ใบแจ้งหนี้สีแดงฉานบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนราคาแพงสะท้อนเข้าตา คินน์มองมันด้วยแววตาเรียเฉย ราวกับตัวเลขหกหลักที่พะอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่ความหายนะของ "แซงก์ทัวรี" ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ได닝ที่เขาใช้หยาดเหงื่อและจิตวิญญาณทั้งชีวิตสร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดา
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้ง—ทุ้ม หนักแน่น และไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจ คินน์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบซอสเกรวีจางๆ บนถาดทองแดงให้สะอาดเอี่ยม ไร้ที่ติ ราวกับว่าภายนอกนั้นไม่มีใครยืนรออยู่
แต่คนที่ยืนรอนั้น... ไม่ใช่เจ้าหนี้ธรรมดา และไม่ใช่ลูกค้าที่เขาอยากต้อนรับ
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักเพียงครั้งเดียว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาโคลตัดเย็บอย่างประณีตปรากฏขึ้น กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงปะปนมากับกลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืน อาคเนย์กวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพร้านอาหารที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างเพรียวของเชฟหนุ่มผู้ยืนกอดอกรออยู่หลังเคาน์เตอร์
"มาช้าไปสามนาทีสิบสองวินาทีครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันลืมไปว่าคุณไม่ใช่คนตรงต่อเวลาในครัว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คินน์อยากจะคว้ามีดเชฟด้ามโปรดมาปักลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้าเสียจริง
"ถ้าไม่อยากตายคาห้องครัวของฉัน ก็หุบปากแล้วเซ็นสัญญาซะ อาคเนย์" คินน์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกกดดันจนมุม ความอีโก้สูงลิ่วของเชฟอัจฉริยะไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งคนที่ถือเช็คเงินสดมูลค่ามหาศาลเพื่อปลดหนี้ทั้งหมดให้เขาก็ตาม
อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าหงุดหงิด เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเคาน์เตอร์เหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้าเนียนที่รั้นระคนเคร่งเครียดของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์
"ปากเก่งเสียจริงนะ... เชฟคินน์" อาคเนย์ลากเสียงยาวอย่างนึกสนุก ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นสัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะ "แต่คนที่กำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน และร้านอาหารที่รักนักรักหนากำลังจะถูกยึดภายในสิบสองชั่วโมงข้างหน้า... ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับฉันทั้งนั้น"
คินน์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความจริงข้อนั้นเจ็บปวดเสียจนเขาไม่อยากยอมรับ ร้านนี้คือบ้าน คือความภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้จากพ่อ แต่เพราะความผิดพลาดในการบริหารและพิษเศรษฐกิจ ทำให้เขาต้องตกอยู่ในกำมือของมาเฟียหนุ่มจอมเผด็จการคนนี้
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย" คินน์เชิดหน้าขึ้น แม้ใจจะสั่นไหวกับสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายส่งมา "และงานที่คุณเสนอ... การไปทำอาหารใน 'สถานที่ปิดตาย' บ้าบออะไรนั่น มันฟังดูเหมือนกับดักมากกว่างานเลี้ยง"
"ฉลาดดีนี่" อาคเนย์โน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนแผ่ซ่านจนคินน์ต้องเผลอกลั้นหายใจ "แต่มันไม่ใช่กับดัก มันคือข้อเสนอ... คุณทำอาหารให้แขกคนสำคัญของฉันจนพอใจ หนี้ทั้งหมดของร้านนี้ถูกล้างเกลี้ยง แถมฉันจะเพิ่มทุนให้อีกเท่าตัวเพื่อรีโนเวตใหม่... แลกกับการที่คืนนี้ คุณจะต้องไปทำหน้าที่ 'เชฟส่วนตัว' ในเซฟเฮาส์ของฉันที่เกาะส่วนตัว"
คินน์จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ "แขกของคุณเป็นใคร ทำไมต้องไปกินข้าวกันถึงเกาะส่วนตัว?"
"เรื่องนั้นคุณไม่มีสิทธิ์รู้ หน้าที่ของคุณมีแค่ทำให้อาหารอร่อยจนน่าประทับใจก็พอ" อาคเนย์ปรายตามองคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "เตรียมตัวให้พร้อม... อีกสิบนาที รถจะมารับ ถ้าคุณช้าแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อหนี้ให้คุณ แล้วปล่อยให้ธนาคารมายึดที่นี่พรุ่งนี้เช้า"
พูดจบ อาคเนย์ก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์ยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ อีโก้บอกให้เขาปฏิเสธคำเชิญอันธพาลนี้เสีย แต่เสียงเตือนจากความเป็นจริงในกระเป๋าเงินและกองใบแจ้งหนี้กลับดังยิ่งกว่า
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คว้าผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทมาสวมทับเสื้อเชิร์ต แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใส่อุปกรณ์มีดทำอาหารคู่ใจ ปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงด้วยความฮึกเหิม ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาก็พร้อมจะกระโจนเข้าสู่กองเพลิง ไม่ว่าเซฟเฮาส์นรกนั่นจะมีอะไรรออยู่ เขาก็ไม่กลัวทั้งนั้น!
รถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทจอดรออยู่หน้าร้านพอดีตามเวลาที่กำหนด คินน์ก้าวขึ้นรถด้วยสีหน้าบึ้งตึง ตลอดการเดินทางไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างเขากับอาคเนย์ที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยกัน ความเงียบงันภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดและแรงดึงดูดประหลาดที่ต่างฝ่ายต่างพยายามปฏิเสธ
กระทั่งรถแล่นมาจอดสนิทหน้าคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน เบื้องล่างคือคลื่นทะเลซัดสาดกระทบโขดหินเสียงดังสนั่น บรรยากาศรอบตัววังเวงและกดดันจนน่าขนลุก สมกับคำว่า 'เซฟเฮาส์นรก' เสียจริง
อาคเนย์ก้าวลงจากรถก่อนจะผายมือเชิญเชฟหนุ่มให้เดินนำเข้าไปด้านใน คินน์ก้าวเท้าเข้าไปด้วยความระแวดระวัง ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นห้องครัวสเตนเลสสตีลขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารระดับไฮเอนด์ ทว่าไร้เงาของสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากพวกเขา
"ห้องครัวพร้อม วัตถุดิบชั้นเลิศอยู่ในห้องเย็น..." อาคเนย์เอ่ยเสียงทุ้มขณะเดินตามเข้ามาประชิดแผ่นหลังของคินน์อย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่แถวต้นคอ ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับมาประจันหน้า
"ถอยไปนะ อาคเนย์! อย่ามาลุ่มล่าม" คินน์เอ็ดเสียงเขียว พร้อมยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้
อาคเนย์ไม่ถอยหนี กลับฉวยจังหวะนั้นรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า นัยน์ตาสคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักที่ซ่อนไว้ไม่มิด
"ฉันยังไม่ได้บอกเลยนี่... ว่าแขกคนสำคัญที่ฉันอยากให้คุณทำให้กินคืนนี้ คือใคร"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไม่สบอารมณ์ "ใครล่ะ?"
อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักลึกเกือบชิดใบหูของเชฟหนุ่ม เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวปิดตาย
"ก็ตัวคุณเองไง... เชฟคนเก่ง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ
เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 1
มื้ออาหารสุดท้ายในร้านที่กำลังจะถูกยึด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!