เสียงหัวเราะต่ำทุ้มที่ลอยลอดผ่านม่านฝนเข้ามา ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องครัวเซฟเฮาส์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างความเยียบเย็นเสียดกระดูกยิ่งกว่าหยาดฝนที่สาดซัดกระทบกระจกเสียอีก
คินน์ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างเพรียวระหงภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีเข้มชะงักค้างในท่าเตรียมหยิบอุปกรณ์ สัญชาตญาณดิบเตือนภัยร้องลั่นว่าผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้ไม่ใช่แขกที่น่าต้อนรับ
ในเสี้ยววินาทีนั้น อาคเนย์ที่ยืนประชิดตัวเขาเมื่อครู่เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเสือดาว ร่างสูงใหญ่ก้าวบังหน้าเชฟหนุ่มไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างแผ่รังสีคุกคามดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบกวาดมองเงาร่างหลังประตูกระจกฝ้าด้วยความระแวดระวัง ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"มาเร็วกว่าที่คิดนี่ อาคเนย์... หรือว่ากำลังทำอะไรลับหลังฉันอยู่กันแน่?"
เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ 'ภาคิน' นักลงทุนคู่แข่งคนสำคัญที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นอายของความเจ้าเล่ห์และหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามไหล่สูทแบรนด์ดัง
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนในอก เขาเกลียดที่สุดคือพวกมารผจญที่ชอบโผล่มาผิดเวลา และไอ้หมอนี่ก็คือตัวพ่อแห่งความน่ารำคาญ
"ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร ประตูกลางพายุก็เปิดกว้างให้คุณไสหัวกลับไปทางเดิมแล้วนะ คุณภาคิน" คินน์โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังไหล่ของอาคเนย์ เสียงหวานติดจะเหวี่ยงเอ่ยขึ้นด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตฉายแววหาเรื่องชัดเจน
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก สายตาคมปลาบกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีความหมาย "โอ๊ะ... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของเชฟคนเก่งกับท่านประธานใหญ่เข้าสินะครับเนี่ย น่าเสียดายจالب..."
"รู้ตัวก็ไสหัวไปซะ" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก "เซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ได้ต้อนรับหมาลอบกัดอย่างแก"
ภาคินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ เดินลอยชายเข้ามากลางห้องครัวราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง ก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของอาคเนย์ ซึ่งมีเอกสารกองโตวางรกเร้าอยู่
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมนะอาคเนย์... แต่ก็นั่นแหละ คนเรามักจะเกรี้ยวกระดาดใส่คนอื่น ก็ต่อเมื่อตัวเองกำลัง 'จนมุม' ไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดนั้นทำให้อาคเนย์นิ่งไปนิดเดียว ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่แววตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้น แต่มันก็รวดเร็วเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทันสังเกตเห็น ทว่า... ไม่ใช่สำหรับคินน์
สายตาของเชฟอัจฉริยะที่ถูกฝึกให้สังเกตรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วจับจ้องแผ่นหลังกว้างของอาคเนย์ไม่วางตา เขาสังเกตเห็นมือหนาที่ทิ้งEอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สันจมูกโด่งคมกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสัน อาคเนย์กำลังเครียด... และเป็นความเครียดระดับที่มาเฟียคุมเกมธุรกิจอย่างเขาแทบจะควบคุมไม่อยู่
หัวใจของคินน์กระตุกวูบ ความรู้สึกพยศและอีโก้สูงลิ่วที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความกังวลแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ
"ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็เชิญออกไป" อาคเนย์เอ่ยเสียงต่ำ มือหนายื่นไปคว้าแขนเสื้อของภาคินแล้วออกแรงกระชากเบาๆ แต่เต็มไปด้วยพลังกดดันมหาศาล "อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ยอมถอยหลังเดินเลี่ยงออกไปทางประตูอย่างผู้ชนะ ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่บาดลึก "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ อาคเนย์... หุ้นส่วนคนสำคัญของนายกำลังจะถอนทุนคืน และถ้าโครงการล่ม นายก็ไม่เหลืออะไรนอกจากกระดูก"
ปัง!
ประตูกระจกปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดส่าย ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมห้องครัวเซฟเฮาส์ คินน์ยืนมองแผ่นหลังของอาคเนย์ที่ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม
ร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ดูราวกับแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลงเล็กน้อยอย่างเหนื่อยล้า ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ
คินน์เม้มริมฝีปากแน่น ความซึนเดระที่มักจะมีติดตัวหายเกลี้ยง เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงอย่างเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ก่อนจะยื่นมือเรียวไปแตะที่ข้อศอกแกร่งเบาๆ
อาคเนย์สะดุ้งเล็กน้อย ลืมตาขึ้นหันมามอง เจ้าของดวงตากลมโตที่ตอนนี้ไม่มีร่องรอยของความอวดดีเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้น
"เป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำไมต้องแบกรับไว้คนเดียวทุกเรื่องเล่า?" คินน์เอ่ยถามเสียงเบา น้ำเสียงไม่ได้มีแววประชดประชันอย่างเคย แต่กลับเจือความอ่อนโยนที่เจ้าตัวก็ยังตกใจ
อาคเนย์มองหน้าเชฟคนเก่งนิ่งนาน แววตาคมปลาบไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน มือหนาเอื้อมออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่มีการลังเล ดึงร่างของคินน์เข้ามาชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน
"นายกำลังเป็นห่วงฉันเหรอ, คินน์?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นระส่ำ
"ใครเป็นห่วงนายกันเล่า! ฉันแค่กลัวว่าถ้าบริษัทนายล่มจมแล้วใครจะจ้างฉันทำอาหารราคาแพงต่างหาก!" คินน์รีบเถียงคอเป็นเอ็น พยายามดันอกแกร่งออก แต่มีหรือที่แรงแมวอย่างเขาจะสู้แรงหมี grizzly ของพ่อมหาจำเริญคนนี้ได้
อาคเนย์ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของคินน์ ปล่อยให้ความอบอุ่นจากตัวเชฟหนุ่มซึมซับความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกไป มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างโหยหาความสงบ
"ขอบใจนะ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาคินน์ขนลุกซู่ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียน
แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งจนหยดย้อย สายตาของคินน์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่สะดุดตาอยู่บนโต๊ะทำงานของอาคเนย์... เอกสารกองโตที่ถูกกวาดเก็บลวกๆ มีกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาที่พื้น ใกล้กับขาโต๊ะ
ด้วยความอยากรู้และสังหรณ์ใจบางอย่าง คินน์ค่อยๆ เอี้ยวตัวก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความตัวอักษรสีแดงฉานบนแผ่นกระดาษ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
'ประกาศิตยึดทรัพย์ และคำสั่งอายัดบัญชีเครือข่ายทั้งหมดภายใน 48 ชั่วโมง'
ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์หลัก... ไม่ใช่อาคเนย์ แต่เป็นชื่อของ 'คนใกล้ตัว' ที่คินน์คาดไม่ถึงที่สุด!
อาคเนย์ที่รู้ตัวช้าเกินไปรีบปัดมือคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืน แต่คินน์ไวกว่า เขาชักมือหลบ ดวงตาคู่สวยตวัดขึ้นมองหน้าอาคเนย์ด้วยความตื่นตระหนก
"นี่มันหมายความว่ายังไง, อาคเนย์?!" คินน์เค้นเสียงถาม มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า วิกฤตที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญมันร้ายแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้หลายร้อยเท่า
อาคเนย์เม้มปากแน่น ดวงตาคมกริบฉายแวววایลึกที่เดาไม่ออก เขากำลังจะเอ่ยปากอธิบายบางอย่าง แต่ทว่า...
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาเสียก่อน หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับจากเบอร์แปลกประหลาด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของอาคเนย์สดๆ ร้อนๆ
*‘เกมพลิกแล้วนะท่านประธาน... ของขวัญชิ้นสุดท้ายกำลังเดินทางไปหาคุณถึงเซฟเฮาส์แล้ว’*
อาคเนย์หน้าถอดสีในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้ามาคว้าตัวคินน์หลบฮวบลงใต้โต๊ะทำงานทันทีก่อนที่เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจะดังขึ้นสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับกระจกห้องครัวที่แตกละเอียดกระจายเกลروดราวกับห่าฝน!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยลุ้นไปกับความสัมพันธ์ปากร้ายแต่สายเปย์คู่นี้นะคะ!
เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 7
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!