เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 2

ยินดีต้อนรับสู่กรงทอง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ก็ตัวคุณเองไง... เชฟคนเก่ง" ประโยคทิ้งท้ายที่ยังลอยวนอยู่ในโสตประสาท ทำให้คินน์อยากจะคว้าจานเซรามิกราคาแพงบนเคาน์เตอร์มาปาใส่หน้าคนพูดเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าความจริงอันโหดร้ายคือ ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่กลางห้องครัวสไตล์เพนต์เฮียสสุดหรูที่กว้างเสียยิ่งกว่าอพาร์ตเมนต์เก่าครึ่งหลังของเขาเสียอีก รอบตัวรายล้อมไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวนำเข้าราคาเหยียบหลักล้าน แต่กลับไร้ซึ่งอิสรภาพอย่างสิ้นเชิง กรงทอง... คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวทันทีที่ประตูนิรภัยปิดล็อกลงอัตโนมัติ คินน์สะบัดหน้าไล่ความหงุดหงิดออกไป ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองไปยังร่างสูงสง่าของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม อาคเนย์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูทเต็มยศเหมือนตอนที่เจอกับเขาครั้งแรกที่หน้าสำนักงานประมูลหนี้ เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นกำลังจ้องมองเขามานิ่งสนิท ทว่าลึกล้ำเสียจนคาดเดาความคิดไม่ได้ "มองพอใจหรือยังครับ เชฟคินน์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษชัดๆ "ถ้ามองแล้วจะทำให้คุณปล่อยผมออกไปจากที่นี่ได้ ผมคงต้องมองคุณทั้งวันจนกว่าจะตาบอดนั่นแหละครับ" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง อีโก้ในฐานะเชฟมือหนึ่งค้ำคออยู่ เขาไม่มีวันก้มหัวให้คนที่ใช้อำนาจเงินซื้อตัวเขามาขังไว้เด็ดขาด อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาโต้ตอบที่เผ็ดร้อนเกินคาดทำให้แววตาของนักธุรกิจหนุ่มพราวระยับขึ้นมาวบหนึ่ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างเพรียวของเชฟหนุ่มทีละน้อยทีละน้อย จนคินน์ต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวเย็นเฉียบ "ปากเก่งเสียจริงนะ... หวังว่าฝีมือในครัวจะรสชาติจัดจ้านเหมือนคำพูดของคุณด้วยก็แล้วกัน" อาคเนย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนคินน์ต้องกลั้นหายใจ "ผมไม่ใช่ลูกน้องของคุณ และไม่ได้สมัครมาเป็นเชฟส่วนตัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!" คินน์เงยหน้าขึ้นสู้สายตา มือเรียวผลักอกอีกฝ่ายออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเพราะระยะห่างที่อันตรายเกินไปนี้ "คุณเอาสัญญาบ้าๆ นั่นมาขู่ผม ลักพาตัวผมมาที่นี่... แบบนี้มันผิดกฎหมายนะ คุณอาคเนย์!" "กฎหมายเหรอ?" อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหู ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของคนอวดดี "ในโลกของผม... อำนาจและเงินสดคือตัวบทกฎหมายที่แท้จริง และตอนนี้... คุณคือทรัพย์สินที่ผมประมูลมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว เพราะฉะนั้น หน้าที่ของคุณมีเพียงอย่างเดียวคือทำอาหารให้ผมกิน จนกว่าผมจะพอใจ" "คุณมันบ้า!" คินน์กัดฟันกรอด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกอัปยศอดสูและคับแค้นใจผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก "คิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรกับชีวิตใครก็ได้งั้นเหรอ? ต่อให้คุณเอาปืนมาจ่อหัวผม ผมก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้มาเฟียหน้าเลือดอย่างคุณหรอก!" คำว่า 'มาเฟียหน้าเลือด' ดูจะถูกใจเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ไม่น้อย อาคเนย์ไม่โกรธเลยสักนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าคมคาย นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะปลายคางมนของคนพยศ บังคับให้เชฟหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้ต้องรับรู้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างคนทั้งคู่ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้... น่าจับจูบให้หายดื้อเสียจริง" อาคเนย์กระซิบเสียงพร่า สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกกระหายใคร่รู้บางอย่าง คินน์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาคุกคามที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่นั้น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวโดยไม่ได้รับอนุญาต หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นการเต้นรัวระรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นตระหนก "ถอยไปนะ..." คินน์พยายามเปล่งเสียงให้แข็งกร้าวที่สุด ทว่าความสั่นพร่าในน้ำเสียงกลับทรยศเจ้าของเสียสนิท "ถ้าไม่อยากให้มื้อเย็นของคุณกลายเป็นยาพิษ ก็ถอยออกไปห่างๆ ผมเดี๋ยวนี้!" อาคเนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะยอมผละตัวออกถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากเรือนร่างเพรียวบางของเชฟหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียว ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด "ผมให้เวลาคุณทำความคุ้นเคยกับห้องครัวนี้หนึ่งชั่วโมงวัตถุดิบชั้นดีทุกอย่างถูกเตรียมไว้ให้หมดแล้ว... อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมหวังว่าจะได้เห็นอาหารค่ำที่สมบูรณ์แบบบนโต๊ะอาหาร" พูดจบ อาคเนย์ก็หมุนตัวเดินกลับไปยังประตูทางออก "เดี๋ยวสิ!" คินน์ตะโกนไล่หลัง "ผมบอกตอนไหนว่าจะทำให้คุณ!" อาคเนย์หยุดเดินชั่วขณะ ชายหนุ่มเหลือบสายตากลับมามองเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ "ถ้าอาหารมื้อนี้ทำให้อารมณ์ดีไม่ได้... ผมอาจจะเปลี่ยนใจจากการกักบริเวณคุณในเพนต์เฮาส์ เป็นการพาคุณไป 'ดินเนอร์' ส่วนตัวที่โกดังเก็บสินค้าของผมแทน... เลือกเอาเองก็แล้วกันว่าจะทำต้มยำกุ้งรสเลิศ หรือจะไปนั่งนับกระสุนปืนเล่นกับลูกน้องผม" สิ้นคำพูดนั้น อาคเนย์ก็ก้าวเดินออกไปพร้อมกับเสียงล็อกประตูดัง 'คลิก' สะท้อนก้องความเงียบงันภายในห้อง คินน์ยืนตัวแข็งทื่อ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก เชฟหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่กว้างใหญ่ราวกับสนามประลอง ก่อนจะสะดุดตากับวัตถุดิบชั้นเลิศราคาแพงระยับที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนั้นมันปีศาจชัดๆ! คินน์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างฮึดฮัด ตั้งท่าจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรมาทำอาหารประชดชีวิตสักจาน ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับไฟสีแดงฉานที่กะพริบวาบไปทั่วเพดานเพนต์เฮาส์ *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* คินน์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองทางประตูด้วยความตกใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ห้องนี้ด้วยความรีบร้อน และก่อนที่สมองจะทันได้ประมวลผลอะไร บานประตูนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกสนิทด้วยระบบของอาคเนย์ กลับถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายชุดดำแปลกหน้าสามคนพุ่งพรวดเข้ามาในห้องครัว พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงในมือที่ยกเล็งตรงมายังทิศทางที่เขายืนอยู่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%