย์ก็เอื้อมมือไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจางๆ จากตัวเชฟหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวนักธุรกิจหนุ่มให้อยากแกล้งคนปากเก่งให้เข็ดหลาบ “ปล่อยนะ! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” คินน์ดิ้นขลุกขลัก มือเรียวระดมทุบอกแกร่ง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสั่นสะเทือนคนตัวโตได้ อาคเนย์กลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ก้มใบลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ขยับเถียงไม่หยุด “ถ้ายังดื้อดึงไม่เลิก ฉันจะจูบปิดปากนายตรงนี้แหละ… เอาไหมล่ะ?” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ แก้วเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่ถูกต้อนจนมุม คินน์เม้มปากแน่นสนิท ยอมสงบปากสงบคำลงทันทีเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าหน้ามืดตามัวทำจริงแน่ๆ “หึ รู้จักกลัวเป็นเหมือนกันนี่” อาคเนย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างนึกเสียดาย คินน์รีบถอยหลังกวาดสายตาหนีความร้อนผ่าวบนใบหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เชฟหนุ่มสะบัดหน้าหนี พยายามดึงสติกลับมาที่เตาไฟตรงหน้า ซึ่งหม้อซุปที่เคี่ยวไว้กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง “อาหารเสร็จแล้ว” คินน์บอกเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกด้วยการตักน้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีตบรรจง วางลงบนโต๊ะตรงหน้าอาคเนย์ด้วยท่าทางกระแทกกระทั้นเล็กน้อย “เชิญเสด็จชิมค่ะ ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ หวังว่าลิ้นทองคำของคุณจะแยกแยะรสชาติที่เหนือกว่าขยะทั่วไปได้นะ” อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นั่งลงที่เก้าอี้ หยิบช้อนเงินขึ้นมาตักน้ำซุปช้าๆ เข้าปาก ดวงตาคมกريบหลับลงเพื่อซึมซับรสชาติ ทว่าผ่านไปหลายวินาที ชายหนุ่มก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำชมออกมาสักคำ คินน์ยืนกอดอกลุ้นระทึก ถึงปากจะบอกว่าไม่แคร์ แต่อีโก้ของเชฟอัจฉริยะค้ำคออยู่เต็มอก ชายหนุ่มจ้องมองปฏิกิริยาของนักธุรกิจหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “จืดชืด” คำเดียวสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป อาคเนย์วางช้อนกระทบชามเสียงดัง *เคร้ง* สายตาคมกวาดมองชามซุปด้วยความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง “นี่น่ะเหรอฝีมือของเชฟอัจฉริยะที่คุยนักคุยหนา? น้ำซุปไร้จิตวิญญาณ ความกลมกล่อมหายไปไหนหมด? เหมือนเอาน้ำเปล่าต้มผักโรยเกลือธรรมดาๆ มากกว่า” “ว่ายังไงนะ?!” คินน์ปรี่เข้ามาทุบโต๊ะโครมใหญ่ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะพ่นไฟออกมา “คุณไม่มีลิ้นรับรสต่างหากเล่า! นั่นคือซุปใสคอนซอมเม่ (Consommé) สูตรดั้งเดิมที่ต้องใช้ความประณีตในการเคี่ยวและกรองไขมันออกจนหมด เพื่อคงรสชาติบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ! มันไม่ได้จืด แต่มันคือความสะอาดและลุ่มลึกต่างหากที่คุณเข้าไม่ถึง!” “รสชาติที่ต้องอธิบายเป็นหน้ากระดาษถึงจะเข้าใจ มันก็แค่ความล้มเหลวในการทำอาหาร” อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด “อาหารที่ดี ไม่ต้องให้คนทำมานั่งแก้ตัว ลูกค้าจ่ายเงินเพื่อความพึงพอใจ ไม่ใช่มานั่งฟังปรัชญาความสะอาดบ้าบออะไรนี่” “คุณมัน… ไอ้คนไร้รสนิยม!” คินน์โกรธจนตัวสั่น มือเรียวคว้าชามซุปตรงหน้าขึ้นมาหมายจะเทราดหัวคนกวนประสาทให้หายแค้น “ถ้ามันแย่นัก ก็ไม่ต้องกิน!” “เดี๋ยว!” อาคเนย์คว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แรงบิดเพียงเล็กน้อยทำให้ชามซุปเกือบจะหกเลดลอด ทั้งสองคนยื้อยุดกันไปมา จนกระทั่งร่างของคินน์เสียหลักเซถลาล้มลงไปบนตักแกร่งของอาคเนย์พอดี! ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในระยะประชิด ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอเมเม้มแน่นด้วยความเคืองโกรธ ก่อนที่สายตาของอาคเนย์จะอ่อนแสงลง กลายเป็นความลึกซึ้งที่ร้อนแรงจนคินน์แทบหยุดหายใจ “รสชาตินี้ต่างหาก…” อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก นำนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา “ที่ฉันสั่งห้ามไม่ให้ใครได้ลิ้มลองนอกจากฉันคนเดียว” คินน์เบิกตากว้าง สมองขาวโพลน หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าหามากกว่านั้น เสียงเคาะประตูดัง *ก๊อกๆๆ* สามครั้งอย่างเร่งรีบก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพู “คุณอาคเนย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ สายรายงานว่าคนของตระกูลศัตรูกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ พร้อมกับ…” เสียงรายงานของผู้ช่วยหนุ่มที่หน้าประตูห้องสะดุดกึกลงทันที พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยบุคคลที่สามที่ไม่คาดฝัน! ดวงตากลมโตของคินน์เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู—คนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ และเป็นคนเดียวที่จะลากพวกเขาทั้งคู่ลงสู่นรกขุมที่ลึกกว่าเดิม! . . . *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อเชฟตัวแสบกับเจ้าพ่อสายเปย์ของเรานะคะ แล้วมาติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ*
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%